
เยาวชนจิตอาสา จับมือฟื้นฟู ‘นบพิตำ’
อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปีที่เกิดขึ้นใน อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช
อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปีที่เกิดขึ้นใน อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช
ได้สร้างความเสียหายมากมายมหาศาล นบพิตำ พื้นที่ที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม คงต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกหลายปีเพื่อให้ธรรมชาติกลับมาเหมือนเดิม
แต่ก็ได้เห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับคนไทยที่ร่วมไม้ร่วมมือกันช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความเดือดร้อน “กลุ่มนคร 360 องศา” เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเยาวชนและนักศึกษาในช่วงน้ำท่วม เพื่อรวมพลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามพื้นที่ต่างๆ ของ จ.นครศรีธรรมราช ทุกอำเภอที่เกิดภัย เยาวชนกลุ่มนี้ทำหน้าที่อาสาด้วยใจ ภายใต้การนำของ วุฒิชัย รัตนพันธ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
ณ บริเวณวัดไทรงาม หมู่ 6 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช วัดเก่าแก่อายุมากกว่า 70 ปี มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ 3 รูป วันไทรงามเป็นวัดที่เก่าแก่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้านหมู่ 6 มานาน ผลจากน้ำท่วมกุฏิและศาลาภายในวัดไทรงาม ริมคลองกลาย ได้หายไปกับกระแสน้ำ ส่วนที่เหลือ 1 หลังก็ไม่สามารถใช้งานได้ เพราะน้ำทำให้กุฏิทรุดจนไม่สามารถอาศัยได้ จำเป็นต้องเข้าไปซ่อมแซม ปรับปรุง
วุฒิชัย รัตนพันธ์ หรือ น้องเอส เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช บอกถึงความตั้งกลุ่มนคร 360 องศา ว่า เกิดการรวมตัวในเฟซบุ๊ก เริ่มจากคนเพียง 23 คน จากนั้นก็รับสมัครสมาชิก จนมีนักศึกษาสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมถึงประชาชนทั่วไปในพื้นที่นครศรีธรรมราช และได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และเห็นคุณค่ากิจกรรมของกลุ่มในการช่วยเหลือสังคม
กิจกรรมที่วัดไทรงามได้ประสานงานผ่าน “น้าเชี่ยว” ชาวบ้านในชุมชนพื้นที่กรุงชิง อ.นบพิตำ เขาดีใจมากในวันที่กลุ่มนคร 360 องศา ติดต่อจะเข้ามาฟื้นฟูวัดไทรงาม เพราะทางราชการยังไม่ได้เข้ามาดูแล กิจกรรมของเยาวชนกลุ่มนี้จะรวมตัวกันในวันหยุด มาด้วยจิตอาสา นั่งรถสองแถวจากในตัวเมืองนครศรีธรรมราชมาแต่เช้าตรู่ เพื่อช่วยกันบูรณะกุฏิวัดไทรงาม
จากเดิมวัดแห่งนี้มีกุฏิตั้งอยู่ริมคลองกลายจำนวน 58 หลัง หลังภัยพิบัติยังคงเหลือเพียงหลังเดียวที่พอจะซ่อมแซมได้ ส่วนที่เหลือกลายเป็นซากพังลงไปในคลองกลาย เพราะตลิ่งพังและกินเนื้อที่ของวัดไทรงามเป็นบริเวณกว้าง กุฏิที่เหลือเพียง 1 หลังนั้น กลุ่ม 360 องศา ได้ช่วยกันซ่อมแซมยกเสาให้เสมอกัน ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ปัดกวาดทาสีใหม่พอเข้าพักได้ก่อน
นอกจากนั้นน้องๆ กลุ่ม 360 องศา ยังช่วยกันดูแลทำความสะอาด บริเวณศาลาอเนกประสงค์ และฐานตั้งพระพุทธรูปเก่าแก่ประจำวัดไทรงามให้คงสภาพเดิมมากที่สุด ขณะเดียวกันกลุ่มแม่บ้านในชุมชนก็นำข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงล้วนเป็นอาหารพื้นบ้าน อาทิ น้ำพริกยอดผักกรูด แกงส้มปักษ์ใต้ จนทำให้ทุกคนอิ่มอร่อยหายเหนื่อยกันถ้วนหน้า
วีรยุทธ์ บัวบาน “น้องโอ๋” นักศึกษาราชภัฏนครศรีธรรมราช ปีที่ 2 สมาชิกในกลุ่มนคร 360 องศา บอกด้วยความภูมิใจว่า ดีใจมากที่ได้มาทำกิจกรรมฟื้นฟูวัด รู้สึกสบายใจที่ได้มาทำกิจกรรมอาสาสมัครในวันหยุด
เช่นเดียวกับ น.ส.หวานฤทัย ช้างกลาง หรือ “น้องจูน” บอกความรู้สึกว่า เป็นครั้งที่สองที่ได้เข้ามาทำกิจกรรมที่ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ครั้งแรกเข้ามาตอนเกิดภัยพิบัติในพื้นที่นบพิตำวันแรกๆ ช่วยชาวบ้านขนของออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย น้องจูนเล่าความรู้สึกวันแรกที่เข้ามา ตกใจมาก เพราะความเสียหายที่มองเห็นด้วยสายตาเกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ในนบพิตำ
“นบพิตำ” หลายคนคงเพิ่งคุ้นชื่อ หลังจากเกิดฝนตกหนัก ดินถล่ม ภูเขาแยก “คลองกลาย” แม่น้ำสายหลักของคนนบพิตำได้ขยายความกว้างของสายน้ำออกไปมากกว่าเดิม จนชาวบ้านที่อยู่ริมคลองกลายต้องพบกับสิ่งที่ไม่เคยพบมาก่อน บ้านเรือนพัง สวนผลไม้ สวนยางพาราที่อยู่ริมคลองกลายได้หายไปในวันที่น้ำหลาก
คลองกลายจากที่เคยเป็นสถานที่ล่องแก่งมีชื่อเสียงใน จ.นครศรีธรรมราช ได้กลายเป็นหาดทรายตั้งแต่วันนั้นหลังน้ำลด กินบริเวณกว้างตลอดสายไปจนถึงปากน้ำกลาย อ.ท่าศาลา และอีกหลายต่อหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อการเป็นอยู่ของชาวบ้าน บางคนหมดตัวไปกับสายน้ำ บางคนสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับดินโคลน ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่ชาวบ้านได้สร้างมาทั้งชีวิต การเยียวยาและฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัย มีหลากหลายองค์กรและหลายหน่วยงานทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ที่เข้าไปดูแลในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติ
เช่นเดียวกับ ลุงชม เกิดมณี อายุ 74 ปี เป็นคนกรุงชิง บ้านอยู่ไม่ไกลจากคลองกลาย ที่เข้ามาตั้งรกรากที่กลายตั้งแต่ยังเป็นป่า และตั้งแต่เด็กจนอายุ 74 ปี ก็ได้เจอกับฝนที่ตกหนักที่สุด ดินถล่มในนบพิตำ ก็ครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม การรวมกลุ่ม นคร 360 องศา จะเป็นอีกกลุ่มต้นกล้าพันธุ์ดีของเมืองนครศรีธรรมราช ที่จะเดินหน้าและขับเคลื่อนกิจกรรมสิ่งดีๆ อีกมากมาย เพื่อร่วมกันทำความดีและช่วยเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปของสังคม แบบอย่างดีๆ เหล่านี้ก็ได้แต่หวังว่าคงจะเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนกลุ่มอื่นๆ ได้นำมาเป็นแบบอย่างออกไปช่วยเหลือสังคมบ้าง เพราะปัจจุบันภัยธรรมชาติใกล้ตัวเรามามากขึ้นทุกที เหมือนอย่างที่พี่น้องเราในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง กำลังประสบอยู่
&<2288;







