
มาร์คโชว์การคลังแน่นส่งไม้ให้รัฐบาลใหม่
มาร์คออกทีวีแถลงอำลาตำแหน่งโชว์ทุนสำรองประเทศ1.8แสนล้านดอลล์ เอื้อรัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
มาร์คออกทีวีแถลงอำลาตำแหน่งโชว์ทุนสำรองประเทศ1.8แสนล้านดอลล์ เอื้อรัฐบาลใหม่ดำเนินนโยบายแก้ปัญหาประชาชน
เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 4 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยใช้ชื่อรายการว่า "รายงานสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อส่งมอบงานบริหารประเทศไทย" ซึ่งมีความยาวประมาณ 13 นาที
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันได้พยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่มีความสำคัญตั้งแต่การเตรียมการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี รัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการและมีการเตรียมงานไว้อันจะทำให้รัฐบาลใหม่เข้ามาสานต่อเพื่อจัดงานพระราชพิธีได้อย่างสมพระเกียรติ
"ขณะนี้สถานะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศขณะนี้ เอื้อต่อการที่จะให้รัฐบาลใหม่สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชน และประเทศชาติได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาของแพง ค่าครองชีพ ประกอบกับการที่สถานการณ์เศรษฐกิจในโลกยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก รวมไปถึงความผันผวนของราคาน้ำมัน"นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ฐานะทางการเงิน การคลัง และฐานะของประเทศมีความมั่นคงอย่างมากทางด้านเศรษฐกิจ และจะทำให้รัฐบาลใหม่มีความยืนหยุ่น ในการที่จะปรับนโยบายทางด้านการเงินการคลังเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้ โดยฐานะของประเทศไทยในขณะนี้ มีเงินสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 180,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก และเพิ่มขึ้นถึง 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้เข้ามาบริหาร โดยติดอันดับประเทศที่มีเงินสำรองสูงเป็นอันดับที่ 13 ของโลก
ขณะที่ฐานะการคลังในประเทศ นั้น หลังจากที่ปีงบประมาณปัจจุบันผ่านพ้นไปเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ไตรมาส รัฐบาลมีเงินที่จัดเก็บรายได้เพิ่มเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ในงบประมาณถึงเกือบ 200,000 ล้านบาท ซึ่งทำให้ฐานะการคลังมีความมั่นคงและทำให้การจัดงบประมาณสำหรับปีงบประมาณต่อ ๆ ไปทำได้คล่องตัวยิ่งขึ้น โดยน่าจะอยู่ในวิสัยที่ประเทศไทยสามารถกลับเข้าสู่ภาวะการสมดุลได้
นอกจากนี้ตัวเงินคงคลังเองในปัจจุบันนั้น ก็มีสูงถึง 300,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในวันที่เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งอยู่ที่ประมาณเพียง 50,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนและรัฐบาลใหม่สามารถที่จะสบายใจได้ว่ามีความยืนหยุ่นในเรื่องของการที่จะบริหารงานทางด้านการเงินการคลัง
"ทั้งหมดนี้เป็นการยืนยันเพื่อให้เกิดความสบายใจว่า วันนี้รัฐบาลใหม่จะมีความยืดหยุ่น มีเครื่องมือ มีกลไกทั้งทางด้านการเงินการคลัง ที่สามารถที่จะเลือกในการที่จะรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี"นายอภิสิทธิ์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง ก็ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาต่อไป โดยรัฐบาลได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูป คณะกรรมการสมัชชาการปฏิรูป ซึ่งได้มีข้อเสนอไปแล้วมากมายและอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมไปจนถึงการมีกฎหมาย หรือมาตรการต่าง ๆ ซึ่งค้างอยู่ จึงหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาพิจารณามาตรการ กฎหมาย และข้อเสนอแนะเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อนำไปสู่การมีสังคมที่มีความเป็นธรรมมากขึ้นต่อไป
ด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านเป็นไปด้วยความราบรื่น ยกเว้นในกรณีที่มีข้อพิพาทกับทางกัมพูชา โดยเรื่องที่ยังค้างอยู่เป็นเรื่องที่ทางกัมพูชานั้นได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลโลก ซึ่งได้ไปต่อสู้จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และศาลโลกก็ได้มีคำสั่งชั่วคราวออกมาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการสานต่อ เพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศต่อไป
ที่สำคัญที่สุดก็คือตัวคดีหลักในการที่กัมพูชาขอตีความคำวินิจฉัยของศาลโลกเมื่อปี 2505 ยังเป็นกระบวนการที่เพิ่งเริ่มต้น ซึ่งตรงนี้รัฐบาลได้เตรียมข้อมูล ข้อกฎหมายเอาไว้ และก็หวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะได้ดำเนินการต่อสู้คดีให้สามารถที่จะปกป้อง พิทักษ์ รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังมีปัญหาภายในประเทศที่กระทบกับความมั่นคงที่จำเป็นต้องมีการสานต่อ เช่นปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
"ผมหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะได้สานต่อในแนวทางเพื่อนำไปสู่ความจริง ความยุติธรรม นำเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองไปว่ากันในกระบวนการของรัฐสภา และยกสถาบันต่าง ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่เหนือความขัดแย้ง"นายอภิสิทธิ์กล่าว







