
น้ำหลากหนักเท่าปี'53เตือนลุ่มน้ำเจ้าพระยาเตรียมรับ
ช่วงเวลาที่จะยังมีฝนตกหนักอีก 3-4 เดือนจากนี้ไปจนถึงต้นเดือน พ.ย. เป็นช่วงเวลาที่เขื่อนต่างๆ ต้องเตรียมพร้อม
ช่วงเวลาที่จะยังมีฝนตกหนักอีก 3-4 เดือนจากนี้ไปจนถึงต้นเดือน พ.ย. เป็นช่วงเวลาที่เขื่อนต่างๆ ต้องเตรียมพร้อม
โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
ช่วงเวลาที่จะยังมีฝนตกหนักอีก 34 เดือนจากนี้ไปจนถึงต้นเดือน พ.ย. เป็นช่วงเวลาที่เขื่อนต่างๆ ต้องเตรียมพร้อม เพื่อรับปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น โดยการพร่องน้ำ หรือระบายน้ำออกจากเขื่อน เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไป จะมีพายุโซนร้อนพัดผ่านประเทศไทยอีก 2-3 ลูก
นายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า มีข้อมูลจากกรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มภาคกลาง หรือในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเตรียมความพร้อมในการป้องกันน้ำท่วมเทียบเท่าปี 2553 ที่ผ่านมา เพราะชัดเจนว่ามีฝนตกชุกต่อเนื่องในเขตภาคเหนือจำนวนมาก และระยะเวลาช่วงฝนตกหนักยังเหลืออีก 3-4 เดือน
“คาดว่าหากฝนทางภาคเหนือยังตกชุกเช่นนี้ น้ำอาจเริ่มท่วมในช่วงเดือนปลายเดือน ส.ค. หรือต้นเดือน ต.ค.นี้เช่นกัน ขอให้ประชาชนเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือน้ำท่วม ซึ่งน่าจะเทียบเท่าระดับความเสียหายสูงสุดของปีก่อน”
ไมตรี กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือหลาก ล่าสุดพบว่าระดับน้ำเหนือหลากในแม่น้ำปิง วัง ยม นั้นยังไม่สูงมากนัก แต่ที่น่าห่วงที่สุดคือ แม่น้ำน่าน เพราะมีฝนตกชุกในต้นลุ่มน้ำน่าน ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะเร่งปล่อยน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เพราะว่าน้ำในเขื่อนมากถึง 7,302 ล้าน ลบ.ม. หรือ 76.78% ในทางปฏิบัติจะมีการเก็บน้ำไว้ที่ไม่เกิน 80% ของความจุของอ่างเก็บน้ำ ซึ่งหมายความว่ายังเหลือปริมาณเก็บกักน้ำได้อีกไม่มากนัก”
ดังนั้น น้ำจากลุ่มน้ำน่านและน้ำหลากในพื้นที่ภาคเหนือก็จะไหลเข้ามาสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และไหลมาที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เช่นกัน
ไมตรี กล่าวอีกว่า ล่าสุดเขื่อนเจ้าพระยามีการเร่งระบายปล่อยน้ำท้ายเขื่อนที่ 1,220 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีแนวโน้มจะปล่อยเพิ่มมากขึ้นอีกในระยะอันใกล้นี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเหนือหลาก
จากสถิติพบว่าในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำสุดของภาคกลาง เพราะมีสภาพเป็นท้องกระทะของลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะถูกน้ำท่วมริมตลิ่ง หรือมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างริมน้ำ หากเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระดับการปล่อยน้ำที่ 1,500ลบ.ม.ต่อวินาทีขึ้นไป
ทั้งนี้ สำหรับในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งเตือนไปถึงประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านอาศัยริมน้ำ เกษตรกรที่ทำการเกษตรนอกเขตชลประทาน หรือทำการเกษตรริมน้ำ ให้ระมัดระวังและเตรียมความพร้อมรับมือ เพราะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจจะล้นตลิ่งได้ และเชื่อว่า อ.บางบาล จะเป็นพื้นที่ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำเหนือหลากในฤดูฝนนี้







