
ชาวนารับได้รัฐชดเชยนาล่มเพิ่มอีก50%
ชาวนาเหนือตอนล่างยืนยันรับได้รัฐบาลชดเชยน้ำท่วมจากไร่ละ 606 บาทเพิ่มเป็น 50%ของต้นทุน
ชาวนาเหนือตอนล่างยืนยันรับได้รัฐบาลชดเชยน้ำท่วมจากไร่ละ 606 บาทเพิ่มเป็น 50%ของต้นทุน
นายพะเยาว์ ชื่นกลิ่น สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ชาวนาภาคเหนือตอนล่างที่ประสบภัยน้ำท่วมจนพื้นที่การเกษตรเสียหายหลายแสนไร่ยินดีรับเงินชดเชยน้ำท่วมที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีแนวทางในการชดเชยพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่เสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ว่าจะจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรเพิ่มขึ้น จากไร่ละ 606 บาท เป็น 50% ของต้นทุน
"เป็นการจ่ายเงินชดเชยที่เกษตรกรยอมรับได้ แต่ขอให้คำนวณต้นทุนให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่ชาวนาได้ลงทุนไป เนื่องจากปัจจุบัน ชาวนาแบกรับภาระต้นทุนทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา ที่แพงขึ้นกว่าเท่าตัว ในขณะที่ราคาขายข้าวเปลือกกลับตกต่ำลงเรื่อย ๆ ที่ผ่านมา การคำนวณต้นทุนของชาวนา ภาครัฐจะคำนวณต่ำกว่าความเป็นจริงมาก อีกทั้งการลงทุนในแต่ละพื้นที่ก็ยังแตกต่างกัน หากเป็นไปได้ ก็อยากจะให้แบ่งเขตพื้นที่ในการคำนวณต้นทุนด้วย"นายพะเยาว์ กล่าว
ทั้งนี้ในปัจจุบันต้นทุนของชาวนา หากเป็นที่นาของตนเองจะอยู่ที่ประมาณไร่ละ 4,800 บาท ในขณะที่ นาเช่า จะเพิ่มขึ้นเป็นไร่ละ 5,800 บาท อย่างไรก็ตาม ชาวนาที่ทำนาข้าวหวังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อขายมากกว่าทำนาข้าวเพื่อหวังเงินชดเชยจากรัฐบาล ดังนั้นจึงอยากขอฝากให้รัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากในลุ่มน้ำยมให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นอกจากนี้มีกระแสว่ากลุ่มเกษตรกรชาวนาในเขตภาคเหนือตอนล่าง พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร จะมีการเรียกร้องขอเงินชดเชย กรณีนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหาย ในอัตราไร่ละ 3,000 บาท โดยให้เหตุผลว่า ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นนาข้าวที่พร้อมเก็บเกี่ยว ชาวนาลงทุนไปแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ละรายแบกรับภาระหนี้สินตั้งแต่ 50,000 – มากกว่า 100,000 บาท ซึ่งในกลุ่มเกษตรกรชาวนาภาคเหนือตอนล่าง นอกจากจะเรียกร้องเงินชดเชยในอัตราไร่ละ 3,000 บาทแล้ว ยังขอเร่งรัดเวลาในการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าวให้รัฐบาลเร่งจ่ายโดยเร็วอีกด้วย







