
ผบ.ตร.แนะแผนคุมร้านทอง
ผบ.ตร.แนะปรับแผนคุมร้านทองทุก 3 เดือน พร้อมกำชับทุกพื้นที่ปราบอบายมุข บ่อนพนัน
ผบ.ตร.แนะปรับแผนคุมร้านทองทุก 3 เดือน พร้อมกำชับทุกพื้นที่ปราบอบายมุข บ่อนพนัน
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ยาเสพติดและอาชญากรรมสำคัญ ที่ห้องประชุม ศปก.ตร.ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังการประชุมพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ด้วยราคาทองคำที่มีราคาพุ่งสูงขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีสถิติการปล้นร้านทองทั้งหมด 5 คดี ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำในเรื่องนี้และมีคำสั่งให้ทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการในการตรวจตราร้านทอง เพิ่มสายตรวจ เพิ่มความถี่ในการตรวจ ให้มีมาตรการในการประสานงานกับร้านค้า โดยเข้าไปตรวจสอบให้คำแนะนำในเรื่องการรักษาความปลอดภัย และให้มีการปรับแผนในทุก 3 เดือน ส่วนเรื่องคดีสำคัญ เช่น คดีสะเทือนขวัญ คดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย คดีการประทุษร้ายต่อทรัพย์ การประเมินในด้านการปราบปราม การติดตามคดีอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ
แต่มีข้อท้วงติงจาก ผบ.ตร. ในเรื่องการป้องกันปราบปรามการพนัน โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีผลการจับกุมที่น้อยมาก และยังมีการรับแจ้งว่ามีบ่อนการพนันจำนวนมาก จึงกำชับให้หน่วยปฏิบัติ หน่วยพื้นที่ทั้งหมด ให้กวดขันตรวจตรา จับกุมเรื่องบ่อนการพนันให้มีผลการจับกุมมากกว่านี้ และถ้าหน่วยงานจากส่วนกลางเข้าจับกุมเอง จะมีการเอาผิดทางวินัยตามคำสั่ง 234/48 แก่ผู้ที่รับผิดชอบและผู้ที่ดูแลพื้นที่
ส่วนการป้องปราบปรามยาเสพติดยังยึดนโยบาย 5 รั้วป้องกัน โดยรั้วชุมชน รั้วครอบครัว เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ประสานกับผู้ปกครองและหน่วยสถานบันการศึกษา มีการเข้าไปทำงานด้านการข่าวกับผู้ที่เกี่ยวข้องคงต้องใช้ระยะเวลาอยู่บ้าง แต่รั้วที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันคือการป้องกันไม่ให้เข้ามาในประเทศ คือรั้วประเทศ ซึ่งปฏิบัติงานร่วมทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกส่วนมีการประสานกับนอกประเทศเพราะถือว่าการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ เป็นฐานหนึ่งในความผิดของอาชญากรรมคนร้ายข้ามชาติ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทาง ผบ.ตร. ได้พยายามเข้าไปพูดคุยกับทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยวันที่ 13 ส.ค. ก็จะไปพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจของประเทศพม่า เป็นการพูดคุยเรื่องการประสานงานในทุกๆด้าน ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น จีน ลาว และมาเลเซีย มีการดำเนินแล้วก่อนหน้านี้ เป้าหมายส่วนใหญ่การขนส่งยาเสพติดจะมุ่งลงทางใต้ข้ามไปยังประเทศมาเลเซีย ทางเราพยายามช่วยเหลือในการสกัดกั้นและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา







