
เกษตรฯเตรียมป้องกันน้ำท่วมกทม.
เกษตรฯ ยันกันกทม.จากน้ำท่วมเต็มที่ เตรียมตัดยอดน้ำเข้าทุ่งจ.อยุธยา อ่างทอง
เกษตรฯ ยันกันกทม.จากน้ำท่วมเต็มที่ เตรียมตัดยอดน้ำเข้าทุ่งจ.อยุธยา อ่างทอง
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าได้ให้อธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่รวมรวมปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งหมดมาหารือในที่ประชุมวันจันทร์ที่ 8ส.ค. ซึ่งนายบรรหาร ศิลปะอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาจะร่วมประชุมด้วยเพื่อวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำในปีนี้ที่คาดว่าจะมีปริมาณมากกว่าปี 2553 และอาจจะรุนแรงเหมือนปี 2549 ทำให้ห่วงว่าจะเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งแนวทางที่วางไว้เบื้องต้นคือจะใช้แนวทางในการตัดยอดน้ำเข้าไปยังทุ่งเจ้าพระยาตะวันตกและตะวันออก เพื่อลดปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งเป็นปริมาณที่แม่น้ำเจ้าพระยาสามารถรับได้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรมชลฯได้ศึกษาโครงการไก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยการเพิ่มพื้นที่รับน้ำ และเพิ่มพื้นที่ระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เพิ่มขึ้น ทั้งหมดอยู่ในแผนพัฒนาแหล่งน้ำ 60 ล้านไร่วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท แต่ยังไม่มีงบประมาณดำเนินการ
ทั้งนี้ สั่งการให้นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดชัยนาท เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำที่จะมาจากสุโขทัยว่าจะมีความรุนแรงเพียงใดและให้นาย วีระ วงศ์แสงนาค รอง ไปดูที่จ.นครสวรรค์ เนื่องจากวันที่ 6-7 ส.ค. น้ำจาก แม่น้ำปิง วัง ยม น่านจะมาที่ชุมแสง จ.นคสวรรค์ รวมทั้งจะมีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังมาสมทบด้วย ซึ่งในเบื้องต้นคาดการณ์ขณะนี้น้ำจะอยู่ระดับที่ 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่เมื่อลงมาสู่เขื่อนชัยนาท-ป่าสัก จะมีปริมาณเพิ่มหรือไม่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีน้ำ ค้างอยู่ในแต่ละพื้นที่ และปริมาณน้ำที่มาจากแม่น้ำปิง ที่มีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วมาสมทบด้วย ทำให้น้ำเหนือมีมวลน้ำก้อนใหญ่ขึ้น จึงต้องติดตามสถานการณ์น้ำที่ระดับเหนือเขื่อนชัยนาทอย่างใกล้ชิด เพราะหากเกินกว่า 2,500 ลบ.ม. ก็จะทำให้เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งที่พื้นที่เหนือชัยนาท ย้อนไปนครสวรรค์
นายธีระกล่าวว่า เพื่อความไม่ประมาทได้สั่งการให้วางแผนตัดยอดน้ำ เพื่อผันน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งเจ้าพระยาตะวันตก ที่คลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ทุ่งบางบาล จ.อยุธยา คลองโผงเผง จ.อ่างทอง ปริมาณ 500 ลบ.ม.ต่อวินาที เพราะเป็นห่วงว่าไทยอาจได้รับอิทธิพลบางส่วนจากพายุหมุ่ยฟ้าทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่ม แม้ว่าจะไม่ส่งผลต่อไทยโดยตรงก็ตาม
นายชลิต กล่าวว่าได้เตรียมแก้มลิงที่จังหวัดลพบุรี และในทุ่งจังหวัดอยุธยา ทุ่งมหาราช เพื่อไว้รองรับน้ำจากพายุฝนที่จะอาจจะเข้ามาอีกในปลายก.ย. ถึง พ.ย. โดยกรมจะแจ้งเตือนให้ประชาชนทราบล่วงหน้าก่อน2-3 สัปดาห์ โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เช่น อยุธยา หาดใหญ่ หัวหิน และพื้นที่ที่ท่วมใหม่ในปีที่แล้ว เช่น อำเภอปากช่อง นครราชสีมา ร้อยเอ็ด และอุบลราธานี ให้เตรียมรับมือไว้ด้วย เนื่องจากมี แนวโน้ม ที่พื้นที่ดังกล่าวจะท่วมหนักและรุนแรงกว่าปี 2553
ทั้งนี้กรมชลฯได้ศึกษาโครงการระบบชลประทานต่างๆ ไว้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยจะเป็นช่องทางระบายน้ำออกสู่ทะเลเพิ่มขึ้นเร็วขึ้น ไว้ครบทั้งหมดแล้วอยู่ในกรอบพัฒนาเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 60 ล้านไร่ วงเงิน 1.7 ล้านล้านบาท เช่นโครงการขุดคลองเจ้าพระยาสอง และการเสริมคันกั้นน้ำคลองรพีพัฒนา คลองพระองค์เจ้าไชยยานุชิต คลองชัยนาท-ป่าสัก เพื่อเพิ่มความจุของน้ำและสามารถระบายน้ำออกทะเลได้มากขึ้นโดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพ ซึ่งจะเสนอรัฐบาลชุดหน้า เพื่อเร่งดำเนินการให้ทันกับปัญหาภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น







