
อภิสิทธิ์เผยเทปพิเศษแจงตัวเลขศก.
"อภิสิทธิ์" เผย เทปบันทึกรายการพิเศษคืนนี้ แจงเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ ปัดเปรียบเทียบรัฐบาลชุดใหม่
"อภิสิทธิ์" เผย เทปบันทึกรายการพิเศษคืนนี้ แจงเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจ ปัดเปรียบเทียบรัฐบาลชุดใหม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเนื้อหาในเทปบันทึกรายการพิเศษเรื่องการส่งมอบรายงานสถานทางสังคม เศรษฐกิจของประเทศ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยในค่ำวันนี้ (4 ส.ค.) เวลา 20.30 น.ว่าเป็นการพูดถึงสถานะสังคมและเศรษฐกิจสั้นๆ เพื่อให้ประชาชนและรัฐบาลใหม่ได้รับทราบว่า ฐานะต่างๆที่จะเป็นเครื่องมือในการทำงานของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเครื่องมือทางเศรษฐกิจ รวมถึงภารกิจที่จะต้องเร่งสานต่อว่ามีอะไรบ้าง ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนไม่กังวลต่อการเปลี่ยนผ่าน
สำหรับฐานะทางเศรษฐกิจที่จะเปิดเผยในรายการพิเศษ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฐานะของประเทศเวลานี้ มีเงินสำรอง 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีเงินสำรองเพิ่มขึ้นถึง 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีฐานะมั่นคงมาก การจัดเงินรายได้ขณะนี้เกินเป้าไปกว่า 2 แสนล้านบาท เงินคงคลังมีอยู่ 3 แสนล้านบาท เทียบกับ 2 ปีที่แล้วที่มีเพียง 5 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากดูตัวเลขชุดนี้ ประกอบกับตัวเลขหนี้สาธารณะต่างๆ ก็จะให้รัฐบาลใหม่มีเครื่องมือในการทำงาน
เมื่อถามว่ารายการพิเศษวันนี้จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดใหม่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงยังไม่มีอะไรเปรียบเทียบ เพราะรัฐบาลชุดใหม่ยังไม่ได้เข้ามาทำงาน เพียงแต่ให้รับทราบสถานการณ์ที่แท้จริง เมื่อถามว่าการออกทีวีคืนนี้ถือเป็นการป้องกันตัวเองระดับหนึ่งว่าจะไม่ถูกโยนบาปในอนาคต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่หรอก เพียงแต่ต้องการให้ทุกคนเข้าใจข้อเท็จจริงตรงกัน จะได้เป็นการเริ่มต้นที่ดี ส่วนตัวหวังว่ารัฐบาลชุดต่อๆไปจะทำเช่นเดียวกัน ประชาชนและฝ่ายการเมืองจะได้ทราบข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่ามีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยอาจกู้เงินจำนวน 8 แสนล้านบาทเพื่อนำมาลงทุนเมกะโปรเจ็คส์กระตุ้นเศรษฐกิจ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ส่วนนั้นเป็นเรื่องนโยบาย เพราะต้องรอให้รัฐบาลใหม่แถลงนโยบายก่อน แต่ถ้าเพื่อไทยบอกว่าจะต้องเร่งกู้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ตนก็จะบอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะเวลานี้ไม่มีความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งที่จำเป็นมากกว่าคือการลงทุน การดูแลเสถียรภาพ และการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน การกู้เงินมากๆในเวลานี้ไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริง







