posttoday
ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่ จักรยานคือคำตอบ

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่ จักรยานคือคำตอบ

12 สิงหาคม 2554

“ต่อไปนี้กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองจักรยาน” หลายคนฟังแล้วอาจรู้สึกว่า ฝันไปหรือเปล่า

“ต่อไปนี้กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองจักรยาน” หลายคนฟังแล้วอาจรู้สึกว่า ฝันไปหรือเปล่า

โดย.. วรธาร ทัดแก้ว

“ต่อไปนี้กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองจักรยาน” หลายคนฟังแล้วอาจรู้สึกว่า ฝันไปหรือเปล่า เป็นไปได้หรือ ไม่อยากเชื่อ รู้ๆ กันอยู่ปัญหาใหญ่อันดับท็อปของกรุงเทพฯ คือ ปัญหาจราจรติดขัด รถบนถนนมีปริมาณมากเกินไป ต่อให้สร้างถนนกี่สายๆ สร้างๆๆ ก็ไม่พอ เพราะรถเพิ่มขึ้นทุกวัน แล้วกรุงเทพฯ จะเป็นเมืองจักรยานได้ยังไง

ทว่า อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นไปไม่ได้ตราบใดที่ยังไม่ลงมือทำ เพราะผู้ที่จะให้คำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ดีกว่าใครก็เห็นจะเป็น ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ (ดร.อ้อย) เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว ที่ตอนนี้กำลังขับเคลื่อน “โครงการจักรยานกลางเมือง” ขึ้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่ ภายใต้การดำเนินการของมูลนิธิโลกสีเขียว ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ดร.อ้อย เล่าว่า โครงการจักรยานกลางเมืองสืบเนื่องมาจากโครงการนักสืบสายลมที่มูลนิธิจัดอบรมเครือข่ายโรงเรียนในกรุงเทพฯ แล้วส่งไปสำรวจคุณภาพอากาศตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงมากกว่า 240 จุด โดยใช้ไลเคน (สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ มีความอ่อนไหวต่อมลภาวะ ส่วนใหญ่ชอบอากาศดี แต่บางชนิดทนต่อมลภาวะ) เป็นตัวตรวจสอบธรรมชาติและคุณภาพอากาศ แล้วพบว่าพื้นที่ครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ อากาศอยู่ในขั้นอันตราย คือเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด

ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่ จักรยานคือคำตอบ

“อากาศไม่ดีในกรุงเทพฯ มาจากหลายสาเหตุ เช่น ก่อสร้าง โรงงาน เมรุเผาศพ แอร์ รถยนต์ แต่รถยนต์เป็นตัวปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด รองลงมาคือการใช้แอร์ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างไร้ประสิทธิภาพโดยมิได้ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้คนในสังคมโดยรวมให้ดีขึ้น

อีกทั้งปัจจุบันกรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองรถยนต์บุกไปแล้ว คือแทนที่รถยนต์จะเป็นตัวอำนวยความสะดวก แต่กลับเป็นนาย เราเป็นทาสรถยนต์ เพราะมันเข้ามาบุกพื้นที่อาศัยและแย่งอากาศหายใจของเราไปหมด ขณะที่การแก้ไขปัญหาการจราจรโดยการขยายถนนเป็นเพียงการบรรเทาปัญหาให้เบาบางระยะหนึ่ง ส่วนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าทั้งใต้ดินและบนดิน ก็ไม่สามารถอำนวยให้การเดินทางของคนส่วนใหญ่ในสังคมถึงจุดหมายได้โดยการใช้รถไฟฟ้าเพียงขั้นตอนเดียว จำเป็นต้องมีการสัญจรด้านอื่นด้วย นี่คือปัญหาจะต้องได้รับการแก้ และมองว่าจักรยานจะเป็นทางออกที่สำคัญ”

ดร.สรณรัชฎ์ มองว่า ปัญหาการจราจรและคุณภาพอากาศไม่ดีในกรุงเทพฯ เปรียบเหมือนก้อนหินใหญ่ “จักรยาน” ที่โดยตัวของมันกินพื้นที่น้อย ไม่ดุร้าย และยังอยู่ร่วมกับยานพาหนะอื่นๆ ได้ง่าย น่าจะเป็นทางออกสำคัญและเป็นไม้งานที่จะงัดปัญหากรุงเทพฯ ได้ตรงจุด ง่าย และเป็นการลงทุนน้อยที่สุด แก้ปัญหาได้หลายอย่างไม่เฉพาะปัญหามลพิษเท่านั้น แต่ยังแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคมด้วย

“การใช้จักรยานยังส่งผลดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ ดีในเรื่องสังคมและเศรษฐกิจ ด้านสังคมช่วยให้ปัญหาอาชญากรรมลดลง ทำให้คนมีความสัมพันธ์กันมากขึ้น เพราะคนขี่จักรยานเข้าถึงกันได้สะดวก ต่างจากเมืองที่มีทราฟฟิกเยอะๆ คนไม่ค่อยข้ามไปมาหาสู่ ด้านเศรษฐกิจดีทุกๆ ธุรกิจตั้งแต่เอสเอ็มอีไปจนถึงขนาดใหญ่ ต่างจากเมืองรถยนต์ ธุรกิจที่อยู่รอดส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ พวกร้านรายย่อยเล็กๆ เช่น ห้องแถว พอรถติดมากๆ หาที่จอดรถไม่ได้ คนไม่แวะ แต่พอเป็นเมืองจักรยาน ทุกอย่างคนเข้าถึงได้ทุกตรอกซอย กลายเป็นเมืองแห่งกิจกรรมที่คนเราสามารถทำกิจกรรรมได้หลากหลาย สามารถที่จะเดินก็ได้ ขี่จักรยานก็ได้ นั่งรถยนต์ก็ได้ ในเรื่องของอากาศก็ดีขึ้น ผู้คนเริ่มคอนเนกกับสิ่งแวดล้อม นั่งข้างนอกได้โดยไม่ต้องหนีเข้าไปหลบอยู่ในห้องแอร์ ซึ่งด้วยเหตุผลทางสิ่งแวดล้อม สังคม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ จักรยานจึงถูกยกให้เป็นเมืองน่าอยู่และการพัฒนาที่ยั่งยืน”

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนเมืองรถยนต์เป็นเมืองจักรยานหรือเมืองน่าอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยมสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างการใช้ถนนและพัฒนาเครือข่ายเส้นทางจักรยาน

“อันดับแรก จักรยานจะต้องเป็นวาระสังคม คือ เรื่องจักรยานต้องอยู่ในสมองก่อน คนต้องเชื่อและต้องเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าจักรยานเป็นเพียงของเล่นที่วันหยุดก็เอาไปขี่ออกกำลังกาย แต่ให้มองว่าจักรยานเป็นยานพาหนะจริงๆ สามารถใช้ได้จริงในการเดินทาง จากนั้นก็เป็นเรื่องของการสร้างความตระหนักถึงบทบาทของจักรยานในระบบคมนาคมอย่างยั่งยืนภายในเมือง พร้อมกับอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจใช้จักรยาน ตลอดจนการรณรงค์การใช้ถนนร่วมกัน ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยเวลาและต้องได้รับการสนับสนุนทางนโยบายจากภาครัฐอย่างจริงจังและต่อเนื่อง” เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว กล่าว

เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว กล่าวถึงสาเหตุที่คนไม่ขี่จักรยานว่า นอกจากความร้อนแล้วที่เป็นสาเหตุหลัก คือ ความไม่ปลอดภัย ซึ่งเป็นกันทั่วโลก กลัวรถเฉี่ยว รวมถึงกลัวมลพิษ อีกทั้งเส้นทางจักรยานในบ้านเราก็น้อยมาก ที่มีอยู่ก็ทำโดดๆ ไม่ได้มีโครงข่ายเชื่อมโยงต่อไปไหนมาไหนได้

“อย่าแปลกใจว่าทำไมคนกรุงไม่ใช้จักรยานเป็นยานพาหนะ ทั้งนี้เพราะเส้นทางไม่เป็นโครงข่ายชัดเจน หรือไม่ก็เป็นเส้นทางที่ใช้ไม่ได้จริง แต่ก็ยังอุตส่าห์เรียกทางจักรยานกันอยู่”

อย่างไรก็ตาม เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว สรุปกรุงเทพฯ เมืองจักรยานว่า ไม่ได้หมายความว่าจะบังคับทุกคนให้ขี่จักรยาน เพราะยังไงๆ คนจำนวนมากก็จะไม่ขี่จักรยานถ้ามีระบบขนส่งมวลชนที่ดี แต่ก็ควรมีพื้นที่ขี่จักรยานที่จะขี่ไปไหนมาไหนได้อย่างปลอดภัย มีสุภาวะที่ดีอย่างน้อยอากาศหายใจจะต้องโอเค

&<2288;
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท