ตั้งกำแพงกั้นนำท่วมโบราณกรุงเก่า
กรมศิลปากรยกแผงกั้นน้ำชั่วคาวหน้าวัดไชวัฒนารามหลังน้ำเจ้าพระยาหนุนสูง
กรมศิลปากรยกแผงกั้นน้ำชั่วคาวหน้าวัดไชวัฒนารามหลังน้ำเจ้าพระยาหนุนสูง
นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งให้คนงาน 50 คนของกรมศิลปากรยกแผ่นเหล็กที่เป็นเขื่อนป้องกันนั้นท่วมแบบสำเร็จรูป (น็อคดาว) ที่ปกติแผ่นเหล็กสูง 1.90 เมตร กว้าง 1.20 เมตร รวม 138 แผ่นซึ่งจะซ่อนอยู่ในแนวฐานเขื่อนถาวรทำจากอิฐและปูนสูงกว่า 50 ซม.ยาวตลอดแนวลำน้ำเจ้าพระยา 165 เมตร หน้าวัดไชยวัฒนารามโบราณสถานและสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด เขต ต.บ้านป้อมอ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยาซึ่งพบว่าระดับน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นโดยเหลืออีกประมาณ 80 ซม.ก็ถึงสันเขื่อนถาวร
ทั้งนี้คนงานกรมศิลปากรได้ยกแผ่นเหล็กที่ซ่อนอยู่ในแนวเขื่อนถาวรเพื่อให้แผ่นเหล็กตั้งขึ้นและมีท่อนเหล็กออกมาคำยันซึ่งทีมงานวิศวกรของกรมศิลปากรได้ออกแบบนำควณไว้แล้วโดยแผ่นเหล็กที่เป็นเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจะสามารถป้อมกันน้ำท่วมในระดับความสูง 2 เมตรได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและหากระดับน้ำสูงกว่านี้ก็สามารถที่จะต่อความสูงของเขื่อนป้องกันน้ำท่วมขึ้นไปอีกได้เพราะฐานเขื่อนและแผ่นเหล็กนั้นมีความแข็งแรงเพียงพอ
นอกจากนี้คาดว่าจะสามารถเนินการตั้งเขื่อนป้องกันน้ำท่วมหน้าวัดไชยวัฒนารามภายใน3 วัน จากนั้นจะเอาผ้าใบไปวางปูทับตลอดแนวทั้งด้านหน้าและด้านในเพื่อป้อมกันการรั่วซึมโดยจะมีการนำกระสอบทรายมาวางปูทับผ้าใบด้านหน้าเขื่อนเพื่อเสริมความมั่นคงและทนต่อแรงของกระแสน้ำและคลื่นที่มาจากการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเชื่อว่าการดำเนินการทุกอย่างจะทันต่อสถานการณ์น้ำเหนือหลาก
"ปริมาณน้ำมาอย่างรวดเร็วและมีปริมาณมากยิ่งเกิดพายุนกเตน ทางภาคเหนือ ทำให้ฝนตกหนักและฝนในภาคกลางก็ตกหนักด้วยเช่นกัน เช่นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ฝนก็ตกแต่ถึงจะไม่ตกหนักมากนัก แต่ก็เป็นฝนที่ตกตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงเร่งดำเนินการป้องกันน้ำท่วมโบราณสถานติดแม่น้ำและมั่นใจเตรียมความพร้อมทันเวลาส่วนโบราณสถานหมู่บ้านโปรตุเกสยังไม่ได้รับผลกระทบเพราะตั้งอยู่บนที่สูงกว่าวัดไชยวัฒนารามและที่โบราณสถานวัดธรรมมารามติดแม่น้ำพบว่ามีการก่อสร้างเขื่อนป้อมกันน้ำท่วมไว้แล้วถึงแม้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็สามารถใช้งานเพื่อป้อมกันน้ำท่วมได้"นายสุพจน์ กล่าว


