
ยี้ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่
ภาคเอกชนห่วงทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ ไม่มีมือเศรษฐกิจ ชี้ รมว.คลัง ชำนาญเฉพาะด้าน หวั่นอุ้มแต่ตลาดทุน
ภาคเอกชนห่วงทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ ไม่มีมือเศรษฐกิจ ชี้ รมว.คลัง ชำนาญเฉพาะด้าน หวั่นอุ้มแต่ตลาดทุน
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ออกมา เป็นห่วงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากไม่มีมือเศรษฐกิจเข้ามาอยู่ใน ครม.เลย โดยเฉพาะ รมว.คลัง บทบาทของกระทรวงการคลังในตอนนี้จำเป็นต้องบริหารงานภายใต้เศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ต้องใช้มืออาชีพที่มีความรู้รอบด้านมาทำงาน ไม่ใช่มีความชำนาญเฉพาะด้าน จึงเกรงว่ามาตรการที่ออกมาจะเน้นอุ้มตลาดทุนมากกว่าภาคผลิต
ขณะที่บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถ เข้ามาทำการตลาดในเชิงรุก และเข้าใจเรื่องการส่งออก เพราะเชื่อว่าการส่งออกในช่วงไตรมาส 4 จะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก ผู้ที่เข้ามาจึงต้องเชี่ยวชาญในด้านนี้ ส่วนกระทรวงพลังงานและกระทรวงแรงงานยังไม่น่าเป็นห่วง
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศเป็นอีกกระทรวงที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากไทยต้องเน้นการเพิ่มความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ภายใต้ความไม่เสียเปรียบและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ รวมทั้งในอนาคตการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านจะมีบทบาทสำคัญมากกว่านี้ รัฐมนตรีว่าการจึงต้องเข้าใจเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถของข้าราชการที่จะเข้าไปช่วยเหลือรัฐมนตรีในการทำงานได้แต่บุคคลที่เข้ามานั่งตำแหน่งผู้บริหารก็จำเป็นต้องถอดความเป็นนักการเมืองออกไป อย่าเอาการเมืองมาบริหารประเทศ และรับฟังความคิดของทุกภาคส่วน ทั้งข้าราชการ เอกชน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปในทิศทางเดียวกัน
“นโยบายใดที่ใช้หาเสียงหากยังไม่จำเป็นก็ชะลอไปก่อน รอดูทิศทางของเศรษฐกิจด้วย เพราะหากนำมาใช้ผิดเวลาก็จะเป็นนโยบายที่ไม่มีประโยชน์ แต่แม้ว่าจะเป็นห่วงทีมเศรษฐกิจก็ยังเชื่อว่าเสถียรภาพของรัฐบาลจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้” นายธนิต กล่าว
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเห็นจากรัฐบาลใหม่ คือวิสัยทัศน์ที่กำหนดแนวทางพัฒนาประเทศระยะยาว 10-20 ปี เพื่อให้ภาคเอกชนก้าวตามนายกรณ์ จาติกวณิช ว่าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.คลัง กล่าวถึงรมว.คลังคนใหม่ ว่า หากเป็นนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตเลขา ก.ล.ต. คงจะยาก ต้องเรียนตามตรงว่าไม่กล้าที่จะฝากความหวังไว้ เพราะพฤติกรรมในอดีตส่อให้เห็นชัดเจนว่า ออกมาช่วยเหลือการเมืองในซีกที่มีอำนาจอยู่ ณ ปัจจุบันมาโดยตลอด ตั้งแต่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเมื่อปี 2549 กรณีหุ้นชินคอร์ปไม่ขัดต่อกฎหมาย ฉะนั้นหากถามว่ามั่นใจในตัว รมว.คลังคนใหม่หรือไม่ ผมตอบได้เลยว่าไม่มั่นใจ \







