posttoday
รมว.สาธารณสุข ลงนามคุมนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น

รมว.สาธารณสุข ลงนามคุมนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น

30 กรกฎาคม 2554

รมว.สาธารณสุข ลงนามประกาศควบคุมการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นที่มีความเสี่ยงปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี โดยเฉพาะอาหารที่ผลิตจาก 9 จังหวัด

รมว.สาธารณสุข ลงนามประกาศควบคุมการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นที่มีความเสี่ยงปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี โดยเฉพาะอาหารที่ผลิตจาก 9 จังหวัด

นายบุณย์ธีร์  พานิชประไพ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2554 นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องกำหนดเงื่อนไขการนำเข้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่นที่มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารกัมตรังสี พ.ศ.2554 เพื่อควบคุมมาตรฐานอาหาร และคุ้มครองสุขภาพประชาชนไทยให้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย

นายบุณย์ธีร์ กล่าวว่า ตามประกาศกระทรวงฯฉบับดังกล่าว  กำหนดให้อาหารนำเข้าประเทศไทยทุกประเภทยกเว้นวัตถุเจือปนอาหาร วัตถุแต่งกลิ่นรส วัตถุที่ใช้รักษาคุณภาพอาหาร ที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ในเขตพื้นที่ 9 จังหวัดได้แก่ ฟูกุชิมะ,กุมมะ,อิบารากิ,โทจิงิ,มิยางิ,โตเกียว,ชิบะ,คานากาวะและชิซูโอกะ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี  โดยตรวจพบได้ไม่เกินค่ากำหนด ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องมาตรฐานอาหารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี 2 ชนิด ลงวันที่ 11 เมษายน 2554 ได้แก่ ไอโอดีน-131         ( Iodine-131 ) กำหนดไม่เกิน 100 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัมหรือเบคเคอเรลต่อลิตร  และซีเซียม-134(Cesium-134 ) และซีเซียม-137 (Cesium-137)รวมกัน ไม่เกิน 500 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม  หรือเบคเคอเรลต่อลิตร  โดยคาดว่าจะสามารถประกาศในราชกิจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ภายในต้นเดือนสิงหาคม 2554 เป็นต้นไป 

 ทั้งนี้ ผู้นำเข้าอาหารจากพื้นที่ 9 จังหวัดที่กล่าวมา จะต้องแสดงหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ที่ประจำด่านนำเข้าทุกครั้ง โดยระบุประเภท ชนิดอาหาร ปริมาณสารกัมมันตรังสี และพื้นที่ผลิตอาหาร จากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ได้แก่ 1.หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบของประเทศญี่ปุ่น 2.หน่วยงานอื่นที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบของญี่ปุ่น  3.ห้องปฏิบัติการของหน่วยงานรัฐ 4.ห้องปฏิบัติการที่ได้รับมอบหมายหรือได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐ 5.ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐานสากล 

นายบุณย์ธีร์ กล่าวต่อว่า ผู้นำเข้าอาหารจากพื้นที่อื่น นอกเหนือจาก 9 จังหวัดที่กล่าวมาข้างต้น  ต้องมีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดของสินค้าที่มีการ เพาะปลูก หรือเพาะเลี้ยง หรือผลิตในเขตดังกล่าว  ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศญี่ปุ่น หรือหน่วยงานอื่นที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบของประเทศญี่ปุ่น  หรือสภาหอการค้าและอุตสาหกรรม (Chamber of Commerce and industry) ของประเทศญี่ปุ่น  แสดงที่ด่านนำเข้าทุกครั้ง  กรณีไม่มีหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดของสินค้า  ผู้นำเข้าอาจใช้หลักฐานแสดงผลการตรวจวิเคราะห์ ระบุประเภท ชนิดอาหาร และปริมาณกัมมันตรังสีจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐ หรือ ห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้รับการรับรองความสามารถมาตรฐานสากล แทนก็ได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ