
แนะเอเชียค้าขายกันเองเลิกพึ่งตลาดมะกันยุโรป
“ไตรรงค์” แนะไทยปรับยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ หันพึ่งตลาดในประเทศและตลาดในภูมิภาคมากขึ้น แทนสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น
“ไตรรงค์” แนะไทยปรับยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ หันพึ่งตลาดในประเทศและตลาดในภูมิภาคมากขึ้น แทนสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายในงานสัมมนา “Asia-Pacific Business Forum 2011 (APBF) ว่า ไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยหันมาพึ่งการพัฒนาขีดความสามารถการบริโภคในประเทศ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงตลาดการส่งออกหลัก จากสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น มาเป็นอาเซียน และประเทศในภูมิภาคเดียวกัน เช่น จีน อินเดีย เป็นต้น
เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก ในกลุ่มประเทศขนาดใหญ่ที่เป็นเศรษฐกิจหลักของโลก จึงส่งผลให้ประเทศที่พึ่งพาตลาดจากประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบต่อเนื่องไปด้วย
ทั้งนี้ แต่ละประเทศต้องปรับแนวทางยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจแบบใหม่ ด้วยการหันมาค้าขายในภูมิภาคเพิ่มขึ้น รวมถึงลดความแตกต่างทางรายได้ของประชาชนในประเทศ ดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มความสามารถในการบริโภคให้คนในประเทศ โดยต้องเริ่มจากการที่ทุกประเทศหันไปปรับปรุงภายในประเทศตัวเองก่อน
สำหรับประเทศไทย ก่อนหน้านี้เศรษฐกิจของประเทศพึ่งพาอยู่กับสหรัฐ อียู และญี่ปุ่น พ่อค้า นักอุตสาหกรรม จึงต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงการผลิตและมองตลาดที่ใกล้ตัวมากขึ้น โดยหันมาจับตลาดในเอเชียที่ยังสามารถขยายตัวอยู่ได้อย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกก็ตาม เนื่องจากเดิมไทยเคยส่งออกไปยังตลาดหลักๆ ในสัดส่วนเกือบ 50% แต่ขณะนี้ก็เริ่มลดสัดส่วนลงบ้างแล้ว และหันมาค้าขายกับจีน และอินเดียมากขึ้น นอกจากนี้ ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความใกล้ชิด และเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมากขึ้น เพื่อความสะดวกในด้านการค้า การลงทุน ซึ่งจะทำให้การทำการค้าระหว่างภูมิภาคโตขึ้น
นายไตรรงค์ กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะเติบโตได้ที่ระดับ 45% อยู่แล้ว แต่ยังมีเรื่องน่าเป็นห่วงอยู่บ้าง คือ การที่ประเทศขนาดใหญ่อย่างสหรัฐ และอียู แก้ปัญหาเศรษฐกิจภายใน ย่อมเกิดผลกระทบต่อเนื่องมายังเศรฐกิจโลก รวมถึงไทยด้วย เช่น หากสหรัฐจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 3 (คิวอี 3) หรืออียูระดมเงินเข้าช่วยเหลือประเทศกรีซ จะทำให้เงินเหรียญสหรัฐไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย และจะส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนให้มีความผันผวน โดยปัจจัยดังกล่าวถือเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากประเทศอื่นๆ
“หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกเกิดขึ้น แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง ไทยไม่สามารถพึ่งพาตลาดเดิมๆ ได้อีกแล้ว และแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกจะเริ่มหันหน้าเข้าสู่เอเชียมากขึ้น ทั้งการค้า การลงทุน ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนให้ความสนใจมาก” นายไตรรงค์ กล่าว







