
เขื่อนเหนือปริ่มน้ำ
แจ้งเจ้าพระยาเพิ่มการระบายอุตุฯคาดฝนตกหนักต่อเนื่อง
แจ้งเจ้าพระยาเพิ่มการระบายอุตุฯคาดฝนตกหนักต่อเนื่อง
เขื่อนภาคเหนือปริ่มน้ำชลประทานพิษณุโลก แจ้งเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ ลดผลกระทบน้ำท่วม
ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักภาคเหนือเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันอ่างเก็บน้ำเขื่อนต่างๆ ก็ต้องเร่งระบายน้ำเพื่อบรรเทาผลกระทบน้ำท่วมขังในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร สุโขทัย และพิจิตร ซึ่งจะทำให้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เป็นจุดรับน้ำมากที่สุด ดังนั้นเจ้าหน้าที่ชลประทานภาคเหนือจึงแจ้งให้เขื่อนเจ้าพระยาเร่งเปิดประตูระบายน้ำ
นายบรรดิฐ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้แจ้งไปยังเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อให้เพิ่มการระบายน้ำให้มากขึ้นเป็นวันละ 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อให้แม่น้ำน่านลดระดับลง จึงจะสามารถพร่องน้ำที่ท่วมในพื้นที่ อ.ทับคล้อ ลงได้ รวมทั้งป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ด้วย
ด้านนายสมหวัง ปานสุขาร หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนปีนี้อยู่ในเกณฑ์สูง ส่งผลให้เขื่อนกักเก็บน้ำไว้แล้ว 44% ของความจุอ่างทั้งหมด แต่สถานการณ์ช่วงนี้จำเป็นต้องปล่อยน้ำออกจากเขื่อนวันละ 20 ลบ.ม.ต่อวินาที เพราะปีนี้น้ำมาเร็วกว่าปกติ
“เดิมปล่อยวันละ 100 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อช่วยปัญหาภัยแล้งแต่ปีนี้ตรงกันข้ามน้ำเต็มทุ่งนา คาด การณ์ว่าช่วงเดือน ส.ค.ก.ย.นี้ ปริมาณน้ำจะเต็มเขื่อน ถือว่าเร็วกว่าปี 2553 จึงจำเป็นต้องปล่อยออก เพราะหากไม่ปล่อยน้ำออกเลย เมื่อถึงเดือน ต.ค. ปริมาณน้ำจะล้นเขื่อน” นายสมหวัง กล่าว
ทั้งนี้ การระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งเหนือเขื่อนและใต้เขื่อน โดยขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,060 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่ด้านเหนือเขื่อนในพื้นที่ จ.นครสรรค์ มีน้ำท่วมพื้นที่นาข้าวเสียหายนับพันไร่ ขณะที่ท้ายเขื่อนในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็กำลังเตรียมการรับสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น







