
อธิบดีปศุสัตว์ยันไข่ไม่ขึ้นราคา
ผลิต30ล้านกินแค่27ล.ฟองชงเอ้กบอร์ดรัฐบาลใหม่แก้ล้น
ผลิต30ล้านกินแค่27ล.ฟองชงเอ้กบอร์ดรัฐบาลใหม่แก้ล้น
ปศุสัตว์ ยันไข่ไก่ไม่ควรขึ้นราคา ผลิตวันละ 30 ล้านมากกว่าบริโภค 27 ล้านฟอง ชี้รอเสนอเอ้กบอร์ดรัฐบาลใหม่แก้ไข่ล้น
จากที่กระทรวงพาณิชย์ได้รับร้องเรียนว่าไข่ไก่ขายแพง เบอร์ 0 ฟองละ 4.10-4.20 บาท เบอร์ 2 หรือ 3 ที่นิยมบริโภคฟองละ 3.70-3.80 บาท
นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณผลผลิตไข่ไก่เริ่มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 28 ล้านฟอง และคาดว่าในอีก 23 เดือนนี้ จะผลิตสู่ตลาดประมาณ 30 ล้านฟอง ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศแค่วันละ 27 ล้านฟอง รวมทั้งเข้าช่วงเทศกาลกินเจและโรงเรียนปิดเทอม จึงเชื่อว่าราคาไข่ไก่ไม่ควรปรับขึ้นราคา
นอกจากนั้น ช่วงปลายปีนี้คาดว่าผลผลิตทั้งประเทศจะเพิ่มเป็น 40 ล้านฟองต่อวัน ดังนั้นอีก 2 เดือน ราคาไข่จะเริ่มตกต่ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะปลายปี จึงจะเสนอให้รัฐบาลใหม่เตรียมมาตรการรับมือกับปัญหาดังกล่าว
“ที่ผ่านมา เอ้กบอร์ดมีแผนการรับมือไว้บางส่วน โดยเน้นส่งเสริมการบริโภคของคนไทยให้เพิ่มขึ้นจาก 160 ฟองต่อคนต่อปี เป็น 200 ฟองต่อคนต่อปี รวมทั้งการขอความร่วมมือกับทางโรงเรียนทั่วประเทศให้จัดเมนูไข่ให้กับนักเรียนอย่างน้อย 3 มื้อต่อสัปดาห์ ซึ่งหากปริมาณไข่เพิ่มมากขึ้น อาจต้องขอความร่วมมือเพิ่มไข่ในมื้ออาหารให้มากขึ้น รวมถึงการขอความร่วมมือจากหน่วยงานของรัฐในการเป็นแหล่งกระจายสินค้า” นายปรีชา กล่าว
คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (เอ้กบอร์ด) เคยหารือถึงมาตรการรับมือปัญหาไข่ล้นตลาด จากการนำเข้าแม่ไก่ไข่เสรีเมื่อไตรมาส 3 ปีก่อน ที่จะส่งผลให้ปริมาณไข่เกินความต้องการในประเทศ โดยประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการบริโภคเพิ่มขึ้น โดยให้ความรู้ด้านโภชนาการ และตั้งคณะทำงานศึกษาโครงการไข่โรงเรียนด้วย เพื่อเป็นแหล่งบริโภคไข่เนื่องจากเป็นโปรตีนราคาถูก
ภายหลังการเปิดนำเข้าแม่ไก่ไข่เสรีตามนโยบายของรัฐบาล ได้มีเอกชนแสดงความจำนงนำเข้าแม่ไก่จำนวนมาก ทำให้ขณะนี้ยอดขอนำเข้าอยู่ที่ประมาณ 7 แสนแม่ไก่ไข่ เกินกว่าแผนที่กรมปศุสัตว์เคยกำหนดไว้ว่าปริมาณแม่ไก่ที่จะนำเข้าและไม่ทำให้เกิดการล้นตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 4 แสนแม่ไก่ไข่
นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า คาดว่าอีก 2 เดือนไข่จะล้นตลาดแน่ และราคาจะเริ่มตกลง และจะตกลงรุนแรงประมาณปลายปีเป็นต้นไป เนื่องจากคาดว่าจะมีผลผลิตออกมามากที่สุดตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไป ประมาณ 40-45 ล้านฟองต่อวัน
รัฐบาลควรจะเข้ามาดูแลแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากนโยบายของพรรคการเมืองที่หาเสียงไว้ว่าจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น อาจจะกระทบต่อราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้ เช่น ข้าวโพดที่เป็นส่วนผสมสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาอาหารสัตว์ทุกประเภท
รวมทั้งเห็นว่าราคาต้นทุนที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ประเมินไว้ที่ 2.60 บาทต่อฟองนั้น ไม่ได้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพราะเป็นการเก็บตัวอย่างที่ไม่ละเอียด ซึ่งขณะนี้ราคาจำหน่ายหน้าฟาร์มอยู่ที่ 2.80-3 บาทต่อฟอง







