
นายทุนมอดไม้รุกหนักปลูกยาง กาแฟ
นายทุนมอดไม้รุกหนักโค่นป่าต้นน้ำชั้น1เอ ประจวบฯ-ชุมพรเสียหายยับทำพื้นที่ปลูกยางพารา-กาแฟ
นายทุนมอดไม้รุกหนักโค่นป่าต้นน้ำชั้น1เอ ประจวบฯ-ชุมพรเสียหายยับทำพื้นที่ปลูกยางพารา-กาแฟ
พ.ต.เฉลิมพล คุปตะวาทิน ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1403 บ้านคีรีล้อม อ.บางสะพานน้อน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นำกำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ บริเวณ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากสายรายงานว่ามีนายทุนเข้าไปบุกรุกโค่นป่าในพื้นที่ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
จากการตรวจสอบของชุดลาดตระเวนในพื้นที่พบ ผืนป่าชั้นในซึ่งเป็นป่าต้นน้ำชั้น 1A ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยาเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ พบป่าถูกแผ้วถางโค่นล้มไปเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะไม้หวงห้าม เช่นไม้ไข่เขียว ที่มีขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2 เมตรยาวประมาณ 10-20 เมตร อายุ 50-100 ปีถูกโค่นลงใหม่ๆเป็นจำนวนมากกว่า 30 ต้น นอกจากนี้แล้วในพื้นที่บริเวณไม่ห่างกันมากนักพบพื้นที่ถูกเผาทำลายแล้วเริ่มนำเอายางพารา-กาแฟ เข้าไปทำการปลูกจนเต็มพื้นที่จำนวนหลายไร่ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากชายแดนไทย-พม่า ประมาณ 10 กม.แต่ไม่พบตัวผู้กระทำความผิดอีกเช่นเคย
พ.ต.เฉลิมพล กล่าวว่าจากข้อมูลพบว่าป่าที่ถูกโค่นชั้นในส่วนใหญ่เป็นนายทุนจากทางภาคใต้ ที่มาจาก จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฏร์ธานี และจังหวัดชุมพร โดยกลุ่มนายทุนพวกนี้จะใช้วิธีการโค่นต้นไม้ใหญ่กลางป่าลึกลงก่อน หลังจากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 6 เดือน ถึงใช้ยาฆ่าหญ้า และจุดไฟเผาจนกระทั่งดูเหมือนป่าเสื่อมโทรม หลังจากนั้นจึงโค่นต้นไม้ที่เหลือ และลงมือปลูกพืชเชิงเดี่ยวประเภทยางพารา และ กาแฟ ปัญหาดังกล่าวนี้หากเราใช้วิธีการตรวจสภาพผืนป่าด้วยเฮลิคอปเตอร์ จะไม่สามารถมองเห็นผืนป่าชั้นในที่ถูกบุกรุกโค่นล้มและทำลายแต่อย่างไดเลย ดังนั้น จึงจะต้องใช้วิธีการการเดินเท้าลาดตระเวนเข้าไปเท่านั้น
นายชิน สุดพิมพ์ศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านช่องลม เปิดเผยว่าเดิมทีแล้วผืนป่าแถบนี้ในอดีตมีสัตว์ป่าชุกชุมทั้ง ค่าง ชะนี เป็นจำนวนมากแต่หลังจากผืนป่าถูกบุรุกอย่างหนัก สัตว์ประเภทนี้ก็ไม่มีโอกาสได้เห็นอีกเลย ส่วนใหญ่นายทุนที่เข้ามากว๊านซื้อนั้นจะทำการซื้อเหมาเป็นแปลงๆ10-30 ไร่ราคาขายตั้งแต่ 50,000-100,000 ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ว่าเป็นป่าสมบูรณ์หรือป่าที่มีการแผ้วถางแล้ว โดยกลุ่มผู้ลักลอบโค่นป่าจะทำกลางคืนในช่วงฤดูฝนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ผืนป่าแห่งนี้มีความน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เพราะกลุ่มนานทุนเข้ามาบุกรุกแผ้วถางป่ากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังเอาพื้นที่ปลูกยางพารา เห็นแล้วน่าใจหาย กลุ่มนายทุนพวกนี้เขาจะใช้วิธีการโค่นป่าด้านในหรือที่เรียกกันว่า”เจาะไข่แดง”หากเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เข้มแข็งผมว่าป่าต้นน้ำสำคัญของจังหวัดประจวบฯและชุมพร จะกลายเป็นสวนยางไปทั้งหมดในอนาคต อย่างไม่ต้องสงสัยเลย
นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอบางสะพานน้อย กล่าวว่าขณะนี้ปัญหาชาวบ้านบุกรุกเริ่มลดลงไปมากแล้ว แต่ปัญหากลุ่มนายทุนจากภาคใต้เข้ามาโค่นป่าชั้นในยังคงมีอยู่ ซึ่งหลายส่วนทั้งทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ค่ายพระมงกุฎเกล้า ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ มีการสนธิกำลังออกลาดตระเวนตลอดเวลา พบว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ที่มีอยู่เกือบ 2 แสนไร่หลายปีถูกบุกรุกไปแล้วเกือบ 1 แสนไร่
นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ ตรวจสอบปริมาตรไม้ทั้งหมดที่ยึดไว้ และให้เข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน สภ.บางสะพานน้อย เพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ไชยวัฒน์ สาดแย้ม







