posttoday
ดอลลาร์หมดเสน่ห์เงินหยวนจีนเตรียมผงาด

ดอลลาร์หมดเสน่ห์เงินหยวนจีนเตรียมผงาด

04 สิงหาคม 2554

แม้ว่าแผนการเพิ่มเพดานหนี้และตัดลดงบประมาณของสหรัฐจะทำให้ประเทศรอดพ้นจากสภาพผิดนัดชำระหนี้

แม้ว่าแผนการเพิ่มเพดานหนี้และตัดลดงบประมาณของสหรัฐจะทำให้ประเทศรอดพ้นจากสภาพผิดนัดชำระหนี้

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

แม้ว่าแผนการเพิ่มเพดานหนี้และตัดลดงบประมาณของสหรัฐจะทำให้ประเทศรอดพ้นจากสภาพผิดนัดชำระหนี้อย่างเฉียดฉิว แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่าแผนดังกล่าวแค่ต่อสายชนวนระเบิดให้ยาวขึ้นอีกนิดก่อนที่จะระเบิดตูมออกมาเท่านั้น

เพราะจำนวนหนี้ของสหรัฐยังคงอยู่ และมีทีท่าว่าจะงอกเงยขึ้นมาอย่างไม่จบสิ้น โดยมีปัจจัยจากสภาพถดถอยของเศรษฐกิจในปัจจุบันที่จีดีพีแทบจะไม่ขยับ และอัตราคนว่างงานยังคงสูงลิ่ว

สถานการณ์ความตึงเครียดที่ส่งกลิ่นคุกรุ่นนี้ ทำให้ทั่วโลกเริ่มตระหนักได้ว่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐไม่ใช่หลักประกันสำหรับเงินสำรองระหว่างประเทศที่ปลอดภัยอีกต่อไป จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนมหาศาลให้นานาประเทศต้องดิ้นรนหาทางรอดและทางเลือกที่ไม่พึ่งพิงพี่เบิ้มเหมือนที่แล้วมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งจีน ประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐ

ดอลลาร์หมดเสน่ห์เงินหยวนจีนเตรียมผงาด

ทั้งนี้ จีนเองก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วเช่นกันว่าไม่สามารถคาดหวังกับสหรัฐได้อีกต่อไป เห็นได้จากปฏิกิริยาของ โจวเสี่ยวฉวน ประธานธนาคารกลางจีน ที่ออกมาระบุในแถลงการณ์ภายหลังการตัดสินใจของสหรัฐว่า จีนจำต้องเดินหน้ากระจายเงินสำรองระหว่างประเทศให้มีความหลากหลายมากขึ้น

เพราะในสถานการณ์ที่เงินเหรียญสหรัฐมีสิทธิอ่อนค่าลง ทำให้ 70% ของเงินสำรองระหว่างประเทศจีนที่สูงถึง 3.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ลดหายไปได้ทุกเมื่อ

แต่สถานการณ์ของตลาดโลกในปัจจุบัน ทำให้จีนเองอดกุมขมับไม่ได้ เพราะตัวเลือกที่จะให้เลือกนอกเหนือจากสหรัฐนั้นแทบไม่มี เนื่องจากเงินสกุลยูโรที่พอจะสูสีกับสหรัฐก็ดันประสบปัญหาหนี้สาธารณะ ขณะที่เงินเยนของญี่ปุ่นก็เจอพิษสึนามิซัดยังไม่หายมึน

สำหรับประเทศอื่นๆ ก็คงต้องควานหายาแก้ปวดมากินบรรเทาอาการกันต่อไป แต่เพราะเป็นจีน ยักษ์ใหญ่แห่งเอเชียที่ผงาดขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำตอบที่ได้ย่อมแตกต่างออกไป ซึ่งก็คือการเดินหน้าผลักดันเงินหยวนให้เป็นหนึ่งในเงินสกุลหลักของโลก

ดอลลาร์หมดเสน่ห์เงินหยวนจีนเตรียมผงาด

หากเป็นก่อนหน้านี้ แนวคิดดังกล่าวดูจะเป็นฝันที่ไกลเกินตัวของจีน แต่ทว่าวินาทีนี้จีนกลายเป็นคำตอบที่หลายประเทศต่างเล็งเข้าซบอิงแอบกันทั่วหน้า

เพราะในสายตาของประเทศเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งนักลงทุน เงินหยวน (RMB) กำลังเป็นเงินสกุลใหม่ที่มั่นคง เติบโต และเริ่มได้รับความเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเศรษฐกิจของประเทศที่มีแนวโน้มโตวันโตคืน

ทั้งนี้ จากสถิติของบริษัทหลักทรัพย์ยูบีเอส พบว่าเงินสกุลหยวนเริ่มเป็นที่นิยมสำหรับการชำระหนี้และการคำนวณมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกของปี 2553 ซึ่งอยู่ที่ 18.4 หมื่นล้านหยวน มาอยู่ที่ 3.6 แสนล้านหยวน ในไตรมาสเดียวกันของปี 2554

พร้อมกันนี้จีนได้ลงนามในข้อตกลงอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Swap Deals) กับประเทศต่างๆ โดยขยายจากฮ่องกงสู่สิงคโปร์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอาร์เจนตินา ซึ่งช่วยให้บริษัทนอกประเทศจีนสามารถกู้ยืมเงินหยวนในปริมาณมหาศาลเพื่อลงทุน หรือทำการค้าได้ภายในระยะเวลาเพียง 23 ปีที่ผ่านมา โดยมีแนวโน้มว่าจะขยายครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงรัสเซียภายในปีสองปีนี้

นอกจากนี้ ยังไม่นับรวมถึงพันธบัตรรัฐบาลจีนรสอร่อยที่เปิดขายในฮ่องกง อย่างติ่มซำบอนด์ซึ่งกำลังเนื้อหอมในหมู่บริษัทข้ามชาติ

การค้าขายเงินหยวนในตลาดที่คึกคักดังกล่าว ล้วนเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีของสกุลเงินที่กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นเงินสกุลหลักของโลกแทบทั้งสิ้น

ดอลลาร์หมดเสน่ห์เงินหยวนจีนเตรียมผงาด

 

ยิ่งไปกว่านั้น บรรดาบริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติจากฝั่งตะวันตก ซึ่งส่วนใหญ่ต่างยอมรับว่าลูกค้าเริ่มให้ความสนใจถือเงินสกุลหยวนเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ธนาคารรอยัลแบงก์ในสกอตแลนด์ ที่มีเงินหยวนสูงถึง 7 หมื่นล้านหยวน โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กลุ่มธุรกิจเครือคอนราดเองก็เริ่มเล็งเงินหยวนเป็นทางเลือกที่สำคัญนอกเหนือจากเงินเหรียญสหรัฐแล้วเช่นกัน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนเอื้ออำนวยให้จีนเดินเครื่องได้แบบเต็มกำลัง

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมในตลาดค้าเงินมากขึ้น แต่การที่รัฐบาลจีนควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนผ่านคณะกรรมการนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางอย่างเคร่งครัด ทำให้เงินหยวนยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนไม่เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างที่ควรจะเป็น

ปัญหาดังกล่าวจึงนับเป็นโจทย์ท้าทายรัฐบาลจีนอย่างมาก ว่าจะกล้าเดินหน้าปล่อยให้เงินหยวนเป็นไปตามราคาตลาดเพื่อดันสกุลเงินตนเองให้เทียบชั้นเงินสกุลหลักของโลกอย่างสหรัฐหรือไม่

หากว่ารัฐบาลจีนไม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ ความหวังที่จะเห็นเงินหยวนเป็นเงินสกุลหลักของโลกแทนที่จะเป็นเงินสกุลทางเลือกอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก็ยังคงอยู่อีกยาวไกล  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท