
รื้อพลังงาน
ผลบิดเบือนการใช้พลังงานของรัฐบาล ซึ่งตรึงราคาก๊าซและดีเซล
ผลบิดเบือนการใช้พลังงานของรัฐบาล ซึ่งตรึงราคาก๊าซและดีเซล
ทำให้เกิดการใช้ก๊าซและดีเซลแบบไม่ประหยัด ไร้ประสิทธิภาพ ได้แสดงให้เห็นแล้วในรายงานของกรมธุรกิจพลังงาน ถึงสถานการณ์ใช้พลังงาน 6 เดือนแรกของปี (ม.ค.มิ.ย.)
ตามรายงานระบุว่า ก๊าซแอลพีจีหรือก๊าซหุงต้มมีการใช้เพิ่มขึ้น 24% เป็นวันละ 1.78 หมื่นตัน ส่วนก๊าซธรรมชาติ หรือเอ็นจีวีเพิ่ม 35% เป็นวันละ 6,300 ตัน เพราะที่ผ่านมาราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินเพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ผู้ใช้น้ำมันเบนซินบางส่วนเปลี่ยนเครื่องยนต์มาใช้ก๊าซแอลพีจี หรือเอ็นจีวี ที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาไว้ โดยการใช้เบนซินในครึ่งปีที่ผ่านมา เพิ่มแค่ 2% หรือใช้วันละ 20.4 ล้านลิตร
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เมื่อลงไปดูการใช้ก๊าซที่เพิ่มขึ้นในส่วนของก๊าซแอลพีจี ซึ่งรถยนต์นิยมเปลี่ยนมาใช้ เพราะรัฐอุ้มราคาและหาสถานีบริการเติมง่าย มีการใช้ในภาคขนส่งเพิ่มมากถึง 30% ตามจำนวนรถยนต์ที่เปลี่ยนไปใช้แอลพีจีเพิ่มมากถึง 7 หมื่นคัน จากเดิมมีรถแอลพีจีแล้ว 9 แสนคัน ขณะการเพิ่มของแอลพีจีภาคอื่น เช่น ครัวเรือนเพิ่มแค่ 9% ภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 5.1% ภาคปิโตรเคมีเพิ่ม 54.5%
หันมองดีเซลที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท เพราะรัฐบาลกลัวว่า หากต้นทุนดีเซลขึ้นจะกระทบทำให้ค่าขนส่ง สินค้า และค่าโดยสารต่างๆ ปรับราคาขึ้นไปกระทบเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะเข้าไปควบคุมได้ยากกว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังเชื่อว่า ถ้าตรึงดีเซลไว้ระยะหนึ่งเพื่อไม่ให้ราคาสินค้าปรับขึ้น เมื่อราคาดีเซลกลับมาปรับลง รัฐบาลก็ไม่ต้องไปไล่บี้สินค้าให้ปรับราคาลง ท่ามกลางทั่วโลกรู้กันว่าน้ำมันไม่มีทางจะกลับไปราคาถูกได้อีกแล้ว ผลการตรึงดีเซล 30 บาทดังกล่าว ทำให้การใช้ดีเซลเพิ่มถึง 4% สูงกว่าเบนซินที่เพิ่มขึ้นแค่ 2% เช่นกัน
การเพิ่มขึ้นของเชื้อเพลิงในรถยนต์ ที่รัฐบาลอุ้มราคาแอลพีจีที่เพิ่มถึง 30% หรือดีเซลเพิ่ม 4% ขณะเบนซินที่รัฐบาลไม่ได้ตรึงราคาเพิ่มแค่ 2% ดังกล่าว เป็นตัวสะท้อนผลเสียที่เกิดจากการบิดเบือน เมื่อผู้ใช้เบนซินต้องโดนรีดเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำไปใช้อุ้มก๊าซและดีเซล เชื้อเพลิงที่รัฐบาลอุ้มราคา จึงใช้กันอย่างฟุ่มเฟือย ไร้ประสิทธิภาพ เพราะขณะที่ราคาน้ำมันกับก๊าซโลกแพงขึ้น แต่ก๊าซและดีเซลไทยยังได้ใช้ราคาเดิม เสียเงินตราออกนอกประเทศ ไม่แพ้เบนซินที่รัฐบาลไม่ชดเชยราคา เพราะเห็นว่าเบนซินเป็นน้ำมันของคนมีเงิน ซึ่งสามารถซื้อรถมาขับได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐบาลใหม่ ปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ ให้เกิดการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดบิดเบือน สร้างความเป็นธรรมให้น้ำมันและก๊าซทุกประเภท







