
อำนาจเทียม จุดอ่อนกร่อนยิ่งลักษณ์
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส. 496 คน กระบวนการทางสภาเริ่มต้นขยับตามกลไกกฎหมาย“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส. 496 คน กระบวนการทางสภาเริ่มต้นขยับตามกลไกกฎหมาย“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
โดย...ทีมข่าวการเมือง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส. 496 คน กระบวนการทางสภาเริ่มต้นขยับตามกลไกกฎหมาย“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เบอร์หนึ่งปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย กำลังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ท่ามกลางความเคลือบแคลงจากสังคมในฝีไม้ลายมือของ “ยิ่งลักษณ์” ว่าจะสามารถบริหารประเทศ เดินหน้านโยบายต่างๆ ที่หาเสียงไว้ได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อที่ผ่านมา “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่อาจสร้างตัวตน สลัดภาพให้หลุดพ้นจากเงาทะมึนของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่โยงใยอยู่เบื้องหลัง
ไปจนถึง “อำนาจ” ในมือว่าที่นายกฯ หญิง ที่ยังสงสัยว่า ของจริง หรือ ของปลอม !!!
ว่าไปแล้วชัยชนะอันถล่มทลายของเพื่อไทยด้วยคะแนนเสียง 265 เสียง เที่ยวนี้ “เครดิต” ทั้งหมดแทบไม่ได้ตกมาถึง “ยิ่งลักษณ์” เมื่ออำนาจการบริหารจัดการทุกอย่างในพรรค ถูกสั่งตรงมาจากต่างแดน ทั้งคำพูดคำจาในวาระสำคัญ ที่ลือกันว่าส่งสคริปต์กันมาจากเมืองนอก
มาจนถึงการจัดทัพวางตัวผู้สมัคร คิดนโยบาย ในสโลแกน “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ”
จากวิดีโอลิงก์ที่ส่งตรงมายังศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ถูกนำมาขยายผลต่อยอด เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่แม้จะโดนใจ แต่ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึง ผลกระทบ และ ความเป็นไปได้
กระทั่งทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่อง กกต.ให้สอบสวนกรณีผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามามีบทบาทชัดเจนในการกำหนดนโยบายพรรคเพื่อไทย ซึ่งหาก กกต.พิจารณาว่าเป็นความผิดโทษอาจร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรคอีกรอบ
ทาง “เพื่อไทย” จึงรีบออกมาปฏิเสธความมีส่วนร่วมของ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมเบี่ยงประเด็นว่า เป็นเพียงแค่ให้คำแนะนำเท่านั้น ก่อนจะเร่งเข็น “ภาวะผู้นำ” ให้ “ยิ่งลักษณ์” นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในการประชุมชุดต่างๆ ของพรรค ไม่ว่าจะทีมนโยบาย ทีมเศรษฐกิจ ทีมจัดโผ ครม.
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ผ่านมา อำนาจเบ็ดเสร็จ ชี้ขาดในเพื่อไทยถูกมองว่าเกิดจากนอกประเทศ หลายต่อหลายครั้งแกนนำ ลูกพรรคเพื่อไทย ต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลไป บรูไน ดูไบ เพื่อขอความชัดเจนที่ยังเป็นปัญหาค้างคาในพรรค
หากไม่นับรวมตำแหน่งนายกฯ ที่ลงตัวตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สยบทุกความเคลื่อนไหวด้วยการฟันธงดัน “โคลนนิง” เป็นนายกฯ
แทบทุกตำแหน่งใน ครม. ปู 1 ล้วนต้องผ่านความเห็นชอบจากนอกประเทศก่อน ทั้งในส่วนโควตาพรรค โควตาพรรคร่วม โควตาคนนอก ดังจะเห็นจากหลังเลือกตั้ง “บิ๊กเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา ที่ต้องบินไปดูเสือขาวถึงบรูไน ในช่วงที่ยังไม่ลงตัวว่าชาติไทยพัฒนาจะได้กี่เก้าอี้
มาจนถึงตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ที่ยังไม่ลงตัวสักที ว่าจะเป็น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย หรือ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ หรือคนอื่น ที่ว่ากันว่าต้องรอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้เคาะตัดสินใจสุดท้ายที่จะหาใครขึ้นมาดูแลงานสำคัญด้านนิติบัญญัติ
หลายต่อหลายครั้งที่ “ยิ่งลักษณ์” แทนที่จะเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นก่อนรับตำแหน่งนายกฯ กลับต้องคอยมา “แก้ลำ” ชี้แจงว่า ทุกเรื่องล้วนเป็นการตัดสินใจของตัวเอง ไม่ใช่แค่การรับคำสั่งมาปฏิบัติตามเท่านั้น
เสียงสะท้อนจากเอแบคโพลล์ ระบุว่า ประชาชน 65.3% ไม่เห็นด้วยกับข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมามีบทบาทในช่วงการก่อตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย เพราะจะเกิดการต่อต้านจากกลุ่มที่ไม่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ และอาจทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายได้
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ภาพลักษณ์ที่ผ่าน“ยิ่งลักษณ์” ในสายตาสังคมดูจะเป็นเพียงแค่ นายกฯ “หุ่นเชิด” ที่ถูกชักใยให้ทำนู่นนี่นั่น
แม้ที่ผ่านมา “สมัคร สุนทรเวช” เคยถูกครหาว่าเป็นนายกฯ นอมินี แต่ด้วยลีลานักการเมืองรุ่นลายครามที่ผ่านสนามมายาวนาน ทำให้เอาตัวรอดในเวทีการเมือง เดินหน้าบริหารประเทศมาได้ระยะหนึ่งก่อนจะตกเก้าอี้เพราะคดีจากรายการทำอาหารออกโทรทัศน์
มาจนถึง “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ที่แม้จะไม่ได้เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ แต่จากประสบการณ์ในสายข้าราชการจนก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงยุติธรรม ย่อมช่วยให้งานบริหารประเทศบนเก้าอี้นายกฯ ได้ระยะหนึ่งก่อนจะถูกปฏิวัติ
แต่สำหรับ “ยิ่งลักษณ์” ที่เติบโตมาจากสายธุรกิจมาโดยตลอด ก่อนลงสนามการเมืองเต็มตัวเพียง 49 วันก่อนเลือกตั้ง ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายดายนักกับการบริหารประเทศต่อจากนี้
ทั้ง “อำนาจเทียม” ที่มีอยู่ในมือ และประสบการณ์การเมือง ที่ยังไม่เขี้ยวพอ การตัดสินใจต่างๆ จึงไม่อาจมาจบที่ “ยิ่งลักษณ์” หลายต่อหลายเรื่องถูกโยนไปว่า ต้องดูรายละเอียด ต้องหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต้องปรึกษาแกนนำพรรค ไปจนถึงข้ออ้างต่างๆ อีกมากมาย
จุดอ่อนนี้เป็นอันตรายสำหรับว่าที่นายกฯ หญิง ที่หากยังไม่สามารถแก้ไข เร่งสร้างภาวะผู้นำให้เป็นที่ยอมรับ ลบภาพนายกฯ หุ่นเชิดได้ ย่อมสะเทือนถึงตำแหน่งในระยะยาว โดยเฉพาะกับนโยบายที่ยังคลุมเครือเป็นเป้าให้ถูกโจมตี
หากยังไม่สามารถโชว์วิสัยทัศน์ ชี้แจงในรายละเอียดให้คลี่คลายความสงสัย ได้แต่ระบุว่า ขอฟังทีมงาน รอความชัดเจน นอกจากจะสะเทือนถึงความเชื่อมั่นในตัวบุคคลแล้ว ยังลามต่อไปถึงความเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยเองด้วย
จากนี้จึงต้องรอดูการปรับตัวของว่าที่นายกฯ หญิง ว่าจะฝ่าด่านหินพิสูจน์ตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน หรือต้องรอ “อำนาจที่แท้” จากพี่ทักษิณให้มาช่วย







