
จุดอ่อนครม.ปู1คนเขียนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้เขียน
ที่น่าประหลาดใจสำหรับการจัด ครม.ยิ่งลักษณ์ รอบนี้
ที่น่าประหลาดใจสำหรับการจัด ครม.ยิ่งลักษณ์ รอบนี้
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ที่น่าประหลาดใจสำหรับการจัด ครม.ยิ่งลักษณ์ รอบนี้ คือ “คนเขียนไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้เขียน”
ช่วงก่อนเลือกตั้งจนถึงการหาเสียง พรรคเพื่อไทยได้จัดทีมยุทธศาสตร์ของพรรคคอยทำหน้าที่กำหนดทิศทาง ขับเคลื่อนเรื่องนโยบายที่รับจาก “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ”
แกนนำหลักที่อยู่ในทีมยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่ออกหน้าผ่านสื่อ คอยชี้แจงนโยบายประชานิยม และตอบโต้ฝ่ายค้าน นักวิชาการ และดีเบตตามเวทีต่างๆ เช่น การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ 300 บาทต่อวัน นโยบายบัตรเครดิตเกษตรกร การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 1.5 หมื่นบาท ฯลฯ
เป็นหน้าที่ที่ต้องช่วย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่อยู่ระหว่างการขุนตัวเอง
ทีมยุทธศาสตร์ชุดนี้นำโดย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ คณวัฒน์ วศินสังวร ปลอดประสพ สุรัสวดี
โอฬาร ไชยประวัติ ซึ่งถือเป็นแถวหน้า ช่วยเรียกคะแนนภาพใหญ่เพื่อให้เห็นว่า นโยบายพรรคเพื่อไทยทำได้ เป็นจริง ไม่เพ้อฝัน และก็ชี้แจงได้ไม่เป็นสองรองใคร ในเวทีดีเบตตามทีวีช่องต่างๆ
เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง ชื่อทีมยุทธศาสตร์ก็ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจ
โอฬาร เป็นรองนายกฯ กระทั่งควบ รมว.คลัง
สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีต รมว.คลัง มีชื่อเป็น รมว.คลัง ในตำแหน่งเดิม
คณวัฒน์ มีชื่อเป็น รมว.ไอซีที รมช.ศึกษาธิการ รมช.พาณิชย์
ส่วน ปลอดประสพ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย เต็งหามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชนิดแบเบอร์ไม่มีคู่แข่ง
จารุพงษ์ เลขาธิการพรรค ถูกวางตัวเป็น รมว.แรงงาน เพราะเคยเป็นปลัดกระทรวงแรงงานมา ก่อนมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย
ภาวิช ทองโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เต็ง รมว.ศึกษาธิการ หรือไม่ก็ รมช.ศึกษาธิการ
ประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม. และอดีตผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทย คาดว่าจะเป็น รมช.คมนาคม
ส่วน มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แม้ไม่ใช่ทีมเศรษฐกิจตรง แต่ถือเป็นแกนนำพรรค ที่เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็มีชื่อบ้าง เป็น รมว.อุตสาหกรรม รมว.พลังงาน
ทีมยุทธศาสตร์พรรคเหล่านี้ยังรับผิดชอบในการร่างนโยบายรัฐบาล และเมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง แต่ละคนก็ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบ คุมการร่างนโยบายตามกระทรวงต่างๆ ที่มีความถนัด
แต่เมื่อการช่วงชิงเก้าอี้รัฐมนตรีเข้มข้นตามลำดับ แกนนำกลุ่มต่างๆ สส.ที่เป็นนายทุนพรรค นายทุนจังหวัด โดยเฉพาะพี่น้องครอบครัวชินวัตร นายใหญ่ นายหญิง ส่งคนใกล้ชิดเข้าเป็นรัฐมนตรี ทำให้ทีมยุทธศาสตร์กลุ่มนี้ต้องหลุดออกจากโผ
ใครสายป่านสั้น สายป่านยาว... ผลอย่างที่เห็น
สุดท้ายมีเพียง พิชัย นริพทะพันธุ์ ได้เป็น รมว.พลังงาน ระดับเกรดเอ เพราะเป็นสายตรงทักษิณ ส่วน ปลอดประสพ ช่วงแรกเป็นตัวยืน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่เมื่อเข้าโค้งสุดท้ายเกือบเอาตัวไม่รอด ชื่อหลุดไปโผล่กระทรวงต่างประเทศบ้าง บ้างก็หายจากสารบบ จนสุดท้ายมาจบที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่นักการเมืองจัดระดับให้เป็น “เกรดซี”
ส่วนรายอื่นหลุดแบบไม่ได้ลุ้น... ที่หลายคนยังงงไม่หายทำไม โอฬาร อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ คว้ารางวัลนักการเงิน นักการธนาคารแห่งปีมากมาย เป็นรองนายกฯ สมัยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ถึงหลุดเก้าอี้ใน ครม.ปู ทั้งที่พรรคชูให้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแต่แรก และคอยวางแผนหารายได้ในโครงการต่างๆ ที่พรรคหาเสียงหากได้เป็นรัฐบาล
แว่วว่าเหตุที่ตกเก้าอี้เพราะ โอฬาร ไม่เป็นที่โปรดปรานของทักษิณ แต่ถูกนำมาใช้เพราะช่วงหาเสียงไม่มีใครกล้าเสี่ยงมา และมีคำสัญญาจากคนชินวัตรว่าจะให้เจ้าตัวดูแลงานด้านเศรษฐกิจใน ครม.แน่
แต่ด้วยจุดแข็งของ โอฬาร ที่เคร่งครัดวินัยการเงิน จึงกลายเป็นจุดอ่อนตัวเองเพราะไปท้วงติงนโยบายพรรค ไม่ว่าการขึ้นค่าจ้าง หรือบัตรเครดิตเกษตรกร การยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่าอาจเกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ
ทำให้ ทักษิณ รีบเขี่ย โอฬาร ทิ้ง และติดต่อคนนอกจนปรากฏชื่อ วิชิต สุรพงษ์ชัย นายธนาคารชื่อดัง ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ในปัจจุบัน มาเป็นแทน แต่สุดท้าย วิชิต ก็ขยาดปฏิเสธเข้าร่วม ครม.
เมื่อ โอฬาร ไม่รอ แล้ว สุชาติ จะเหลือหรือ...
ว่ากันว่าเหตุที่ สุชาติ กระเด็นตั้งแต่แรก เพราะเสียงจากคนในพรรคส่งถึงนายใหญ่ว่า ไม่เป็นที่ยอมรับ และเป็น รมว.คลัง มาแล้ว จึงต้องกระจายให้คนอื่นบ้าง
บทสรุปสุดท้ายจึงลงมาที่ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นได้เพราะตอบแทนที่ไม่ตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปของครอบครัวชินวัตร
อีกรายที่เซอร์ไพรส์ กรณี จารุพงศ์ เป็นถึงเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แต่กลับไม่มีตำแหน่งแห่งหนใน ครม.
ที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าเหลือเชื่อ ทั้งที่พรรคเพื่อไทยเพิ่งตั้ง จารุพงศ์ เป็นผู้จัดการรัฐบาลสดๆ ร้อนๆ ในช่วงฟอร์ม ครม. และ จารุพงศ์ ก็นอนมาในเก้าอี้ รมว.แรงงาน ที่ต้องมาทำนโยบายค่าจ้าง 300 บาทตั้งแต่แรก แต่สุดท้าย “ผู้จัดการรัฐบาลกลับไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล”
เพราะทีมเศรษฐกิจที่อกหักเหล่านี้ ไม่ใช่เพราะหน้าตาขี้เหร่ แต่เพราะทุนน้อย ไม่มีเส้น จึงแพ้ทางเด็กนาย ระดับของแท้แน่นอนกว่า







