
เครดิตบูโรยันไม่ขึ้นบัญชีหนี้เน่ามือถือ
“เครดิตบูโร” จับมือเอไอเอสเชือดบริษัทตามหนี้ ขู่ลูกหนี้ค้างชำระทางโทรศัพท์จับขึ้นบัญชีดำ
“เครดิตบูโร” จับมือเอไอเอสเชือดบริษัทตามหนี้ ขู่ลูกหนี้ค้างชำระทางโทรศัพท์จับขึ้นบัญชีดำ
พร้อมสั่งลบข้อมูลมือถือออกจากระบบเครดิตบโรไม่มีประโยชน์การพิจารณาสินเชื่อ
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไป บริษัท เครดิตบูโร ได้ลบข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดออกจากบัญชีสินเชื่อ จำนวน 62.5 ล้านบัญชี เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีประโยชน์ต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ
นอกจากนี้ ยังไม่มีการจัดเก็บประวัติการชำระเงินค่าระบบสาธารณูปโภคและอยู่ในขั้นการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 1-2 เดือน ซึ่งหากผลการศึกษาพบว่าไม่มีประโยชน์กับผู้บริโภคก็จะไม่ดำเนินการและหากจะดำเนินการจะต้องมีการเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้พิจารณาแก้ไขกฎหมาย
ทั้งนี้ เครดิตบูโรร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) จะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีและฟ้องสภาทนายความให้เพิกถอนใบอนุญาตบริษัทรับจ้างติดตามหนี้ที่ใช้วิธีการข่มขู่ลูกหนี้ สร้างความหวาดกลัวโดยใช้เครดิตบูโรเป็นเครื่องมือในการติดตามหนี้สินอย่างผิดๆ
ปัจจุบันเครดิตบูโร ได้รับการร้องเรียนจากลูกค้าว่าได้รับหนังสือติดตามหนี้ค่าโทรศัพท์จากเอไอเอส ในหนังสือระบุข้อความว่าเครดิตบูโรอยู่ระหว่างการระดมความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ซึ่งจะเพิ่มเติมให้จัดเก็บประวัติการชำระค่าระบบสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์ ก่อนรายชื่อเข้าแบล็กลิสต์ออนไลน์ เพื่อระงับสินเชื่อของภาครัฐและเอกชน และมีข้อความบนเอกสารแจ้งว่า “ผลเสียของการถูกดำเนินคดีที่ควรทราบ” คือ รายชื่อและนามสกุลติดแบล็กลิสต์ในการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นลักษณะการข่มขู่ลูกหนี้ เครดิตบูโรยังไม่ได้จัดเก็บข้อมูลประวัติการชำระค่าระบบสาธารณูปโภคและกระทำเกินเงื่อนไขการว่าจ้างของเอไอเอส
นอกจากนี้ตั้งแต่เดือนส.ค.นี้เป็นต้นไป บริษัทเครดิตบูโร ได้ลบข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ บัญชีสินเชื่อทั้งหมดออกจากระบบจำนวน62.5 ล้านบัญชี เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่มีประโยชน์ต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ
นายสุรพลกล่าวว่า ขอยืนยันว่าเครดิตบูโรยังไม่มีการจัดเก็บประวัติการชำระเงินค่าระบบสาธาณูปโภค และอยู่ขั้นการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุป12 เดือน ซึ่งหากผลการศึกษาพบว่าไม่มีประโยชน์กับผู้บริโภคก็จะไม่ดำเนินการ และหากจะดำเนินการจะต้องมีการเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร์ในการพิจารณาแก้ไขกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าการให้คะแนนประวัติการชำระเงิน(เครดิตสกอร์ริ่ง)ส่วนบุคคลเสร็จแล้ว ส่วนการทำเครคิตสกอร์ริ่งธุรกิจขนาดเล็ก(เอสเอ็มอี)คาดว่าจะเสร็จเดือนก.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นการคตรวจสอบพฤติกรรมและความตั้งใจการชำระหนี้ประกอบการพจิารณาสินเชื่อซึ่งหากใครได้เครดิตดีจะได้รับข้อเสนอส่วนลดดอัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน ปัจจุบันเอไอเอสว่าจ้างให้บริษัทติดตามหนี้ภายนอก 9 ราย ติดตามบัญชีค้างชำระหนี้เกิน 6 เดือน จำนวน 2 หมื่นราย มูลค่า 30 ล้านบาท







