
ระดมกึ๋น‘เอสเอ็มอี’รับมือขึ้นค่าจ้าง300
พาณิชย์ เตรียมระดมสมองผู้ส่งออกเอสเอ็มอีรับมือขึ้นค่าจ้าง 300 บาท/วัน ใช้เป็นข้อมูลทำแผนป้อนรัฐบาลชุดใหม่
พาณิชย์ เตรียมระดมสมองผู้ส่งออกเอสเอ็มอีรับมือขึ้นค่าจ้าง 300 บาท/วัน ใช้เป็นข้อมูลทำแผนป้อนรัฐบาลชุดใหม่
นายวุฒิชัย ดวงรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า กรมจะสั่งการให้สำนักงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ศึกษาผลกระทบต้นทุนของผู้ส่งออกเอสเอ็มอีจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท/วัน ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นจะเชิญผู้ส่งออกเอสเอ็มอีในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมมาหารือเพื่อรับทราบผลกระทบและเสนอแนวทางที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ และจะมีการจัดสัมมนาใหญ่ โดยเรียกทุกกลุ่มมาประชุมหารือเพื่อสรุปข้อมูลอีกครั้ง
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับจะนำไปจัดทำแผนงานรองรับผลกระทบของกลุ่มผู้ส่งออกเอสเอ็มอีเสนอให้กับรัฐบาลชุดใหม่ในการกำหนดนโยบายและมาตรการที่จะให้กรมนำไปปฏิบัติตามหรือให้ความช่วยเหลือกับผู้ส่งออกเอสเอ็มอีเพื่อไม่ให้กระทบกับการส่งออก
ซึ่งยอมรับว่ากลุ่มเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่น่าห่วงสุด เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้แรงงานฝีมือมาก เช่น กลุ่มของขวัญของตกแต่งบ้าน หรือสินค้าไลฟ์สไตล์ กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ กลุ่มสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ กรมจะเพิ่มกิจกรรมในการส่งเสริมดูแลเอสเอ็มอีให้มากขึ้น เช่น การพาไปโรดโชว์ตลาดต่างประเทศเพื่อสนับสนุนช่องทางการตลาด การเพิ่มช่องทางขายผ่านอีคอมเมิร์ซเพื่อลดต้นทุน เป็นต้นสำหรับผลกระทบจากวิกฤตหนี้สาธารณะของประเทศกรีซนั้น ยืนยันว่าไม่กระทบกับการส่งออกภาพรวมของไทยปี 2554 เนื่องจากการส่งออกไทยไปประเทศกรีซมีสัดส่วนไม่ถึง 2% แต่ต้องจับตาว่าวิกฤตดังกล่าวจะลามไปถึงกลุ่มประเทศอื่นๆในสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่ เบื้องต้นได้มีแผนรองรับตามนโยบายของ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ที่ให้เจาะตลาดใหม่ทดแทนตลาดหลักที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจในประเทศอยู่แล้ว เช่น สหรัฐฯ อียู ญี่ปุ่น
นายวุฒิชัย กล่าวว่า ส่วนยอดส่งออกเดือนมิ.ย.ไปตลาดหลัก คือ สหรัฐฯ และอียู ที่ขยายตัวชะลอลง เป็นผลมาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมไปกลุ่มตลาดเหล่านั้นลดลง แต่ไม่ใช่สัญญาณว่ากำลังซื้อของตลาดเหล่านั้นมีปัญหา คาดว่าเป็นผลมาจากช่วงต้นปีที่กลุ่มประเทศดังกล่าวมีการนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมไปสต๊อกไว้มากพอแล้ว ซึ่งเชื่อว่าช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 จะมีการสั่งซื้อสินค้ากลับมาในระดับปกติ ประกอบการการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่ขยายตัวได้ดีในหลายตลาด จะทำให้เป้าหมายการส่งออกปีนี้เป็นไปตามคาดการณ์ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 15%







