posttoday
โทร.ป่วนเจอคุกสถานเดียว

โทร.ป่วนเจอคุกสถานเดียว

07 สิงหาคม 2554

ใครที่คิดจะโทร.ป่วนเมืองให้ชาวบ้านชาวเมืองเขาเดือดร้อน ท่องไว้ให้ดี ท่องไว้ให้ขึ้นใจ คุก...คุก...คุก...

ใครที่คิดจะโทร.ป่วนเมืองให้ชาวบ้านชาวเมืองเขาเดือดร้อน ท่องไว้ให้ดี ท่องไว้ให้ขึ้นใจ คุก...คุก...คุก...

มีตัวอย่างให้เห็น มีคดีให้ดูให้เป็นเยี่ยงอย่าง คดีนี้ด้วยเพราะสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองตลอดช่วงปี 2553 ร้อนแรงทะลุปรอทถึงขั้นฆ่ากันตายกลางเมือง มีการเผาบ้านเผาเมืองจนสร้างความเสียหายป่นปี้ ส่งผลให้ชายวัย 55 มีอาการเครียดเกินระงับ

เขาคือ วีรพงษ์ นิลยกานนท์ หนุ่มใหญ่ชาวชุมพร พ่อค้าดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งวันดังกล่าวอากาศแปรปรวน เลยทำให้เกิดอาการ “อินลงตับ” จึงลงมือโทรศัพท์ไปหาเจ้าหน้าที่รัฐสภา เพื่อบอกว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่รอบๆ รัฐสภา 6 จุด หากเป็นวันหยุดคงไม่ครึกโครม แต่ระหว่างนั้นกำลังมีการประชุมเพื่อเลือกประธานสภา งานนี้ทำเอาเหล่าบรรดา สส.ถึงกับแตกฮือกันจ้าละหวั่น

 

โทร.ป่วนเจอคุกสถานเดียว

สุดท้ายไม่รอด จอดไม่ต้องแจว วีรพงษ์จากชุมพร ถูกศาลตัดสินให้กักขัง 15 วัน ปรับ 1,000 บาท หลังตกเป็นจำเลยบังคับขู่เข็ญให้ผู้อื่นเกิดความกลัว ซึ่งมีกำหนดโทษจำคุก 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท แต่วีรพงษ์ให้การรับสารภาพ จึงได้ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 15 วัน ไม่รอลงอาญา แต่ศาลเห็นว่าให้การเป็นประโยชน์ ไม่ได้เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม จึงสั่งเปลี่ยนเป็นให้กักขัง 15 วัน

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปกักขังที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี

วีรพงษ์ เปิดเผยหลังศาลตัดสินว่า ทำไปเพราะความอึดอัดใจที่รัฐสภามีแต่คนไม่ดีเข้าไป ส่วนตัวชอบ ชวน หลีกภัยขณะที่ภรรยาชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่ได้คิดเอาระเบิดไปวางจริงๆ แค่ต้องการขู่เล่น จึงโทร.ไปขอเบอร์รัฐสภาจาก 1133

ย้อนรอยคดีนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คนชอบลองของ ภายหลังตำรวจได้รับแจ้งเรื่องซุกระเบิดรอบรัฐสภา ทางฝ่ายสืบสวนของ บก.น.1 จึงติดตามตรวจสอบข้อมูล และพบว่าเป็นเบอร์โทรศัพท์มือถือหมายเลข 0870942XXX และได้จัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยรอบๆ รัฐสภาทันที แต่ไม่มีสิ่งผิดปกติ

จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นการโทร.ป่วนแน่นอน

เคราะห์ดีที่แค่ขู่ ไม่มีการวางระเบิดจริง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดโศกนาฏกรรมจนต้องได้เลือกตั้งกันใหม่แน่ๆ

โทร.ป่วนเจอคุกสถานเดียว

ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาแค่ 2 วัน ก็สามารถติดตามจับกุมวีรพงษ์จอมป่วนได้ โดยที่เจ้าตัวรับสารภาพโดยดีว่าตัวเองมีอาชีพขายดอกไม้พลาสติกตามสถานที่ราชการต่างๆ หลังใช้โทรศัพท์ข่มขู่สมอารมณ์หมายแล้วก็หักซิมทิ้งโยนลงในคลองแสนแสบ บริเวณหน้าวัดศรีบุญเรือง ย่านบางกะปิ

แต่ยังอินไม่พอจึงได้โทรศัพท์ไปขู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกด้วย

เรียกได้ว่าโดนกันถ้วนหน้า แต่ท้ายที่สุดก็หนีไม่รอด ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

และได้เข้าไปใช้เวลาสงบสติอารมณ์ในสถานกักขัง เผื่อวันหลังจะได้ไม่คิดอะไรสั้นๆ ให้คนอื่นต้องตกอกตกใจกลัวจนเดือดร้อนกันอีก

“พฤติกรรมดังกล่าวไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้คนอื่นตกใจกลัว เกิดความเสียหาย อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ที่ผ่านมาคดีโทรศัพท์ขู่วางระเบิดนั้น ศาลได้สั่งจำคุกมาแล้วหลายคดี” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) ฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะก่อเหตุ

อีกสถานการณ์ซึ่งเกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน คือ การขู่วางระเบิดรถไฟฟรี 102 สายเชียงใหม่กรุงเทพฯ ขณะที่กำลังรถกำลังวิ่งเข้า จ.ลำปาง โดยตำรวจรถไฟนครลำปางเป็นผู้ได้รับแจ้ง

งานนี้ทำเอาผู้โดยสารทั้งไทยและเทศกว่า 300 ชีวิต จาก 7 โบกี ต่างต้องกรูกันแย่งหนีลงจากรถไฟอย่างอลหม่าน โดยหน่วยเก็บกู้ระเบิดทั้งทหารและตำรวจต้องเร่งเข้าตรวจสอบภายในตู้โบกี เมื่อไม่พบก็ให้ผู้โดยสารทยอยขึ้นรถไฟ ก่อนจะตรวจเช็กรายตัว รวมถึงค้นกล่องสัมภาระซึ่งทำให้เสียเวลาไปกว่า 2 ชั่วโมง

พ.ต.อ.อุดม พรหมสุรินทร์ รอง ผบก.ลำปาง สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการข่มขู่ และสาเหตุน่าจะมาจากความขัดแย้งภายในสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นประเด็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟเข้มงวดกับการตรวจจับยาเสพติด ทำให้ผู้ร่วมขบวนการไม่พอใจจึงโทร.ขู่

 

โทร.ป่วนเจอคุกสถานเดียว

อย่างไรก็ดี คดีนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามหาตัวการโทร.ป่วนมาดำเนินคดีได้

ไม่เฉพาะรถไฟเท่านั้นที่ถูกโทร.ป่วน แม้แต่โรงพยาบาลศิริราชก็ยังไม่รอดพ้นจากมารสังคมกลุ่มนี้ โดยก่อนนี้ถูกขู่วางระเบิดมาแล้วเช่นกัน กรณีนี้ทราบจากนายตำรวจระดับสูงคนหนึ่งในกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ว่า มีชายลึกลับโทรศัพท์เข้ามาที่เบอร์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191 ของกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) ว่าจะมีการวางระเบิดภายในโรงพยาบาลศิริราช

เมื่อตรวจสอบก็ทราบว่า ชายผู้ไม่ประสงค์ดีรายนี้ใช้ตู้โทรศัพท์สาธารณะด้านหน้า ททบ.5 บริเวณสนามเป้า ถนนพหลโยธิน กทม. ปฏิบัติการ ลักษณะสำเนียงภาษาออกเหน่อๆ สันนิษฐานว่าน่าจะมีเจตนาป่วนบ้านเมือง ซึ่งเป็นช่วงที่มีการลอบวางระเบิดในกรุงเทพฯ ไปทั่วแทบทุกท้องที่

หลังจากที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และสอบถามพยานแวดล้อม ไม่นานนัก “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย ผบก.น.1 ก็สามารถนำผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนได้

ปรากฏว่าชายผู้ต้องสงสัยรายนี้ อายุ 26 ปี มีอาชีพเป็นช่างซ่อมรองเท้า โดยสามารถติดตามจับกุมได้ในกรุงเทพฯ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริงเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2553 โดยใช้โทรศัพท์สาธารณะหมายเลข 022710312 โทร.ไปยังศูนย์วิทยุผ่านฟ้าว่าจะวางระเบิดที่โรงพยาบาลศิริราช และสารภาพด้วยว่าไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลัง ซึ่งถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 392

นอกจากนี้ ยังมีคดีโทร.ป่วนวางระเบิดในอีกหลายๆ ที่ เช่น กรมบังคับคดี หรือแม้แต่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ทำให้ประชาชนต้องระทึกขวัญ รวมถึงพวกโรคจิตว่างงานชอบโทร.ไปยังหน่วยงานโน้นหน่วยงานนี้เพื่อความสะใจส่วนตัว นี่ก็เรียกว่าป่วนเช่นกัน แต่พบแค่ 15% เท่านั้น แต่โดยรวมๆ เฉพาะในพื้นที่ กทม. เมื่อปี 2553 มีการโทร.ข่มขู่ 13 ครั้ง ขณะที่ปีนี้ล่าสุดมี 4 ครั้ง

อย่างไรก็ดี จอมป่วนทั้งหลายพึงระวังไว้ให้ดี ใครที่รอดมือตำรวจไปได้วันนี้ถือว่าโชคดีไป แต่จับได้เมื่อใดจำไว้ คุก...คุก ...คุก  

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง