posttoday
นรนิติ ชำแหละการปรับตัวของปชป.​

นรนิติ ชำแหละการปรับตัวของปชป.​

05 สิงหาคม 2554

"ไม่ง่ายหรอกที่จะตอบว่าทำไมเขาแพ้ซ้ำๆ แต่ต้องถามด้วยว่าทำไมประชาธิปัตย์ถึงชนะซ้ำซาก ที่ภาคใต้ แล้วประชาธิปัตย์ ชนะบ้าง ถดถอยบ้างที่กรุงเทพ มันมีปัจจัยหลายอย่าง"

"ไม่ง่ายหรอกที่จะตอบว่าทำไมเขาแพ้ซ้ำๆ แต่ต้องถามด้วยว่าทำไมประชาธิปัตย์ถึงชนะซ้ำซาก ที่ภาคใต้ แล้วประชาธิปัตย์ ชนะบ้าง ถดถอยบ้างที่กรุงเทพ มันมีปัจจัยหลายอย่าง"

16 ปี  แห่งความพ่ายแพ้แบบต่อเนื่อง ลากยาวตั้งแต่การเลือกตั้ง  2538  จนล่าสุด 2554  “ประชาธิปัตย์” เปลี่ยนหัวหน้าพรรคมาแล้ว  3  คน​ แต่ยังไม่สามารถสะกดคำว่า “ชนะ” ​โจทย์ใหญ่วันนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ใครจะมาเป็น “หัวหน้าพรรค”  หรือ “เลขาธิการพรรค” คนใหม่ ​

เมื่อสิ่งที่สำคัญกว่า​คือทำอย่างไรที่พรรคอายุ 65 ปีจะกลับมาชนะเลือกตั้ง​ ??? 

รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร อดีตเลขาธิการถาบันพระปกเกล้า อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ นักวิชาการเจ้าของหนังสือ “พรรคประชาธิปัตย์​: ความสำเร็จหรือความล้มเหลว”​​ ซึ่งติดตามวิวัฒนาการของประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ พ.ศ.​2521 วิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ

นรนิติ ชำแหละการปรับตัวของปชป.​ นรนิติ เศรษฐบุตร

“ไม่ง่ายหรอกที่จะตอบว่าทำไมเขาแพ้ซ้ำๆ  แต่ต้องถามด้วยว่าทำไมประชาธิปัตย์ถึงชนะซ้ำซาก ที่ภาคใต้  แล้วประชาธิปัตย์ ชนะบ้าง ถดถอยบ้างที่กรุงเทพ  ​ มันมีปัจจัยหลายอย่าง เผอิญ ต้องยอมรับว่า เดิมพรรคไทยรักไทย ชนะปี 2544  ก็เกินความคาดหมาย  ​ชนะปี 2548  ชนะเกิน สองในสาม สำหรับพรรคเพื่อไทย เขาก็มีคำตอบของการเปลี่ยนแปลงของเขา  คือเขาเข้ามาใหม่ การใช้นโยบายอย่างจริงจังในการหาเสียง”

​.... พรรคประชาธิปัตย์คงต้องไปประมวล ก็ต้องไปดูของเขาเอง ​ถ้าเขามีเวลาและวิเคราะห์ตัวเขาเองก็จะจะตอบคำถามได้เยอะ​ เพราะเขาลงพื้นที่ไปลึก ลงพบประชาชน  เขาเข้าใจพื้นที่ไม่ว่าพื้นที่นั้น จะเป็นพื้นที่อีสาน เหนือ ใต้ หรือ ตะวันออก เขาก็คงพอรู้  ผมทราบมาว่าก่อนปี 2544 เขาเคยทำการศึกษาวิจัย​ ตอนนั้นเขาใช้นักวิชาการของพรรคเขาเอง  ​ เขาก็มีนักวิชาการรัฐศาสตร์  คนที่เรียนเก่ง  วิจัยเก่ง ศึกษาเก่ง อยู่ในพรรค”​

รศ.นรนิติ  กล่าว่า สาเหตุที่ทำให้ประชาธิปัตย์ชนะซ้ำในภาคใต้ ส่วนหนึ่งมาจาก  คุณชวน  ซึ่งเป็นคนใต้ เป็น “เฟฟโวริท ซัน”​  ตอนเลือกตั้งปี 2549  มองด้วยสายตาภาคใต้น่าจะมีปัญหา แต่พอคุณชวนไปหาเสียงคะแนนก็กลับมา​ แต่นี่มองแบบฉาบฉวยไม่ได้ทำวิจัย ​เพียงแต่ยืนยันว่า จะไปมองว่าการแพ้หรือชนะเป็นเรื่องของชนชั้นไม่ได้ หรือ เป็นเรื่องของในเมืองชนบทไม่ได้   ภาคใต้ก็มีเมืองและชนบทเหมือนกับภาคอื่น ๆ ​

ส่วนจะเป็นกรณีเดียวกับที่เพื่อไทยได้เสียงในภาคอีสาน และ ​พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียงในภาคใต้หรือไม่ ​ตอบยากเพราะไม่ได้ศึกษาลึกซึ้ง ​หัวหน้าไทยรักไทย เป็นคนภาคเหนือ คุณชวนเป็นคนใต้  ​แต่การที่คนภาคอีสานชื่นชอบในพรรคเพื่อไทย น่าจะมีปัจจัยอื่น ​ ทั้งเรื่อง นโยบายที่โดนใจมาแล้ว และอาจอยู่ในใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  แต่บางเขต ภูมิใจไทยก็ยังแทรกได้ ​

สำหรับความเป็นพรรคเก่าแก่ ก็เป็นทั้ง “จุดอ่อน” และ “จุดแข็ง”​  เมื่อด้านหนึ่งทำให้เกิดการล่าช้า สั่งงานไม่ทันการ  หรือ เลือกทำอะไร ดังใจหัวหน้าพรรคไม่ได้  แต่ก็เป็นจุดแข็งในระบบประชาธิปไตย ที่จะต้องได้รับฉันทานุมัติจากคนจำนวนมาก​ ดังนั้น​ การเปลี่ยนแปลงอะไรอาจจะล่าช้า ​แต่ก็เป็นกระบวนการของเขา ที่ทำมาอย่างนี้

“ไม่ว่าพรรคการเมือง หรือ องค์กรใด ถ้าอยู่นิ่งเฉย องค์กรนั้นก็จะอยู่ได้ไม่นาน ดังนั้น​พรรคการเมืองใดที่ปรับตัวได้เร็ว ย่อมสามารถเข้าถึงโดนใจคนออกเสียงได้ดี ก็เป็นธรรมดา  แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าประชาธิปัตย์ ปรับตัวช้าหรือเร็ว”

นรนิติ ชำแหละการปรับตัวของปชป.​

รศ.นรนิติ มองว่า พรรคประชาธิปัตย์​​มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร จากเดิมที่เป็นพรรคอนุรักษ์นิยม เป็นพรรคของข้าราชการเก่า ออกจะขุนนาง แต่ในที่สุดก็เอาคนต่างจังหวัด  คนธรรมดาลูกแม่ค้า อย่างคุณชวน เป็นหัวหน้าพรรค ยุคหลัง 6 ต.ค. 19 ก็มีฝ่ายซ้ายเข้ามาอยู่ในพรรค ​มีการเปลี่ยนแปลงในพรรคมีพอสมควร 

ในแง่บุคคลากรของพรรค แม้  “อภิิสิทิธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค  จะมีพื้นฐานครอบครัว พื้นฐานการศึกษาที่ดี แต่ไม่สำคัญ เพราะสิ่งสำคัญ​คือ คุณต้องเข้าใจคนไทยในแต่ละพื้นที่ การทำงานที่จะทำให้​ได้รับคะแนน ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจ   อย่าไงรก็ตาม การชนะเลือกตั้งหรือไม่ ไม่น่าจะเกี่ยวกับภาวะผู้นำ ​เพราะคนที่เป็นนายกฯ ทำงานมาจะไม่มีลักษณะผู้นำเลยหรือ ก็ต้องมีกันทั้งนั้น

ดังนั้น ​น่าจะเกี่ยวกับนโยบายที่เสนอ ทำให้ประชาชนถูกใจ  ชอบใจ  เวลาดูนโยบาย ก็ไม่มีใครมั่นใจขนาดนั้น เพราะไม่ได้ยินใครยี้นโยบายพรรคนู้น หรือว่าพรรคนี้ไม่ดี นโยบาที่ออกมาสำหรับประชาชนก็ดีทั้งนั้น แต่ทำได้จริงขนาดไหนนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนจะบอกว่า นโยบายเหมาะกับคนภาคใต้ ของประชาธิปัตย์ ​คนจึงเลือก ก็ไม่แน่ใจ แล้วบอกนโยบายนี้ ไม่ดีสำหรับภาคใต้  แต่ดีสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  จึงทำให้คนอีสานเลือกเพื่อไทย  มากมายถล่มทลายก็ไม่แน่ใจ

รศ.นรนิติ มองว่า การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่  พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องไปหาคนของเขา ​ที่จะเสนออะไรใหม่  ซึ่งจะหาได้หรือไม่ ถ้าต้องการคนใหม่  แต่อย่างไรก็ตามประเชาธิปัตย์มีเวลาเตรียมคน  บางทีพรรคการเมืองในต่างประเทศ ที่เขาแพ้เลือกตั้ง  เขาใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่งในการเตรียมหาคน  บางทีก็เปลี่ยนคน บางทีก็ไม่เปลี่ยนคน  แต่เขาต้องปรับปรุงอะไรในองค์กรเขา  ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา บางทีผมเห็นบางพรรคการเมืองเปลี่ยนแล้ว ก็ไม่ได้ประโยชน์  

“พรรคคอนเซอเวทีฟ ของอังกฤษ เปลี่ยนแล้วไม่ได้ประโยชน์  เขาก็เปลี่ยน 2-3 ที  ในที่สุดเปลี่ยนมาใหม่ก็ได้  พรรคเลเบอร์ก็เคยเปลี่ยน  ไม่ได้ประโยชน์ ก็เปลี่ยนกว่าจะได้ โทนี แบลร์   เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องลองดู ผมไม่คิดว่าจะมีสูตรสำเร็จ ​วันนี้ประชาธิปัตย์จะเลือกใคร  เลือกได้ เมื่อเขาเคยเลือกคุณชวน  เคยเลือกใครต่อใคร เมื่อก่อนคนต้องมอง ว่า ต้องคุณควง(อภัยวงศ์) คุณ เสนีย์ (ปราโมช) ในที่สุดก็ไปเอาคุณถนัด (คอมันตร์) มาเป็น ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเคยออกมาติพรรคปะชาธิปัตย์ 

 

นรนิติ ชำแหละการปรับตัวของปชป.​

.... ต่อมาได้คุณพิชัย (รัตตกุล)  แล้วก็มาเป็น คุณชวน เพราะฉะนั้น  ผมยังเชื่อว่าประชาธิปัตย์เลือกใครก็ได้มาเป็นหัวหน้าพรรค   แล้วเลือกใครก็ได้มาเป็นเลขาธิการพรรค  เพราะวันหนึ่งเขาก็เอาคุณอนันต์ อนันตกูล ที่อยู่ข้างนอกมาเป็น   ดังนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเขาเลือกแล้วจะเหมาะแล้วจะทำได้ไหมอย่างที่เขาต้องการ”

รศ.นรนิติ  มองว่า นอกจากจะเลือกใครแล้ว ต้องไปดูคำถามแรกทำไมแพ้ที่นู่นที่นี่  ซึ่งจะต้องอย่าดูแค่แพ้ แต่จะต้องดู้ด้วยว่า ทำไมถึงชนะ ดูแต่แพ้ก็รู้อย่างหนึ่ง แต่ดูที่ชนะก็จะได้รู้ว่า ​ดีตรงไหนถึงชนะ แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนแปลงแล้วจะชนะ ​มันไม่มี”สูตรสำเร็จ” ​ พรรคเลเบอร์ คอนซอร์เวทีฟ  เคยทำมาหมด เปลี่ยนตัวหัวหน้า ต้องทำมาอยู่สักพรรค

​จิตมนุษย์นี้ไซร้ หรือ จิตผู้เลือกตั้ง ไม่หยั่งถึงง่ายๆ  ...... 


 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท