
'สมศักดิ์-อภิวันท์'ลุ้นเก้าอี้ประธาน เปิดประชุมสภา 1 ส.ค.นี้
ใกล้เปิดประชุมสภาเต็มทีแล้วหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส.ไปแล้ว 496 คน
ใกล้เปิดประชุมสภาเต็มทีแล้วหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส.ไปแล้ว 496 คน
และมีผู้มารายงานตัวแล้ว 480 คน โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมในวันที่ 1 ส.ค. ขณะที่สำนักเลขาธิการสภาผู้เเทนราษฎร ทำหนังสือเชิญ สส.มาร่วมประชุมสภาในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 09.30 น. เพื่อเลือกประธานสภาผู้เเทนราษฎร เเละรองประธานสภาอีก 2 คน
ไฮไลต์สำคัญคือการช่วงชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญเนื่องจากต้องทูลเกล้าฯ ถวายรายชื่อนายกรัฐมนตรี ทูลเกล้าฯ ถวายร่าง พ.ร.บ.ที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ต้องควบคุมทิศทางการประชุมสภา การพิจารณากฎหมายต่างๆ รวมถึงการบรรจุระเบียบวาระ กระทู้ถาม กระทู้สด ญัตติ โดยเฉพาะญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ตัวเก็ง 2 คนที่ตีคู่กันมาในขณะนี้คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
รายแรกมีสัญญาใจกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยที่พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้ง ครั้งนั้น สส.กลุ่มอีสานพัฒนา กดดันให้ตำแหน่งประธานสภาแก่นายสมศักดิ์ ในฐานะหัวหน้ามุ้งที่พา สส.เข้าสภาได้กว่า 30-40 คน แต่ที่สุดเก้าอี้ก็ตกเป็นของนายชัย ชิดชอบ แทน โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ขอร้องนายสมศักดิ์ว่าไว้รอบหน้าจะให้เป็นแน่ ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ จึงแจ้งกับแกนนำพรรคว่าจะให้เก้าอี้ตัวนี้กับนายสมศักดิ์แน่นอน
ส่วน พ.อ.อภิวันท์ ได้รับแรงสนับสนุนจากคนเสื้อแดง เคยเป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่นแรกที่ร่วมต่อต้านอำนาจทหาร นอกจากนี้ยังเป็นกำลังหลักหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สนับสนุน พ.อ.อภิวันท์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยให้เหตุผลว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ อีกทั้งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ตนเองต่อการทำหน้าที่รองประธานสภา และร่วมต่อสู้ร่วมกับประชาชนที่รักประชาธิปไตยมาโดยตลอด
ขณะที่เจ้าตัวเองก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่า พร้อมทำงานในทุกตำแหน่งที่ทางพรรคมอบหมายให้ แต่คงไม่ใช่ตำแหน่งรองประธานสภา
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า ขณะนี้มีบุคคลที่เหมาะสมแล้ว และจะมีการพิจารณาร่วมกับหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่มีการต่อรองตำแหน่งประธานสภา เพราะทุกคนเข้าใจแนวทางของพรรคที่อยากให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จะสรุปรายชื่อประธานสภาในวันที่ 1 ส.ค. โดยพิจารณาอย่างเต็มที่ให้มีความเหมาะสมมากที่สุด หากไม่เป็นไปตามความต้องการของ นปช. ก็ต้องอยู่ที่เหตุผลและการอธิบาย
สำหรับรายชื่อคณะรัฐมนตรีนั้นจะมีความชัดเจนกลางเดือน ส.ค. หลังเสร็จสิ้นการลงมติเลือกประธานสภาและนายกรัฐมนตรีแล้ว
อีกประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การรับรองความเป็น สส.ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งกลายเป็นเป้าโจมตีของคนเสื้อแดงว่า เหตุใด กกต.จึงยังไม่รับรองเสียที โดยเลื่อนการพิจารณาจากวันที่ 29 ก.ค. ไปเป็นวันที่ 1 ส.ค. แทน
นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช. พร้อมด้วย นพ.เหวง โตจิราการ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวขู่ฟ้อง กกต. หากเปิดประชุมสภาแล้วยังไม่ประกาศรับรองนายจตุพร เป็น สส. โดยยืนยันว่าคุณสมบัติของนายจตุพรผ่านหมด
ด้านพรรคเพื่อไทยก็ส่งนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรคไปชี้แจง กกต. ใน 3 ประเด็น คือ 1.นายจตุพรมีคุณสมบัติถูกต้อง 2.กกต.รับรองคุณสมบัติความเป็นผู้สมัครของนายจตุพรถูกต้อง เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา 3.พรรคเห็นว่าการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติควรส่งเรื่องให้ประธานสภา ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ขาดกรณีคุณสมบัติ ยืนยันว่าพรรคไม่ได้กดดัน กกต. พร้อมให้กำลังใจในการทำหน้าที่ต่อไป
ด้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า ไม่หนักใจที่แกนนำกลุ่ม นปช.ขู่ว่าจะมีการฟ้อง รวมทั้งนายประพันธ์ นัยโกวิท ก็กล่าวว่า ปัญหาที่ทาง กกต.ยังไม่สามารถรับรองนายจตุพรให้เป็น สส.ได้นั้น เป็นเรื่องที่นายจตุพรถูกควบคุมตัวจนไม่ได้มาใช้สิทธิในการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ขาดสมาชิกภาพของพรรคไป ขณะนี้ กกต.ได้รับหนังสือยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว และจะนำมาเป็นข้อมูลพิจารณาสถานะของนายจตุพรต่อไป
นางสดศรี สัตยธรรม ย้ำว่า วันที่ 1 ส.ค.นี้น่าจะได้บทสรุปที่ชัดเจน และยืนยันว่าที่ผ่านมาทำตามกรอบของกฎหมายทั้งสิ้น ไม่มีการดึงเวลา หรือมีเจตนาแอบแฝง ไม่เคยพูดว่าจะไม่รับรองนายจตุพรแต่อย่างใด
นางสดศรี ยืนยันว่า ไม่กังวลเรื่องความปลอดภัยถึงแม้กลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนพยายามออกมาข่มขู่ให้รีบรับรองนายจตุพร เพราะเชื่อว่าทุกคนจะต้องเคารพกฎหมาย หากไม่เคารพกฎหมายจะมาทำร้ายร่างกาย หรือฆ่า กกต.ก็ได้ ตนเองและ กกต. อีก 4 คน ก็พร้อมยอมเสียสละเพื่อชาติ
กระนั้นก็ปรามไปยังกลุ่มเสื้อแดงว่า หากทำเช่นนั้นจริงก็จะกลายเป็นจุดเปลี่ยน ทหารก็จะออกมาปฏิวัติ และพรรคเพื่อไทยก็จะไม่ได้เป็นรัฐบาลด้วย
ขณะที่เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก 3 ลำ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลสะเทือนต่ออารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. โดยไม่พอใจที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวทำนอง ผบ.ทบ.ไม่กล้าขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปร่วมงานศพนายทหารเสียชีวิต แต่เดินทางด้วยรถยนต์แทน รวมถึงยังไปโยงสาเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกกับการทุจริตการจัดซื้ออาวุธอีกด้วย
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ชี้แจงแทน พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ผบ.ทบ.แสดงความเป็นห่วงใน 2 เรื่อง คือ 1.ต้องการสื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพราะเป็นห่วงว่าข่าวสารที่ออกมาอาจจะคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง 2.ขณะนี้ ผบ.ทบ.ได้สั่งการไปยังหน่วยแพทย์ต่างๆ ในสังกัดกองทัพบก และค่ายต่างๆ ในพื้นที่ ดูแลขวัญกำลังใจและสุขภาพของผู้บาดเจ็บ และญาติผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก รวมถึงดูแลนักบินของกองทัพบกและศูนย์การบิน ให้นักบินมั่นใจว่าร่างกายของนักบินมีความพร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจได้
“ผบ.ทบ.ไม่ได้มีอารมณ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ ผบ.ทบ.ให้ความสำคัญกับประชาชนเกี่ยวกับข้อเท็จจริงต่างๆ ผบ.ทบ.เป็นคนรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทุกฝ่าย” โฆษกกองทัพบก ระบุ







