
อย่าโทษคนอื่น
การออกมาฟาดงวงฟาดงาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
การออกมาฟาดงวงฟาดงาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดเอากับนักวิชาการและสื่อมวลชน ที่วิพากษ์วิจารณ์สาเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกติดต่อกัน เมื่อช่วงวันที่ 16-24 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ ดูไม่สมกับคุณลักษณะของผู้บัญชาการทหารบกในปี พ.ศ.นี้
ทุกคนเข้าใจดีว่าผู้นำแห่งกองทัพกำลังเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ แต่ผู้บัญชาการทหารบกมิอาจปฏิเสธว่าการวิพากษ์วิจารณ์ หรือการแสดงความคิดเห็นใดๆ ย่อมกระทำได้ตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
ต้องยอมรับความจริงด้วยว่าตลอดระยะที่ผ่านมา กองทัพไทยยังอุ้ยอ้ายในการปรับตัวเข้าสู่โลกใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้นำหลายคนในช่วงที่ผ่านมายังนิยามความหมายคำว่า “ความมั่นคง” ในมิติเดิมๆ มุมมองและการบริหารจัดการกองทัพ จึงย่ำอยู่แบบเดิมๆ แบบยุคใครยุคมัน
ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยงานใหญ่และตกเป็นเป้าการวิพากษ์ของสังคมมาอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงจากภายในตัวเองก่อน ด้วยการเป็นผู้นำประกาศใช้หลักธรรมาภิบาลมาใช้บริหารจัดการกองทัพ ไม่ว่าการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หรือการปรับย้ายกำลังพลให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
รวมถึงเป็นผู้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชูธงการปฏิรูปภาคความมั่นคงทั้งองคาพยพ ซึ่งใหญ่กว่าการปฏิรูปแค่กองทัพ และเป็นกระแสหลักในเวทีโลกขณะนี้
เป็นต้นว่าปฐมฤกษ์เปิดเผยข้อมูลความจำเป็นและความต้องการอาวุธยุทโธปกรณ์ และแผนการจัดซื้อให้สาธารณะรับทราบอย่างต่อเนื่อง
หากกองทัพไม่สำคัญตนผิด และเริ่มเปิดกำแพงเขตทหารห้ามเข้าให้สู่สาธารณะเดินเข้าหามากขึ้น สังคมย่อมจะให้โอกาสและสนับสนุนการปรับเปลี่ยนของกองทัพมากขึ้น และในที่สุดคำว่า “กองทัพของประชาชน” ก็จะเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้
อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปฏิรูปกองทัพจะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการปฏิรูปการเมืองด้วย เพื่อให้ทั้งสองสถาบันพึ่งพากันตามบทบาทหน้าที่และไม่ก้าวก่ายกัน จนนำไปสู่การแทรกแซงซึ่งกันและกันในอนาคต
บทเรียนจากอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกในปี 2554 และเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2549 จึงควรถูกบันทึกเป็นความทรงจำที่ต้องนำไปทบทวนเพื่อหาทางออกร่วมกันของคนทั้งสังคม ไม่เช่นนั้นแล้วความหมายของการปกป้องสถาบันหลักของชาติจะถูกบิดเบือนความหมายไป
นอกจากนี้ การรักษาชื่อเสียงและเกียรติยศของกองทัพ ต้องสร้างด้วยคนทั้งกองทัพ โดยมีประชาชนให้การสนับสนุน หาได้สร้างด้วยผู้บัญชาการเพียงลำพังไม่







