
น้ำท่วมอุตรดิตถ์-มุกดาหาร-นครพนมยังวิกฤต
เหนือ-อีสานยังอ่วม อุตรดิตถ์หนักสุดที่อ.พิชัย แม่น้ำน่านไหลทะลักท่วมนาพังกว่า 4 หมื่นไร่ ขณะที่มุกดาหาร-นครพนมฝนถล่มทั้งคืน
เหนือ-อีสานยังอ่วม อุตรดิตถ์หนักสุดที่อ.พิชัย แม่น้ำน่านไหลทะลักท่วมนาพังกว่า 4 หมื่นไร่ ขณะที่มุกดาหาร-นครพนมฝนถล่มทั้งคืน
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ยังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่าคลี่คลายแล้ว 13 จังหวัดแต่ประชาชนยังเดือดร้อนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอุตรดิตถ์ มุกดาหารและนครพนมยังคงเผชิญวิกฤตน้ำท่วมนาข้าวพังเสียหายสิ้นเชิง
อ.พิชัยเมืองลับแลยังกฤตินาพัง4หมื่นไร่
ผลกระทบจากการผันน้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน ผ่านคลองน้ำไหล ที่ อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ เพื่อลดระดับน้ำท่วมหนักที่ จ.แพร่ และ จ.สุโขทัย แต่เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านคลองมากถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับแม่น้ำน่านหนุนสูง ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะต้นข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยว ต.ท่ามะเฟือง อ.พิชัย ขยายวงกว้างกว่า 10,000 ไร่ นาข้าวเสียหายสิ้นเชิง 100 เปอร์เซ็นต์ และยังพบว่าหมู่ที่ 10 บ้านทุ่งสงวน ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ปัจจุบันกลายเป็นเกาะกลางน้ำ ล้อมรอบด้วยน้ำชาวบ้านจำนวน 70 หลังคาเรือนถูกตัดขาด ล่าสุดสถานการณ์ยังคงวิกฤติระดับยังเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านหมู่ 2 หมู่ 5 ต.พญาแมน อ.พิชัย
นายมงคล เดื่องคำ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะเฟือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ชาว ต.ท่ามะเฟือง ไม่ได้ตั้งตัวไม่ทราบข่าวมาก่อนว่าน้ำจะทะลักเข้าท่วมนาข้าว เพราะที่ผ่านมาแม้น้ำจะท่วมที่อื่นๆ มากมายแค่ไหนที่ตำบลท่ามะเฟืองไม่เคยประสบปัญหาดังกล่าว ปีนี้มีโครงการผันน้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน ผ่านคลองน้ำไหล เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหนักที่จ.แพร่ และ จ.สุโขทัย ด้วยระดับน้ำกว่า 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ น้ำได้ทะลักเข้าท่วมที่นาชาวบ้าน 6 หมู่บ้านตำบลท่ามะเฟืองกว่า 40,000 ไร่และกำลังเริ่มเน่าเสียหาย ทั้งที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของ จ.อุตรดิตถ์ซึ่งน้ำดังกล่าวจะไหลมาจาก ตไร่อ้อยและ ต.คอรุม กำลังไหลสู่หมู่ 6 และล่าสุดน้ำได้ทะลักเข้าท่วมถนนเข้าหมู่ 10 บ้านทุ่งสงวน ต.ท่ามะเฟือง ระดับสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้าน 500 หลังคาเรือนกว่า 1,800 ชีวิต ถูกตัดขาด แต่ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดเข้ามาช่วยเหลือ
มุกดาหารอ่วมฝนถล่มระบายลงน้ำโขงไม่ได้
ที่จ.มุกดาหาร ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่เพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็วประกอบกับช่วงนี้มีน้ำเหนือไหลหลากมาเสริมเป็นเหตุให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นฉับพลัน ทำให้การระบายน้ำจากลำห้วยสาขาต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำโขงไม่สามารถระบายลงแม่น้ำโขงได้ทัน เป็นเหตุให้น้ำในลำห้วยสาขาหลายสาย ใน จ.มุกดาหาร ได้เอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมถนนและบ้านเรือนราษฏรในเขตุเทศบาลเมืองมุกดาหารและไร่นาของราษฎร์ในจ.มุกดาหาร
นายอดุลย์ ศิริมันต์ ป้องกันและบรรเทาและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 ส.ค. วัดได้ที่ระดับ 12.82 เมตร โดยมีระดับวิกฤติอยู่ที่ 12.50 เมตร ซึ่งจากการเฝ้าระวัง พบว่า ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 2 เซนติเมตร
ด้านน.ส.สมหมาย ปรีชาศิลป์ รองผวจ.มุกดาหาร กล่าวว่า ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ เช่น เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย หากมีการร้องขอจากประชาชนผู้ประสบภัย จะได้สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดย ขอให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ใกล้ทางน้ำไหล เตรียมอพยพ ขนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูง และหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยดังกล่าว เบื้องต้นสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สายด่วน 191 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร โทร.0-4263-3101 หรือ 0 -4261-5383 และที่สายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ฝนตกตลอดคืนทำน้ำท่วมตัวเมืองนครพนม
ที่จ.นครพนม ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังตามถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองนครพนม ระดับน้ำสูงประมาณ 40 เซนติเมตร โดยทางเทศบาลได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำไหลระบายลงสู่น้ำโขงตลอดทั้งคืน ซึ่งในช่วงเช้าระดับน้ำได้ลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนปัญหาน้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในหลายพื้นที่ ถึงแม้บางพื้นที่ระดับน้ำจะลดลงเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังมีบางพื้นที่ได้รับผลกระทบต่อน้ำจากแม่น้ำสาขาที่ไม่สามารถไหลระบายลง สู่แม่น้ำโขงได้ เอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร รวมถึงถนนสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน ได้รับความเสียหาย
เช่นเดียวกันกับพื้นที่ ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน ติดกับลำห้วยทวย ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำจากหลายพื้นที่ ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ยังประสบปัญหาเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 800 ไร่ รวมถึงเส้นทางสัญจรหลักระหว่าง อ.ท่าอุเทน ไปยัง ต.โนนตาล ถูกน้ำเอ่อท่วม รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ต้องใช้เส้นทางเลี่ยง มีระยะทางไกลหลายเท่า จากประมาณ 2 กิโลเมตร เพิ่มเป็น 10 กิโลเมตร สร้างความเดือดร้อนสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ร่วมกับ อบต.โนนตาล จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลืออุทกภัย เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ อปพร.จัดอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือ ตลอด 24 ชั่วโมง
เขมราฐจมแล้ว 70 หลังคาเรือน
ที่จ.อุบลราชธานี น้ำโขงเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน หมู่ที่ 8 หมู่ที่ 11 หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 22 ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ ทำให้ต้องอพยพขนย้ายสิ่งของขึ้นมาพักอาศัยอยู่ริมถนนหลายจุด บางรายต้องย้ายสิ่งของขึ้นบนที่สูง โดยนับเป็นเหตุการณ์น้ำโขงเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของราษฎรชาว อ.เขมราฐ รุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี และคาดว่าจะมีราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากเนื่องจากน้ำเหนือที่ไหลลงมาและสถานการณ์ฝนที่ยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่
นายไพรัช หอมกลิ่น นายอำเภอเขมราฐ กล่าวว่า ขณะนี้มีราษฎรประมาณ 3 ตำบล ประกอบด้วย ต.เทพวงษา, ต.นาแวง , ต.เขมราฐ และเขตเทศบาล รวมกว่า 70 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมบ้านเรือนจนต้องอพยพสิ่งของขึ้นมาอยู่ริมถนนและขนของขึ้นสู่ที่สูง ซึ่งเบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งมอบสิ่งของยังชีพบรรเทาทุกข์ราษฎร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่เป็นนาข้าวได้รับความเสียหายถูกน้ำท่วมจำนวนมาก ซึ่งกำลังให้ผู้นำชุมชนสำรวจพื้นที่ความเสียหายทั้งหมดก่อนแจ้งรายงานไปยังจังหวัดเพื่อให้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้ตามระเบียบของทางราชการต่อไป
นายบุญเลิศ แก้วคำชาติ อยู่บ้านเลขที่ 5 ม. 11 ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ กล่าวว่า ทำนา 3 ไร่ ถูกน้ำท่วมทั้งหมด เช่นเดียวกับฟาร์มเห็ดนางฟ้าที่กำลังนำออกสู่ตลาดได้กว่า 20,000 ก้อน ลงทุนกว่าแสนบาท ถูกน้ำท่วมทั้งหมดโดยไม่สามารถเคลื่อนย้ายขึ้นสู่ที่สูงได้ทันเวลา ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีเหตุการณ์น้ำโขงเอ่อท่วมมานานกว่า 5-6 ปีแล้วจึงทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ชะล่าใจ ไม่ต่างจากเพื่อนบ้านที่ทำฟาร์มเห็ดและเลี้ยงกบมากกว่า 10,000 ตัว ซึ่งต่างได้รับความเสียหายทั้งหมดเนื่องจากน้ำท่วม ซึ่งอยากให้ทางการช่วยเหลือเรื่องเงินชดเชยเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพใหม่ได้อีกครั้ง







