
ตลาดตื่นตูมแค่ปฏิกิริยาสั้นๆเชื่อมะกันผ่าทางตันหนี้ได้
โลกอาจหายใจโล่งไปได้เปลาะหนึ่ง หลังจากที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)
โลกอาจหายใจโล่งไปได้เปลาะหนึ่ง หลังจากที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โลกอาจหายใจโล่งไปได้เปลาะหนึ่ง หลังจากที่กลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) สามารถบรรลุข้อตกลงหาทางช่วยเหลือคลี่คลายหนี้สาธารณะของ กรีซลงได้
แต่ทว่า โลกก็ยังไม่สามารถหายใจได้อย่างทั่วท้อง เนื่องจากปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐ ที่ยังคงถกเถียงยืดเยื้อไม่อาจหาข้อยุติได้ จนใกล้เวลาเส้นตายที่เหลือไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ และส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ตลาดโลกในปัจจุบัน
เห็นได้จากการออกมาขานรับของตลาดโลกอย่างตื่นตระหนก ทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน ซึ่งปรับลดลงมาเหลือเพียง 99 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับราคาทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติรอบใหม่อยู่ที่ 1,620 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ อันเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนแห่ขายพันธบัตรสหรัฐที่เสี่ยงจะด้อยราคามากขึ้นแล้วหันมาถือทองคำแท่ง สินทรัพย์ปลอดภัยและมีเสถียรภาพมั่นคงแทน ขณะที่ตลาดหุ้นก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักไม่แพ้กัน เพราะต่างก็ปรับลดแดงกันยกกระดาน
ทั้งหมดนี้ ต้องเรียกว่าปฏิกิริยาเบื้องต้นของตลาดทุนต่อสถานการณ์ในอเมริกา ที่มีวี่แววว่าคลื่นความปั่นป่วนจะตามมาอีกระลอกใหญ่ หาก สหรัฐผ่าทางตันการเมืองไม่ได้จนเกิดการเบี้ยวหนี้ขึ้นมาจริงๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ปัญหาเรื่องเพดานหนี้จะส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนสับสนอลหม่านเพียงใด แต่บรรดานักวิเคราะห์และที่ปรึกษาทางการเงินส่วนหนึ่งกลับเห็นตรงกันว่า หนทางที่ดีที่สุดของนักลงทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนรายย่อย ในการรับมือก็คือ อย่าตื่นตระหนกให้มากจนเกินไปนัก
เพราะท้ายที่สุดไม่มีใครเชื่อว่าอเมริกาจะยอมปล่อยตนเองให้ตกอยู่ในสถานะผิดนัดชำระหนี้ (Default)
พรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน อาจจำเป็นต้องดึงเกมการเมืองเพื่อหวังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2555 ให้ได้ประโยชน์กับฝ่ายตัวเองมากที่สุด แต่ก็คงไม่มากถึงกับลากให้ทั้งประเทศต้องหายนะไปด้วย
ความตื่นตระหนกของนักลงทุนที่เหล่านักวิเคราะห์ต้องการจะสื่อถึงนั่นก็คือ การปล่อยมือจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ถือครองกันอยู่ แล้วแห่ไปซื้อทองคำอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากการตัดสินใจขายพันธบัตรโดยมีเหตุผลจากความหวาดกลัวไม่ใช่กลยุทธ์ที่ดีเท่าไรนัก
ทั้งนี้ ในทัศนะของนักวางแผนการลงทุน รวมถึง อาร์เมน กูลเซเรียน นักวางแผนการลงทุนในเวสต์วูดส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มองว่า หนทางที่นักลงทุนจะรอดพ้นจากวิกฤตหนี้เลวร้ายของสหรัฐในครั้งนี้ไปได้ก็คือ ถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐไว้ให้มั่น
สำหรับเหตุผลหลักที่ยังทำให้บรรดานักวิเคราะห์ทั้งหลายแนะนำให้เหล่านักลงทุนถือครองพันธบัตรต่อไป ก็ยังคงเป็นสาเหตุเดิมๆ ที่มั่นใจว่า รัฐบาลสหรัฐจะไม่ผิดนัดหนี้เป็นอันขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
ความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์เหล่านี้ได้รับการตอกย้ำอีกครั้งจากแถลงการณ์ของ ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่ยืนยันให้นักลงทุนในเอเชียมั่นใจ ในระหว่างการเดินสายทัวร์เอเชียที่ฮ่องกงว่า ประธานาธิบดี บารัก โอบามา และสภาคองเกรสของสหรัฐ จะต้องเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศและสำหรับโลกโดยรวม
แต่แม้บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาคองเกรสของสหรัฐ จะตระหนักรู้แก่ใจดีถึงผลลัพธ์ที่มีต่อเศรษฐกิจโลก แต่ดูเหมือนว่า เหล่าผู้แทนของสหรัฐในสภาคองเกรสค่อนข้างพึงพอใจที่จะเล่นเกมการเมือง เพื่อหวังผลถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2555 มากกว่าที่จะสนใจร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่จวนเจียนเส้นตายเช่นนี้
ผ่านมา 11 วันจนถึงขณะนี้ บรรดาผู้แทนจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันต่างยังไม่สามารถหาข้อตกลงที่จะยินยอมให้ประธานาธิบดีโอบามาขึ้นเพดานหนี้ หรือเพดานการกู้ยืมของรัฐบาลที่ปัจจุบันอัดแน่นเต็มลิมิตที่ 14.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แล้วตั้งแต่เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า อาการชักเย่อของสองพรรคใหญ่ในสหรัฐส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อตลาดเพียงใด จนจีนประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชียต้องคำรามส่งเสียงปรามให้ได้ยินอีกครั้ง เห็นได้จากการที่ เซียะบิน หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายการลงทุนของประเทศ ซึ่งกล่าวว่า นักลงทุนจีนไม่ควรที่จะวิตกกังวลต่อประเด็นเพดานหนี้ของสหรัฐจนเกินเหตุ สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็แค่เกมการเมืองภายในประเทศเท่านั้น
เพราะท้ายที่สุด สหรัฐย่อมไม่ทรยศผลประโยชน์ของประเทศชาติตนเอง
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้วิเคราะห์เชื่อมั่นพันธบัตรสหรัฐยังคงน่าครอบครองต่อไป ก็เพราะแม้จะมีการลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรสหรัฐตามที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือขู่ไว้จาก AAA ลงมาอยู่ที่ AA หรือ A แต่อันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐก็ยังถือว่าอยู่ในอันดับที่ดี เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อยู่ดี
ดังนั้น แล้วนักลงทุนจึงไม่ควรทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูม โดดเด้งตามเกมของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจนเกินไป
กระนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าให้นักลงทุนนิ่งนอนใจเสียจนไม่ได้เตรียมพร้อมรับมืออะไร เพราะอะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็อาจจะเป็นไปได้ทั้งนั้น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ เลห์แมน บราเธอร์ส มาแล้วเมื่อปี 2551
เพราะอะไรๆ ก็ย่อมเป็นไปได้ การกระจายสินทรัพย์ที่มีอยู่ไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ เช่น สินเชื่อเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิงกับตลาดเงินเฟ้อ (TIPS) จึงนับเป็นการลงทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝันของรัฐบาลสหรัฐ โดยที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองกันว่า สำหรับนักลงทุนแล้ว ยังคงมีธุรกิจมากมายในตลาดที่กำลังเติบโตไปได้สวยมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เมื่อสหรัฐเปรียบได้กับเสาหลักของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ท่าทีของสหรัฐในขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อโลกเลย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้หากตลาดและเศรษฐกิจโดยรวมจะยังคงต้องผันผวนเช่นนี้ต่อไปอีกสักระยะ จนกว่าพี่เบิ้มอย่างสหรัฐจะปักหลักให้แน่นหนาได้ดังเดิม







