
ยงยุทธ-กิตติรัตน์ยกร่างนโยบายเสนอครม.16ส.ค.
ที่ประชุมครม.มอบ"ยงยุทธ-กิตติรัตน์"ยกร่างนโยบายแถลงต่อสภาให้ครม.พิจารณา16ส.ค.นี้ คาดตั้งข้าราชการการเมืองช่วง23-24ส.ค.
ที่ประชุมครม.มอบ"ยงยุทธ-กิตติรัตน์"ยกร่างนโยบายแถลงต่อสภาให้ครม.พิจารณา16ส.ค.นี้ คาดตั้งข้าราชการการเมืองช่วง23-24ส.ค.
นายอำพน กิตติอำพล เลขาธิการคณะรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า การประชุมครม.วันนี้มีเพียง 2 วาระ คือ 1.ในการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการ ซึ่งเป็นเรื่องของครม.ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งภายใน 15 วัน โดยคาดว่าประมาณวันที่ 23-24 ส.ค. จะเริ่มขบวนการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง อาทิ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โฆษกรัฐบาล
"ขณะนี้ต้องตรวจสอบคุณสมบัติให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทางการเมืองเข้ามาดำรงตำแหน่ง และส่งมาที่สำนักเลขาธิการครม. เพื่อเสนอต่อเลขาธิการนายกฯ เพื่อให้นายกฯพิจารณาสั่งการต่อไป ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมดจะเกิดขึ้นหลังจากที่ได้แถลงนโยบายต่อสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"นายอำพนกล่าว
นายอำพน กล่าว่า 2.การจัดทำนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยนายกฯได้มอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ และรมว.กระทรวงมหาดไทย และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.พาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อประสานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการจัดทำร่างแถลงนโยบาย
ทั้งนี้ ต้องทำให้สอดคล้องต่อรัฐธรรมนูญ และนโยบายพื้นฐานรัฐธรรมนูญและนโยบายเร่งด่วน ตามที่ได้แถลงต่อประชาชน โดยให้เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ เป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อนำร่างดังกล่าวไปประสานในรูปแบบแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และนำเสนอต่อครม.เพื่อให้ความเห็นชอบ ในวันที่ 16 ส.ค. นี้
ด้าน นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ที่ประชุมยังไม่ได้แบ่งงานให้รัฐมนตรีแต่ละคนไปทำงาน แต่ได้ขอให้ทุกฝ่ายทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม
ขณะที่ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่ 12 ส.ค. จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) ที่ร่วมอยู่ในคณะทำงานโดยจะมีการประชุมกันทุกวันไม่มีวันหยุดผ่านการหารือแบบถลอกแขนเสื้อส่งแฟกส์ปรับแก้ข้อมูลให้มีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับร่างนโยบาย
ทั้งนี้ภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จภายในสัปดาห์หน้าทางรัฐบาลจะเร่งเดินหน้า 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.แก้ไขปัญหาน้ำท่วมทางภาคเหนือ 2.ราคาสินค้าแพง และ 3.ผลักดันนโยบายที่ประกาศหาเสียงไว้ช่วงเลือกตั้ง เฉพาะส่วนนโยบายที่ทำได้ทันที ซึ่งหลังจากนั้นจึงจะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจได้เพื่อกลั่นกรองนโยบายสำคัญก่อนเข้าสู่การพิจารณาของครม.
ดังนั้นจากนี้ไปจะมีการประชุมหารือกับกระทรวงต่างๆ เพื่อการบริหารประเทศขณะนี้ทางรัฐบาลไม่สามารถอนุมัติงบประมาณในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้ ยกเว้นเฉพาะงบกลางฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังกำหนดในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในตอนนี้ได้เท่านั้น







