
กรณ์เชื่อมือสรรพากรเก็บภาษี"แม้ว"
กรณ์ มั่นใจ สรรพากรเดินหน้าเรียกเก็บภาษี "ทักษิณ" ในฐานะเจ้าของหุ้นตัวจริง ยันไม่มีปัญหาเรื่องอายุความ
กรณ์ มั่นใจ สรรพากรเดินหน้าเรียกเก็บภาษี "ทักษิณ" ในฐานะเจ้าของหุ้นตัวจริง ยันไม่มีปัญหาเรื่องอายุความ
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า กรณีกรมสรรพากรคืนเงินภาษีของนายพานทองแท้ ชินวัตร และน.ส.พินทองทา ชินวัตร นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการคืนภาษี แต่ภาษีที่ว่านี้คือภาษีที่ยังเรียกเก็บไม่ได้ ส่วนที่กรมสรรพากรคืนให้กับทั้ง 2 เงินในบัญชีที่อายัดไว้ ซึ่งมีมูลค่าโดยรวมประมาณ 200 ล้านบาท ในขณะที่ภาษีที่ประเมินไว้แต่แรกมีมูลค่าโดยรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่เคยอยู่ในมือของรัฐ
นายกรณ์ กล่าวว่า จากมีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หุ้นดังกล่าว แท้จริงแล้วเป็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ดังนั้น มื่อไม่ได้เก็บนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ก็ต้องไปเรียกเก็บจากผู้ที่เป็นเจ้าของตัวจริง คือพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งคิดว่าสรรพากรกำลังดำเนินการอยู่ และหวังว่าจะดำเนินการต่อไปเพื่อปกป้องประโยชน์ประเทศ
อย่างไรก็ตาม เรื่องประเด็นอายุความของคดีไม่เป็นประเด็น เพราะเข้าใจว่ากรณีภาระภาษีมีอายุความนับ10ปี ดังนั้นถ้ามีภาษีที่พ.ต.ท.ทักษิณต้องจ่ายเรื่องของอายุความไม่ใช่ปัญหา ส่วนจะทำอย่างไรเพื่อความชัดเจนก่อนนั้นอยู่ที่กรมสรรพากร ในฐานะผู้มีอำนาจทางกฎหมาย ซึ่งหากไม่มีการเรียกเก็บก็จะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเชื่อมือกรมสรรพากรถ้าเขาประเมินว่ามีภาษีค้างชำระ ก็จะเก็บแน่นอน
นายกรณ์ กล่าวว่า หากจะไม่เรียกเก็บก็จะมีเพียงกรณีที่ระบุว่าการซื้อขายในครั้งนั้นเป็นโมฆะ เนื่องจากเป็นนิติกรรมอำพราง แต่ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้นเพราะถ้าเป็นโมฆะจริง พ.ต.ท.ทักษิณ จะนำหุ้นไปขายให้บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิ้ง อีกชั้นได้อย่างไร
เมื่อถามว่าจะฝากความหวังไว้กับนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ว่าที่รมว.คลังคนใหม่ได้หรือไม่ในการทำหน้าที่เป็นกลาง นายกรณ์ กล่าวว่า ยาก และไม่กล้าฝากความหวังกับที่ปรากฎชื่อ เพราะพฤติกรรมในอดีตก็ส่อให้เห็นชัดเจนว่าช่วยเหลือการเมืองในซีกที่มีอำนาจมาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเมื่อปี49 ว่าการดำเนินการเรื่องหุ้นชินคอร์ปนั้นไม่มีประเด็นไหนขัดต่อกฎหมาย แต่ภาพหลังกลับพบการขัดแย้งกับข้อเท็จจริงหลายประเด็น
เตือนทำงบขาดดุลเกิน 3.5 แสนล้านทำของแพง
นายกรณ์ กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยหากจะดำเนินการทั้งหมด อาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งในส่วนของการกู้ยืมเงิน ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยพูดมาตลอดว่าจะไม่กู้ แต่ก็ออกมายอมรับว่าจะกู้และกู้มากกว่าเดิม ซึ่งในสมัยพรรคประชาธิปัตย์ นั้นเป็นการกู้ยืมเพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากต่างประเทศ แต่การกู้ยืมของพรรคเพื่อไทย เป็นการกู้ยืมเพื่อตอบสนองนโยบายประชานิยมที่ทางพรรคหาเสียงไว้ ซึ่งไม่ได้คำนึงถึงวิกฤตทางการเงินและเศรษฐกิจที่กำลังจะตามมาจากวิกฤติศรัทธา ในสกุลเงินสำคัญ อย่างดอลล่าร์ และยูโร
ทั้งนี้ ที่่ผ่านมา เศรษฐกิจในปัจจุบันมีความเข้มแข็ง ในแง่ของเสถียรภาพ ไม่ว่าจะวัดด้วยเงินคงคลังที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ ทำไว้และส่งต่อให้รัฐบาลเพื่อไทย หรือ ทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือ หนี้สาธารณะที่ปรับลดลงเรื่อยๆ หรือ อัตราแลกเปลี่ยนสะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพ และความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ ถ้าบริหารดีๆไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าบริหารเพื่อเอาใจกลุ่มนายทุนตามแนวทางที่ปรากฏ และส่อเค้าว่าจะมีการดำเนินการต่อไปก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและมีโอกาสที่จะทำให้มีผลกระทบในเชิงลบได้อย่างรวดเร็ว
นายกรณ์ กล่าวว่า จากการทำงบประมาณของรัฐบาลที่ผ่านมาได้หารือกับ สภาพัฒนฯ และ สำนักงบ ที่เห็นพ้องกันว่าจะทำให้งบประมาณกลับสู่งบสมดุลได้ภายใน 4 ปี คือ ปี 2555 ซึ่งที่รัฐบาลใหม่กำลังจะทำนโยบายและเสนอให้พิจารณาในสภาภายใน 1 เดือนนี้ เห็นว่าไม่ควรขาดดุลเกิน 3.5 แสนล้านบาท เพราะหากเกินกว่านั้นจะส่งผลให้สินค้ามีราคาแพง







