
ขับรถอย่าโทร...พลาดเป็นฆาตกร
ยังจำคดีสาวน้อยอายุ 17 ปี ขับรถฮอนด้า ซีวิค ชนรถตู้จนมีผู้โดยสารเสียชีวิต 9 ศพ
ยังจำคดีสาวน้อยอายุ 17 ปี ขับรถฮอนด้า ซีวิค ชนรถตู้จนมีผู้โดยสารเสียชีวิต 9 ศพ
โดย...ธนก บังผล
ยังจำคดีสาวน้อยอายุ 17 ปี ขับรถฮอนด้า ซีวิค ชนรถตู้จนมีผู้โดยสารเสียชีวิต 9 ศพ ได้หรือเปล่า คราวนั้น สาวน้อยตกเป็นจำเลยสังคมเพราะอุบัติเหตุสะเทือนใจบนทางด่วนโทลล์เวย์ เจอรุมประณามจนชีวิตหักเห ปากต่อปาก ตั้งข้อสันนิษฐานฟันธงฉับๆ นามสกุลดังบ้างล่ะ มีชาติตระกูลฐานะร่ำรวยบ้างล่ะ มีเส้นเป็นตำรวจใหญ่บ้างล่ะ ก็ว่ากันไป
แต่ที่แน่ๆ คือ นักศึกษา นักวิจัย รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิอนาคตไกลต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควร ทำให้ความผิดของเธอยิ่งสาหัสมากขึ้นไปอีก สาเหตุหลักๆ ของการเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนั้น อัยการพิจารณาพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน สน.วิภาวดีแล้ว ปรากฏข้อมูลชัดเจนว่า สาวน้อยซิ่งซีวิคไปด้วยคุยโทรศัพท์มือถือไปด้วย
เป็นที่รู้กันว่าเวลาโทรศัพท์ระหว่างขับรถ ถ้าไม่มีอุปกรณ์หูฟังมือหนึ่ง ก็จะถูกใช้ประกบหูคุยไป ก็ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง ไหนจะสนทนา ไหนจะมองถนน ไหนจะบังคับทิศทางรถ โอ้...มายก็อด ยอดมนุษย์
บทเรียนจากสาวน้อยซิ่งซีวิคชนรถตู้จนมีผู้เสียชีวิต โด่งดังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ แต่ก็ยังเห็นเหล่าบรรดายอดมนุษย์โทรศัพท์ไปขับรถไป อุแม่เจ้า สนทนาธรรมดายังไม่ค่อยจะปลอดภัยเลย นี่ถ้าทะเลาะกับแฟนหงุดหงิด เผลอเหยียบคันเร่งไม่รู้ตัวนี่ไม่อยากจะคิด
ที่ลืมไปอีกอย่างคือ กฎหมายห้ามโทรศัพท์ขณะขับรถมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2551 แล้ว มีใครกลัวบ้างเอ่ย รู้ทั้งรู้แต่ก็ยังฝ่าฝืน และบางทีก็เกิดเหตุสลดขึ้นมาโดยที่ทุกคนลืมอีกเช่นกัน
เหมือนอย่างที่นักศึกษาหนุ่มปี 4 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ซิ่งซีวิค (อีกแล้วครับทั่น) ชนคนตาย หลังจากที่นักศึกษาอายุ 23 ปี คนนี้ไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน โดยช่วงเช้าได้ขับรถกลับบ้านเพื่อพักผ่อน ก่อนจะมีสอบในช่วงเที่ยงวันเดียวกันนั้น
ผู้ต้องหาชายวัยละอ่อนสารภาพว่า ระหว่างที่ขับมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ที่เบาะข้างตัว แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดด้วยความประมาทคือ จังหวะนั้นทำให้รถเสียหลักไปทางซ้าย ก่อนจะปีนขึ้นฟุตปาทและพุ่งเข้าชนคนที่ยืนอยู่บนฟุตปาทจนเสียชีวิต
บ้างก็ว่าเด็กคนนี้โทรศัพท์อยู่แล้วโทรศัพท์ตก เลยเอื้อมไปเก็บ จริงหรือไม่นั้นก็ต้องแล้วแต่สำนวนของตำรวจ แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหนก็ตาม คดีนี้เกิดจากโทรศัพท์มือถือล้วนๆ แตกต่างอยู่อย่างเดียวคือ ผู้เสียชีวิตคราวนี้เป็นผู้หญิงอายุ 56 ปี และเป็นพนักงานกวาดถนนของสำนักงานเขตดอนเมือง
เรื่องราวไม่ใหญ่โต ไม่เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เฉกเช่นสาวซิ่งซีวิคชนรถตู้เป็นเหตุสะเทือนขวัญบนทางด่วนโทลล์เวย์ ไม่มีใครประณามนักศึกษาชายวัย 23 ปี ไม่มีใครซ้ำเติมตอกฝาโลงจมดิน เป็นจำเลยสังคม
ที่ต้องมาระลึกความจำกรณีนี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องไปทับถมผู้ก่อเหตุหรือเปรียบเทียบความผิด เพียงแต่สังคมลืมไปแล้วว่าทั้ง 2 โศกนาฏกรรมนั้นมีผู้เสียชีวิต
และไม่ว่าผู้เสียชีวิตจะมีอาชีพอะไร อย่าลืมว่าทุกชีวิตนั้นมีค่าเท่ากัน มีญาติ ครอบครัวที่ต้องถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุ อยู่ดีๆ ก็ต้องมาสังเวยชีวิตเป็นเหยื่อให้กับรถคันงามวิ่งมาเสย ด้วยต้นเหตุมาจากนิสัยการใช้โทรศัพท์ของเหล่าบรรดายอดมนุษย์
ลืมไปแล้วหรือยังว่า มีกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ แม้ว่าบางคนจะบอกว่ามันไม่ถนัด และมีพรสวรรค์ในการสนทนาระหว่างขับรถ ขับมาตั้งนานก็คุยอย่างนี้ ไม่เห็นเคยจะไปชนไปเฉี่ยวอะไรสักนิด
จริงอยู่วันนี้ไม่ชน แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดพลาดขึ้นมาแล้วไปฆ่าผู้ที่ใช้รถใช้ถนนคนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เสียชีวิตขึ้นมา จะรับผิดชอบไหวหรือเปล่าหรือถ้าคนอื่นพลาด โทรศัพท์แล้วขับรถมาชนคนในครอบครัวเรา เราจะรู้สึกอย่างไร
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เหล่ายอดมนุษย์จะปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้อื่น อย่างน้อยก็เป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และอย่าให้ใครมาว่าได้ว่า คนไทยขี้ลืม







