
CPF กับบทบาทองค์กรอนุรักษ์พลังงาน
ความตื่นตัวต่อการอนุรักษ์พลังงานมีมากขึ้น เมื่อพลังงานหลักในปัจจุบันอย่าง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน
ความตื่นตัวต่อการอนุรักษ์พลังงานมีมากขึ้น เมื่อพลังงานหลักในปัจจุบันอย่าง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน
โดย.. อณุศรา ทองอุไร
ความตื่นตัวต่อการอนุรักษ์พลังงานมีมากขึ้น เมื่อพลังงานหลักในปัจจุบันอย่าง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ จะยิ่งมีปริมาณลดลงสวนทางกับราคาต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ปัจจัยดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจต่างก็หันมาตระหนักและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นศึกษาวิจัยและคิดค้นแนวทางประหยัดพลังงาน ตลอดจนเสาะหาพลังงานทดแทนหลากรูปแบบ ทั้งนี้ก็เพื่อลดการใช้พลังงาน อันจะส่งผลถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสาเหตุของภาวะโลกร้อน ตลอดจนช่วยลดต้นทุนการผลิตที่จะเอื้อให้องค์กรมีขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจมากขึ้นด้วย
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือ ซีพีเอฟ เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานมาโดยตลอด จนสามารถคว้ารางวัล Thailand Energy Awards ประจำปี 2011 จากกระทรวงพลังงานได้ถึง 5 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลด้านโรงงานอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ได้แก่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมา และโรงงานแปรรูปเนื้อไก่มีนบุรี รางวัลบุคลากรผู้รับผิดชอบด้านพลังงานโรงงานควบคุมดีเด่น ได้แก่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่สระบุรี รางวัลประเภททีมงานด้านพลังงานดีเด่น ได้แก่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำบ้านบึง และรางวัลชมเชยประเภทพลังงานสร้างสรรค์ ได้แก่ โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำมหาชัย
สุชาติ สิทธิชัย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสซีพีเอฟ กล่าวถึงระบบการบริหารจัดการพลังงานของโรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมาว่า โรงงานแห่งนี้สร้างมาได้ 6 ปี และด้วยความที่บริษัทมีนโยบายด้านพลังงานอย่างชัดเจน จึงมีการวางแผนออกแบบโรงงานเพื่อการประหยัดพลังงานตั้งแต่แรกก่อสร้าง เมื่อประกอบกับระบบบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐานต่างๆ ที่เป็นรากฐานอันแข็งแกร่ง ทำให้โรงงานแห่งนี้เพียงแห่งเดียวก็สามารถลดต้นทุนพลังงานรวมได้ราว 10 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ การรักษาอุณหภูมิของเนื้อไก่ในกระบวนการชำแหละและแปรรูปไก่ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อรักษาคุณภาพอาหาร โรงงานแห่งนี้จึงเน้นหนักที่ประสิทธิภาพของระบบทำความเย็น เริ่มตั้งแต่นำเครื่องกระตุ้นเนื้อไก่ด้วยไฟฟ้ามาใช้ทดแทนการเก็บไก่ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานความเย็นและระยะเวลาการเก็บ รวมถึงลดพื้นที่ห้องจัดเก็บ และส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เนื้อไก่มีความนุ่ม
ขณะเดียวกัน ยังใช้ระบบลดอุณหภูมิเนื้อไก่ด้วยลมเย็น ทดแทนการใช้น้ำ หรือWater Chiller เป็นแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำได้ถึงปีละ 150,000 ลบ.ม. คิดเป็นมูลค่า 412,500 บาทต่อปี นอกจากนี้โรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมายังได้รับรางวัล Ashrae Awards ซึ่งเป็นรางวัลการติดตั้งและออกแบบระบบทำความเย็นระดับโลก การออกแบบที่ดีดังกล่าว ช่วยให้สามารถประหยัดต้นทุนพลังงานได้ถึง 9 ล้านบาทต่อปี
โรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมาของซีพีเอฟ ยังดำเนินโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม สามารถทดแทนการสั่งซื้อน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 5,000 ลิตรต่อเดือน ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานน้ำมันได้ถึงปีละ 1.8 ล้านบาท โดยโครงการนี้สามารถตอบสนองเป้าหมายการลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซล ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนและช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้า ตลอดจนเป็นการเพิ่มมูลค่าน้ำมันพืชที่ผ่านการใช้ประโยชน์แล้วอีกทางหนึ่ง ที่สำคัญยังช่วยตัดวงจรการนำน้ำมันเก่าไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าการใช้น้ำมันเก่าส่งผลเสียต่อสุขภาพมาก
ด้าน ศุภชัย อังศุภากร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสซีพีเอฟ กล่าวว่า โรงงานแปรรูปเนื้อไก่มีนบุรีเป็นอีกโรงงานหนึ่งที่ได้รับรางวัล Thailand Energy Award 2011 ดังกล่าว โดยโรงงานแห่งนี้ก่อสร้างเมื่อ 30 ปีที่แล้ว แม้ไม่ได้รับการออกแบบเพื่อการประหยัดพลังงานตั้งแต่ต้นเหมือนโรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมา ดังนั้นการอนุรักษ์พลังงานของที่นี่จึงเน้นการจัดการของเสีย ตามแนวคิดที่ว่า “ของเสียไม่ได้เป็นเพียงขยะ แต่มันมีพลังงานแฝงอยู่”
ซึ่งเป็นแนวคิดของโครงการบัญชีบริหารสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ด้วยวิธีนำข้อมูลทางด้านบัญชีมาวิเคราะห์ขบวนการ เพื่อหาจุดที่มีการใช้พลังงานสูง แล้วนำมาจัดทำโครงการลดการใช้พลังงานต่างๆ ภายในบริษัท รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน เช่น การผลิตไบโอแก๊สจากระบบบำบัดน้ำเสียภายในโรงงาน ซึ่งทั้งหมดสามารถลดต้นทุนพลังงานระหว่างปี 2551-2553 ได้ถึง 13.8 ล้านบาท
โครงการบัญชีบริหารสิ่งแวดล้อมเป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบยุโรป โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจากมหาวิทยาลัย Luenburg ประเทศเยอรมนี เข้ามาเป็นที่ปรึกษาโครงการภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลเยอรมนี
ความโดดเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงานของซีพีเอฟเกิดขึ้นจากการที่ผู้บริหารสูงสุดให้ความสำคัญโดยมอบนโยบายและสื่อสารลงสู่พนักงานทุกระดับ รวมถึงการสร้างจิตสำนึกและความร่วมมือร่วมใจดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบการทำงานตามระบบ TQA ล้วนส่งผลให้การจัดการพลังงานของ CPF ไปอย่างยั่งยืน และการได้รางวัลต่างๆ ก็เป็นอีกผลงานหนึ่งในการการันตีองค์กรแห่งนี้ให้เป็นต้นแบบองค์กรอนุรักษ์พลังงานอย่างแท้จริง







