posttoday
ธกส.ตั้งแง่ห้ามรีไฟแนนซ์ก่อน 10 ปี

ธกส.ตั้งแง่ห้ามรีไฟแนนซ์ก่อน 10 ปี

28 กรกฎาคม 2554

หนึ่งในนโยบายที่ประชาชนรอคอยจากรัฐบาลใหม่ไม่แพ้โครงการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท

หนึ่งในนโยบายที่ประชาชนรอคอยจากรัฐบาลใหม่ไม่แพ้โครงการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท

คือ ซื้อบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะดำเนินการผ่านธนาคารของรัฐ คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ซึ่ง วรวิทย์ ลิมปชัยมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธอส. ยืนยันแล้วว่า พร้อมที่จะทำตามนโยบายได้

อย่างไรก็ดี การดำเนินการนั้น วรวิทย์ เห็นว่า หากปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี จำเป็นต้องกำหนดให้ลูกค้าต้องเข้าโครงการนานถึง 10 ปี เพราะในช่วง 5 ปีแรกเป็นช่วงที่ธนาคารและรัฐบาลรับภาระดอกเบี้ยให้ ซึ่งเป็นการดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับบ้าน 0% นาน 2 ปี ที่ลูกค้าต้องเข้าโครงการนี้นาน 5 ปี หากต้องการจะรีไฟแนนซ์ก่อนกำหนดก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียม

“ธนาคารมั่นใจว่ามีสภาพคล่องเพียงพอรองรับกับความต้องการของลูกค้า รวมถึงการปล่อยกู้ตามนโยบายของรัฐบาล โดยธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อในครึ่งหลังของปีนี้จำนวน 5 หมื่นล้านบาท” วรวิทย์ กล่าว

ธกส.ตั้งแง่ห้ามรีไฟแนนซ์ก่อน 10 ปี

โครงการนี้ถูกจับตามองว่าทำขึ้นเพื่อเกทับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ และทำให้ลูกค้าที่ไปแห่ขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี แม้ได้รับการอนุมัติแล้วก็จะไม่โอน โดยจะรอโครงการใหม่ก่อน เพราะจะได้ประโยชน์มากกว่า

กรรมการผู้จัดการ ธอส. ยืนยันว่า โครงการของรัฐบาลใหม่จะไม่ส่งผลให้โครงการสินเชื่อบ้าน 0% นาน 2 ปี ซึ่งล่าสุดนี้มียอดสินเชื่อที่อนุมัติแล้ว 1.1 หมื่นล้านบาท มียอดทำนิติกรรม 8,100 ราย โดยคาดว่าสิ้นเดือน ก.ค. จะสามารถอนุมัติวงเงินสินเชื่อได้ถึง 1.8 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายโครงการ 2.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ครบทั้งหมดภายในเดือน ส.ค.นี้

สำหรับผลประกอบการของ ธอส. 6 เดือนแรกของปี 2554 (ม.ค.มิ.ย.) ธนาคารอนุมัติสินเชื่อใหม่ 4.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 221 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 9.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 6.71 แสนล้านบาท ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 7.45% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่ที่ 8.75% ทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) 5.1 หมื่นล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,060 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 1.1 แสนล้านบาท และทำกำไรได้มากกว่า 7,000 ล้านบาท

“แนวโน้ม 6 เดือนหลังคาดว่าจะการขยายตัวของสินเชื่อจะดีขึ้น เนื่องจากนโยบายกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล รวมทั้งยังมีโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมที่เตรียมจะเปิดตัวอีกไม่น้อยกว่า 5 หมื่นหน่วย โดยเฉพาะในแนวรถไฟฟ้าและเอ็มอาร์ที ซึ่งเชื่อว่าน่าจะดีกว่า 6 เดือนแรกที่ยอดปล่อยสินเชื่อในภาพรวมลดลงถึง 20%” วรวิทย์ กล่าว

วรวิทย์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารในสัปดาห์หน้า จะมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยธนาคาร ทั้งในส่วนดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ประกาศปรับขึ้นไปอยู่ที่ 3.25% โดยคาดว่าทั้งปีดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที3.75% 
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท