
การเมืองอ่อนแอ
การเมืองอ่อนแอการถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
การเมืองอ่อนแอการถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าอับอายที่สุดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ จึงตั้งคำถามว่า สหรัฐยังอยู่ในฐานะที่จะเป็นผู้นำช่วยให้โลกรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ได้หรือไม่ ทั้งๆ ที่ยังเอาตัวเองแทบไม่รอด
บริษัท สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก ได้ออกมาชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องลดอันดับของสหรัฐนั้น เป็นเพราะสถาบันทางการเมืองของสหรัฐมีความอ่อนแออย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางการเงินเช่นนี้
นักการเมืองสหรัฐต่างให้ความสำคัญกับอุดมการณ์ของพรรคจนมองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่ง คือการแก้ปัญหาภายในประเทศ การเจรจาขยายเพดานหนี้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาล้มเหลวมาตลอด เพราะทั้งสองพรรคต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กัน
ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรป ทั่วโลกกำลังหันมาเรียกร้องให้สหรัฐแสดงความเป็นผู้นำเพื่อช่วยกู้วิกฤต แต่สหรัฐจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อนักการเมืองในประเทศล้วนแต่ยกผลประโยชน์ของตนเหนือประเทศชาติ
“อันที่จริงพวกเราก็พร้อมที่จะให้เศรษฐกิจพังพินาศหากจำเป็นจริงๆ”เจสัน แช็ฟเฟท สมาชิกพรรครีพับลิกัน กล่าวอย่างภาคภูมิใจ นักวิเคราะห์จึงสงสัยว่า นี่หรือคือชาตินิยมในมุมมองของรีพับลิกัน
แม้ทุกคนจะทราบดีว่าพรรครีพับลิกันเป็นตัวร้ายตัวจริงในวิกฤตครั้งนี้ แต่หลายฝ่ายก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับเกมการเมืองของรีพับลิกันหรือไม่
เมื่อการเมืองภายในประเทศอ่อนแอเช่นนี้ สหรัฐจะไม่สามารถเป็นผู้นำที่คนทั้งโลกหวังพึ่งพาได้อีกต่อไป ดังนั้นหากไม่ต้องการสูญเสียอำนาจในเวทีโลก สหรัฐก็ต้องหันไปแก้ปัญหาการเมืองอ่อนแอเสียก่อน







