posttoday
เหล็กผลิตกระป๋องจ่อขึ้น5พัน

เหล็กผลิตกระป๋องจ่อขึ้น5พัน

03 กุมภาพันธ์ 2553

 คาดเริ่มปรับได้เดือนก.พ.นี้ สินค้าพาเหรดขยับราคาตาม

 คาดเริ่มปรับได้เดือนก.พ.นี้ สินค้าพาเหรดขยับราคาตาม

โพสต์ทูเดย์ — “พาณิชย์” ดอดอนุมัติเหล็กใช้ทำกระป๋องขึ้น 30% หรือตันละ 5,000 บาท จับตาสินค้าแบกต้นทุนไม่ไหวแห่ขึ้นราคา

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้กรมการค้าภายในได้อนุมัติให้ผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม (ทินเพลต) ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระป๋องเหล็กทินเพลตปรับขึ้นราคาแล้ว หลังจากพิจารณาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นจริง โดยผู้ผลิตทินเพลตได้แจ้งขอปรับราคาจำหน่ายมายังกรมว่าจะปรับเพิ่มทินเพลตขึ้นอีกตันละ 5,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.นี้ แต่คาดว่ากรมพิจารณาให้ปรับราคาจำหน่ายเหล็กแผ่นเคลือบดีบุกแค่ตันละ 4,270 บาท และเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมตันละ 3,670 บาท และมีผลหลังสิ้นเดือนม.ค.นี้

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ราคาทินเพลตที่ใช้ผลิตกระป๋องบรรจุอาหารปรับราคาขึ้นอีกกก.ละ 45 บาท หรือตันละ 4,0005,000 บาท หรือปรับเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับราคาทินเพลตต้นปีที่แล้ว ซึ่งวัตถุดิบในตลาดขณะนี้อยู่ในช่วงตึงตัว เป็นผลจากราคาเหล็กต้นทางตลาดโลกปรับขึ้นอีกตันละ 160 เหรียญสหรัฐ ส่งผลต่อต้นทุนผู้ประกอบการไทย เพราะไทยไม่มีอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานกลุ่มอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า กลุ่มส่งออกอาหารกำลังเผชิญต้นทุนผลิตสูงขึ้นจากราคากระป๋องและน้ำตาลทราย โควตา ค. ที่ใช้ส่งออกปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยทางกลุ่มจะหารือถึงสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นในสัปดาห์หน้าว่าจะรับมืออย่างไร เบื้องต้นจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาอาหารกระป๋องส่งออก เพราะอาจทำให้ศักยภาพในการแข่งขันการส่งออกลดน้อยลง และไม่ต้องการผลักภาระให้กับผู้บริโภค

“ทางกลุ่มได้รับแจ้งมาว่าทางผู้ผลิตทินเพลตจะปรับขึ้นราคา ซึ่งการปรับขึ้นราคาตรงนี้ยังพอรับได้ แต่สิ่งที่ผู้ใช้กลัวคือสินค้าจะขาดตลาด เพราะเกิดการแย่งกันใช้ เนื่องจากสินแร่ในตลาดโลกที่ใช้ทำทินเพลตเริ่มลดน้อยลง อีกทั้งผู้ผลิตทินเพลตในไทยมี 2 ราย เสี่ยงต่อการผูกขาด” นายไพบูลย์ กล่าว

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาทินเพลต เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ไม่เช่นนั้นผู้ผลิตกระป๋องจะไม่นำเข้าเหล็ก จะส่งผลให้ปัญหายิ่งบานปลายจนอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ และกระทบต่อการส่งออกสินค้าอาหารกระป๋องชนิดต่างๆ อย่างไรก็ตามทางผู้ประกอบการได้หารือกับผู้ใช้กระป๋องถึงความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นราคาแล้ว คาดว่าจะไม่กระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าอาหารกระป๋องปลายทางมากนัก

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ขณะนี้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าในการผลิตมีการปรับขึ้นหลายชนิดในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา เช่น น้ำมันปาล์มดิบ ราคาช่วงปักษ์แรก (115 ม.ค.) ตันละ 2.42 หมื่นบาท ราคาปักษ์หลัง (1631 ม.ค.) เพิ่มขึ้นเป็น 2.51 หมื่นบาท เหล็กแท่งยาว ตันละ 490 เหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 500 เหรียญสหรัฐ เหล็กแท่งแบน ตันละ 490 เหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น ตันละ 500 เหรียญสหรัฐ และทองแดงตันละ 7,346 เหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็นตันละ 7,488 เหรียญสหรัฐ ขณะที่สินค้าวัตถุดิบที่มีราคาลดลง ได้แก่ เมล็ดถั่วเหลือง ตันละ 374 เหรียญสหรัฐ ลดลงเหลือ 370 เหรียญสหรัฐ แม่ปุ๋ยยูเรียสูตร 4600 ตันละ 331 เหรียญสหรัฐ ลดลงเหลือ 325 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในได้จัดลำดับความสำคัญบัญชีติดตามดูแลสินค้าจำนวน 202 รายการ เดือนก.พ. พบว่าบัญชีสินค้าอ่อนไหวพิเศษ (เอสแอล) ที่ติดตามราคาและภาวะเป็นประจำทุกวันมี 9 รายการ ได้แก่ อาหารสำเร็จรูป น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล เหล็กเส้น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เหล็กแผ่น (รีดร้อน รีดเย็น และสเตนเลส) ปูนซีเมนต์ เหล็กแผ่นเคลือบดีบุก และเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท