posttoday
ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แค่รู้สึกคับใจ..แต่ยังไม่คับที่

ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แค่รู้สึกคับใจ..แต่ยังไม่คับที่

03 กุมภาพันธ์ 2553

...ทีมข่าวการเมือง

ที่สุด แม่ทัพใหญ่พรรคร่วมรัฐบาล บรรหาร ศิลปอาชา ก็ทำใจแล้วว่า ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน.. ก็ไม่ผ่าน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

“บิ๊กเติ้ง” เปลือยใจให้สัมภาษณ์อย่างหมดเปลือก

รู้สึกผิดหวังกับประชาธิปัตย์ ไม่อยากเจอ ไม่อยากนัด เพราะไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญด้วย

ก่อนจะฝากคำเตือน แทงใจอภิสิทธิ์ว่า ถ้าอยากอยู่ร่วมกันนานๆ อภิสิทธิ์ต้องปรับตัว ใจกว้างมากกว่านี้ และจะเป็นนายกฯ นานไป 8 ปี

กับคำถามที่ว่า ชาติไทยพัฒนายังจะร่วมเป็นรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ได้หรือไม่ บรรหารตอบทันที “เมื่อช่วยให้เป็นรัฐบาลก็ต้องอยู่ให้ตลอด แต่พรรคประชาธิปัตย์อย่าล้มตัวเอง”

ความขัดแย้งในการแก้รัฐธรรมนูญแม้จะรุนแรง หักดิบจนไม่ไว้หน้ามิตรรักพรรครัฐบาลด้วยกัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้รัฐบาล “แตกแยก” เหมือนดังที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคออกมาคอนเฟิร์ม รัฐบาลอยู่ได้ ยังไงก็ต้องเป็นรัฐบาลกันต่อไปอีกนาน เพราะการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา ไม่เกี่ยวกับการเป็นรัฐบาล

เพราะเป้าหมายใหญ่ที่พรรคร่วมยังหวานคอแร้ง ไม่กล้าแยกธาตุจากประชาธิปัตย์ คือ

ผลประโยชน์มหาศาลในการร่วมกันเป็นรัฐบาล ที่รอให้พรรคร่วมรัฐบาลตักตวงอีก 2 ปี ก่อนที่รัฐบาลจะหมดวาระในปลายปี 2554

ทั้งโครงการไทยเข้มแข็ง เมกะโปรเจกต์อย่างโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี งบประมาณปี 2554 รวมแล้วร่วมล้านล้านบาท

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ “บิ๊กเติ้ง เนวิน ชิดชอบ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พินิจ จารุสมบัติ” สั่งให้ลูกพรรคอย่าแตกแถว จะมีก็แค่อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง ศอกกลับ ตีเข่า ประชาธิปัตย์หอมปากหอมคอว่า เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น

ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะเปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากเขตใหญ่เรียงเบอร์ เป็นเขตเล็กเขตเดียวคนเดียว ก็ไม่ทำให้พรรคร่วมรัฐบาลถีบตัวเองเป็นพรรคอันดับหนึ่งเทียบเท่าประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย

จะใช้เขตใหญ่หรือเขตเล็กในการเลือกตั้ง ก็คงเป็นพรรคขนาด กลางและขนาดเล็กไม่เกิน 60 ที่นั่งเหมือนเดิม และก็ยังร่วมเป็นรัฐบาลได้ทุกขั้ว เพราะยุทธศาสตร์ของพรรคเอสเอ็มอีเหล่านี้ ไม่ได้หวังเป็นพรรคแกนนำ แต่ต้องการเป็นพรรคอะไหล่ ที่สามารถร่วมเป็นรัฐบาลได้ตลอดกาล

แต่ที่เหนื่อยหน่อยก็คือ ถ้าต้องใช้เขตใหญ่ ก็ต้องใช้เงินบริหารการเลือกตั้ง มากกว่าเขตเล็ก

ทว่าที่สุดแล้ว เชื่อขนมกินได้ว่า 5 พรรคร่วมก็ยังได้ร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าแน่นอน ไม่ว่าประชาธิปัตย์ หรือเพื่อไทย เป็นแกนนำ ส่วนอำนาจต่อรองจะมีมากหรือน้อย อยู่ที่ที่นั่งสส. ว่า ขุนศึกเติ้ง เนวิน พินิจ สุวัจน์ จะนำพาได้มากแค่ไหน

ดังนั้น เมื่อไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ก็ต้องใช้เขตใหญ่เลือกตั้งต่อไป ที่ต้องจับตาจากนี้พรรคร่วมต้องรีบสะสมทุนขนานใหญ่ เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

แต่เมื่อเดินหน้ามาไกลแล้ว แม้ประชาธิปัตย์จะเบรกหัวทิ่มยังไง หัวหน้าพรรคร่วมนอมินี 5 พรรค ก็ต้องรับบทการแสดงแถลงข่าวผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น เรื่องเขตเลือกตั้ง และการนำสนธิสัญญาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

โดย ชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา น้องบิ๊กเติ้ง ผู้อาสาเป็นแกนนำแก้รัฐธรรมนูญ ประกาศว่า ทุกอย่างเป็นไปตามคิวเดิม โดยวันนี้จะเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อ ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาเวลา 11.00 น.

ทั้งนี้ เพื่อให้ พิธีกรรมนำร่อง แก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมเกิดความสมบูรณ์

ทั้งที่การแก้รัฐธรรมนูญปิดฉากไปแล้ว 99% การแถลงข่าว “เปิดเกม” แก้รัฐธรรมนูญในทางตรงกันข้าม จึงเป็นการ “ปิดเกม” แก้รัฐธรรมนูญไปโดยปริยาย

เมื่อประชาธิปัตย์ไม่ร่วม เพื่อไทยไม่เอาด้วย...ทุกอย่างก็จบ

ไม่เฉพาะ “บิ๊กเติ้ง” ที่เอ่ยปากยกธงขาว แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดินอย่างว่าที่ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ก็ยังเสียงอ่อนว่า ยังไงการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่มีทางสำเร็จ เพราะคงไม่มีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งของสภา คือ 312 เสียง จากทั้งหมด 623 เสียง

ถามว่า เมื่อพรรคร่วมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถึงมือประธานรัฐสภาแล้ว ขั้นตอนจากนี้จะเป็นอย่างไร

ประธานรัฐสภาต้องตรวจสอบญัตติและบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภาภายใน 15 วัน แต่ข้อบังคับการประชุมไม่ได้กำหนดว่าจะต้องหยิบมาพิจารณาภายในกี่วัน

ขึ้นอยู่ที่ประธานรัฐสภา ซึ่งก็คือ ชัย ชิดชอบ

เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้นนี้จึงยังอยู่ที่การคอนโทรลของพรรคร่วม เพราะอย่าลืมว่า ปู่ชัย คือ พ่อเนวิน ชิดชอบ ซึ่งเป็นผู้ออกแรงแข็งขันให้แก้ระบบเลือกตั้งเป็นเขตเดียวคนเดียว

จากนี้จึงมี สองแนวทาง คือ ประธานชัยเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สส. สว. พิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญทันทีในสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะปิดกลางเดือนพ.ค.

แต่ถ้ามีการพิจารณาญัตตินี้ไม่เกินเดือนหน้า การปิดฉากแก้รัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลก็จะตอกฝาโลงเร็วขึ้น แน่นอนประชาธิปัตย์อาจเสียรังวัดเพราะจะถูกถล่มจากพรรคร่วมรัฐบาลว่า ไม่จริงใจ ขยายรอยร้าวกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลมากขึ้น

ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว การเมืองนอกสภายังร้อนระอุด้วยม็อบเสื้อแดง ส่วนในสภาก็ใกล้จ่อศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเต็มทน

อีกแนวทาง คือ ไม่ต้องรีบร้อนพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปล่อยให้คาอยู่ในวาระการประชุมสภาไว้ เผื่อหยิบยกมาพิจารณาในสมัยประชุมหน้าเดือนส.ค. หรือถ้าสถานการณ์ยังลุ้นยาก ก็รอได้ไว้ถกในปีหน้า

อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ดีกว่าแท้งก่อนคลอด

แม้จะลุ้นยากเพราะประชาธิปัตย์ทุบโต๊ะไม่เอาเขตเดียวคนเดียว

แต่มติประชาธิปัตย์ที่หักดิบพรรคร่วม อยู่ในช่วงที่ประชาธิปัตย์กำลังมีแต้มต่อจากคะแนนนิยมอภิสิทธิ์ที่พุ่งขึ้น

ทว่า หากวันหน้ากระแสการเมืองเปลี่ยน และ “อภิสิทธิ์เปลี่ยนไป” จำต้องง้อพรรคร่วมเพื่อต่ออายุเก้าอี้นายกฯ ก็อาจเป็นไปได้ที่ประชาธิปัตย์อาจกลับหันหลังมายืนข้าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เพื่อหนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

วัดใจประชาธิปัตย์อีกครั้ง แม้การแก้จะยากเต็มทน แต่ก็ดีกว่าให้ฝันสลายทันที อยู่แบบมีหวัง รอเขย่าอีกรอบดีกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท