
ฐานะกองทุนน้ำมันฯกระเตื้องยอดแตะ1.4หมื่นล.
น้ำมันโลกเริ่มลด หนุนกองทุนน้ำมันฯ เงินไหลเข้าเพิ่ม ยอดรวมขยับเป็น 1.4 หมื่นล้านบาท
น้ำมันโลกเริ่มลด หนุนกองทุนน้ำมันฯ เงินไหลเข้าเพิ่ม ยอดรวมขยับเป็น 1.4 หมื่นล้านบาท
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้สรุปสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุด หลัง กบง.มีมติเพิ่มอัตราจัดเก็บเงินดีเซลเพิ่ม 90 สต./ลิตร เป็น 2.80 บาท/ลิตร ส่งผลให้มีเงินไหลเข้าเพิ่มจากวันละ 55 ล้านบาท เป็นวันละ 104 บาท โดยปัจจุบันเงินกองทุนน้ำมันฯ มีทั้งสิ้น 1.4 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลต้องการยกเลิกจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ จากเบนซิน 95 เบนซิน 91 และดีเซล กระทรวงพลังงานจะนำเสนอโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมดให้ รมว.พลังงานคนใหม่พิจารณา ซึ่งกองทุนน้ำมันฯ มีรายได้จากการจัดเก็บเงินจากเบนซินและดีเซลเพื่อนำไปชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) หากต้องชะลอหรือยกเลิกการจัดเก็บจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ ขาดสภาพคล่อง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนน้ำมันฯ ใช้เงินตรึงราคาดีเซลตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 255-36 พ.ค. 2554 จำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท ตรึงราคาแอลพีจีที่ 18.13 บาท/กก. ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน 5.4 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมกับภาระชดเชยแอลพีจีนำเข้าอีกเดือนละ 2,000-3,000 ล้านบาท และอุดหนุนราคาเอ็นจีวีผ่าน ปตท. กก.ละ 2 บาท วันละ 380 ล้านบาท
นายชวลิต พิชาลัย รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า การยกเลิกจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องมีกรอบระยะเวลาในทางปฏิบัติ เพราะกองทุนน้ำมันฯ ยังมีภาระชดเชยราคาน้ำมันและก๊าซอยู่ ต้องปลดภาระเก่าที่มีอยู่ก่อนจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด โดยเฉพาะการปรับราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี โดยเฉพาะเอ็นจีวีที่ยังจำหน่ายต่ำกว่าต้นทุนจริง ซึ่ง ปตท.ขอปรับราคาเพิ่ม 6 บาท/กก.







