posttoday
รอดคุก...แต่ยังต้องลุ้นต่อ

รอดคุก...แต่ยังต้องลุ้นต่อ

03 สิงหาคม 2554

แม้ว่า “จตุพร พรหมพันธุ์” จะได้เป็น สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเต็มตัว

แม้ว่า “จตุพร พรหมพันธุ์” จะได้เป็น สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเต็มตัว

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

แม้ว่า “จตุพร พรหมพันธุ์” จะได้เป็น สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเต็มตัว พร้อมกับเดินออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครอย่างยิ้มแย้ม แต่เขายังเผชิญวิบากกรรมอีกหลายเรื่อง เมื่ออาจมีการยื่นตรวจสอบคุณสมบัติ สส.ของแกนนำ นปช.ผู้นี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ตลอดระยะเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง 3 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการนำเรื่องของจตุพรเข้าไปถกเถียงในที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่หลายครั้ง อาทิ การประชุมในวันที่ 21 ก.ค. กกต.ได้พิจารณาเรื่องรับฟังคำชี้แจงและพิจารณาสำนวนการไต่สวนกรณีเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ ร้องคัดค้านคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. พรรคเพื่อไทย จำนวน 12 คน อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รวมถึงจตุพร ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากขาดจากสมาชิกภาพพรรคเพื่อไทย เพราะข้อบังคับพรรคเพื่อไทย ข้อ 10 (5) ระบุว่า สมาชิกภาพของสมาชิกพรรคสิ้นสุดลงเมื่อถูกคุมขังโดยชอบด้วยกฎหมายมีผลให้บุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคซึ่งถูกคุมขังขาดจากสมาชิกพรรคทันที

 

รอดคุก...แต่ยังต้องลุ้นต่อ

ทว่า มติที่ประชุมได้ประกาศรับรองการเป็น สส.แก่เพื่อนมิตรสหายของจตุพรไปก่อน โดยเห็นว่ามิได้มีลักษณะต้องห้ามมิให้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตามข้อบังคับข้อ 10 ที่แก้ไขเพิ่มเติม เพราะได้เป็นสมาชิกหลังวันที่ข้อบังคับพรรคดังกล่าวประกาศบังคับเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2553 จึงไม่ต้องพิจารณาในประเด็นนี้อีก

ส่วนกรณีที่ยังแขวนจตุพรไว้ เนื่องจาก กกต.เห็นว่ายังมีสิ่งที่ยังคลุมเครือกรณีความเป็นสมาชิกภาพ สส.ของจตุพร สิ้นสุดลงตามมาตรา 106 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งปมปัญหาจุดนี้ทำให้กรรมการ กกต.ทั้ง 5 ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ และได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาข้อโต้แย้ง ตลอดจนศึกษาข้อบังคับของพรรค ให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน

ต่อมามีการนำความเห็นของคณะอนุกรรมการที่ตั้งขึ้นเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีประเด็นเพิ่มเติม คือ จตุพรอยู่ระหว่างถูกคุมขัง ทำให้มิได้ไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง 3 ก.ค. จึงขาดคุณสมบัติการเป็น สส.

อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการไต่สวนให้ยกคำร้องคัดค้านจตุพรทั้งสองประเด็น หนึ่งในนั้นระบุว่า จตุพรได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสำนักงานเขตวังทองหลางมีหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการ

แม้ว่า กกต.มีมติ 4 ต่อ 1 รับรองจตุพร แต่ก็ทิ้งเชื้อเปิดทางให้มีการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ โดย สมชัย จึงประเสริฐ และวิสุทธิ์ โพธิแท่น เห็นว่าควรประกาศรับรองไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถนำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ และ กกต.ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบปัญหาคุณสมบัติของจตุพรโดยตรง แม้ไม่มีกรอบระยะเวลา แต่หากพบว่ามีมูลก็จะยื่นเรื่องให้ประธานสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

ชะตากรรมของจตุพรจะโดนสอยหรือไม่ นอกจากยังอยู่ที่ กกต.แล้ว มาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ ยังได้ให้สิทธิ สส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของที่สภามีอยู่ เข้าชื่อเพื่อร้องต่อประธานสภาถึงปัญหาการสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น สส. โดยประธานสภาต้องส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เตรียมใช้ช่องทางนี้ตรวจสอบจตุพร

ก่อนหน้านี้ วิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า จตุพรมีปัญหาคุณสมบัติการเป็น สส. เพราะ 1.ขาดสมาชิกภาพการเป็น สส.จากการถูกคุมขังโดยคำสั่งของศาล ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 34 มาตรา 139 ของกฎหมายเลือกตั้ง 2.จตุพรไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตามมาตรา 20 พ.ร.บ.พรรคการเมือง และมาตรา 100 (3) ของรัฐธรรมนูญ 3.กรณีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ทราบดีว่าจตุพรไม่มีสิทธิลงสมัคร แต่จงใจฝ่าฝืน อาจถือว่าผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 2 หมื่น-2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และอาจถึงขั้นยุบพรรคเพื่อไทย

ผ่านยกแรก แต่ยังเจอยกสองที่หนักกว่านี้ และหากปลายทางของคดี ศาลรัฐธรรมนูญจบในด้านลบกับจตุพรว่ามีปัญหาคุณสมบัติ ก็เสี่ยงที่จะกลับไปเรือนจำอีกรอบหากจตุพรผิดเงื่อนไขศาล เพราะถึงวันนั้นก็หมดเกราะกำบังจากเอกสิทธิ์ สส.ที่คุ้มครอง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท