posttoday
นับถอยหลังตั้งรัฐบาลทางแก้เศรษฐกิจปั่นป่วน

นับถอยหลังตั้งรัฐบาลทางแก้เศรษฐกิจปั่นป่วน

25 กรกฎาคม 2554

นักธุรกิจ นายแบงก์ ไปยันประชาชนรากหญ้า กำลังนับถอยหลังสู่วันเปิดสภา

นักธุรกิจ นายแบงก์ ไปยันประชาชนรากหญ้า กำลังนับถอยหลังสู่วันเปิดสภา

โดย...ทีมข่าวการเงิน

นักธุรกิจ นายแบงก์ ไปยันประชาชนรากหญ้า กำลังนับถอยหลังสู่วันเปิดสภา ซึ่งคาดว่าจะเป็นในต้นเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จากนั้นก็จะมีคณะรัฐมนตรีใหม่เข้าบริหารประเทศ

ที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอให้รัฐบาลใหม่เข้าบริหารประเทศ ก็เพราะต่างรอทวงสัญญาจากพรรคการเมืองที่ได้เป็นฝ่ายรัฐบาล คนที่คอยตามทวงสัญญาคือประชาชน นักวิชาการก็ตามดูว่าจะทำได้อย่างที่สัญญาไว้เมื่อครั้งที่หาเสียงหรือไม่ ส่วนภาคเอกชนก็ติดตามดูนโยบายว่าจะมีผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง

แค่เดือนเดียวหลังการเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการเปิดสภา ภาคธุรกิจก็ปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด ทุกภาคอุตสาหกรรมและทุกธุรกิจรอเรื่องใหญ่ที่สุดคือเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท และเงินเดือนแรกเข้าสำหรับผู้ที่เรียนจบปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 1.5 หมื่นบาท

ทางคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ก็ได้หารือกันแล้ว แถลงว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และทำไปแล้วจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี จนทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยต้องออกมาแจงว่า จะทำเฉพาะในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่

แต่เมื่อยังไม่มีการยืนยันนโยบายนี้ การจ้างแรงงานเพิ่ม ภาคเอกชนก็ไม่แน่ใจ ชะลอการจ้างไปก่อนดีกว่า เพื่อที่จะคำนวณต้นทุนของตัวเองว่า หากเป็นจริงตามนโยบายจะทำยังไงให้ธุรกิจอยู่รอด

นับถอยหลังตั้งรัฐบาลทางแก้เศรษฐกิจปั่นป่วน

ไม่ใช่แค่เพียงภาคการผลิตเท่านั้นที่จะชะลอการจ้างงาน จะส่งผลต่อเนื่องไปถึงภาคบริการและธุรกิจอื่นๆ ด้วย ซึ่งอาจจะใช้วิธีการเลี่ยงไปจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราว หรือรายวันไปก่อน ไม่มีการบรรจุพนักงาน เพราะหากมาขึ้นค่าจ้างภายหลังจะลำบากเพราะปลดคนงานไม่ได้ จะต้องจ่ายเงินชดเชย

นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ก็เริ่มคิดแล้วว่าจะลดการจ้างงานใหม่ จะเลิกจ้างและใช้เครื่องจักรเข้ามาแทนที่ หรือจะไปประหยัดด้านอื่นอย่างไร ก็ต้องมาดูกันหลังจากที่มีความชัดเจนจากรัฐบาลแล้ว

ต่อมาก็เรื่องของการลดดอกเบี้ยคนซื้อบ้านหลังแรกให้เหลือ 0% เป็นเวลา 5 ปี แถมจะเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีให้อีกด้วย

และเช่นเคยคือนโยบายนี้ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง รายละเอียดไม่มีว่าวิธีการและเงื่อนไขนั้นจะเป็นอย่างไร

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็คือเกิดการปั่นป่วนวุ่นวายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ลูกค้าที่จะซื้อบ้านและเตรียมจะขอสินเชื่อจากธนาคารก็รีรอว่าจะรีบซื้อดีไหม รอแคมเปญของรัฐบาลก็ดีเพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้มาก

สิ่งที่ตามมาก็คือจะทำให้เกิดการชะงักงันในตลาดอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเร่งออกรายละเอียดของโครงการนี้ออกมา เพราะประชาชนที่มาขอกู้เงินกับธนาคารไว้ ต่างก็ขอเลื่อนการเซ็นสัญญา เพราะจะรอดูโครงการของรัฐบาลก่อน

ดังนั้น ตลาดบ้านในไตรมาส 3 ของปีนี้จะชะลอตัวลง กว่ารัฐบาลจะเข้ามาทำงาน และออกรายละเอียดโครงการนี้ออกมาก็ใช้เวลาหลายเดือน

โอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล. พี. เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ ก็ยืนยันไปในทิศทางเดียวกับนายแบงก์ว่า หากรัฐบาลใหม่ไม่เร่งดำเนินนโยบายดอกเบี้ยบ้านหลังแรก 0% นาน 5 ปี ตามที่หาเสียงไว้ให้ออกมาเป็นรูปธรรมได้ภายในเวลา 6 เดือนหลังจากรัฐบาลใหม่เข้าทำงานแล้ว อาจจะสร้างผลเสียให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากประชาชนจะชะลอการโอนบ้านออกไปเพื่อรอมาตรการดังกล่าว และจะเกิดปัญหาชะงักงันรวมทั้งธุรกิจที่ต่อเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยด้วย

นอกจากจะกระทบกับสินเชื่อธนาคารพาณิชย์แล้ว โครงการบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปีนี้ ยังทำให้โครงการกู้เงินซื้อบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการอยู่ โดยให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ดำเนินการในวงเงินหมื่นล้านบาท ก็เจอโรคเลื่อนด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้ที่ขอเงินกู้หากไม่โดนเร่งรัดจากเจ้าของโครงการ ที่บ้านสร้างเสร็จแล้วถึงกำหนดจะต้องโอนบ้าน ก็พากันชะลอการเซ็นสัญญาเงินกู้ออกไปก่อนเพื่อรอดูนโยบายที่พรรคเพื่อไทยจะเกทับออกมาว่าจะมีเงื่อนไขที่ดีกว่ามากน้อยอย่างไร

สำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์นั้น ครึ่งปีหลังเป็นฤดูกาลซื้อบ้าน ซึ่งเดิมนั้นผู้ประกอบการตั้งเป้าว่าจะมีการปล่อยกู้ใหม่กว่า 3 แสนล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ก็เริ่มมีความไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย

นอกจากตลาดแรงงานและตลาดบ้านจะป่วนจากนโยบายของพรรคเพื่อไทยแล้ว ตลาดรถยนต์ก็ปั่นป่วนไม่แพ้กัน แต่ยังไม่ออกผลชัดเจนมาก ก็เพราะขณะนี้รถยนต์ผลิตไม่พอขาย เนื่องจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มญี่ปุ่น ทำให้โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ป้อนให้กับโรงประกอบรถยนต์ในประเทศไทยขาดช่วง รถจึงได้รับการส่งมอบช้า แต่คนที่คิดจะซื้อรถใหม่ก็หยุดไว้ก่อนจนกว่ามาตรการจะชัดเจน ก็คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน

พิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ เชื่อว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นจะส่งผลให้คนกลุ่มแรงงานใหม่และเป็นวัยรุ่นจะชะลอการซื้อรถ และถ้าเป็นภายในระยะเวลาอันใกล้ก็อาจมีผลกระทบบ้าง แต่ก็เป็นเพียงเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อรถคันแรกเท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบทั้งตลาด

แต่หลังจากมีความชัดเจนในเรื่องนโยบายนี้แล้ว ตลาดก็จะป่วนอีก เพราะความต้องการซื้อรถยนต์จะทะลักทลายน้อย ขนาด โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการบริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ยังบอกว่า นโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรกจะช่วยส่งเสริมการจำหน่ายให้ตลาดรถยนต์เป็นอย่างดี เพราะทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น

รถเก๋งขนาดไม่เกิน 1,800 ซีซี และรถกระบะที่มีราคาขายไม่เกินคันละ 1 ล้านบาท ซึ่งรถกลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วน 80% ของยอดขายรถในประเทศไทย

ขณะที่กลุ่มผู้ได้ประโยชน์จากนโยบาย คือ กลุ่มคนทำงานที่มีอายุงานไม่เกิน 5 ปี และกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่ยังไม่เคยซื้อรถคิดเป็นจำนวนรวม 1.52 แสนราย คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% เมื่อเทียบกับตลาดรถยนต์ในประเทศ

และเมื่อคนใช้รถมากขึ้น ก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซรถยนต์มากตามไปด้วย ปริมาณการนำเข้าน้ำมันก็อาจจะสูงขึ้น ทำให้เราขาดดุลการค้าจากการนำเข้าน้ำมันมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายลดการเก็บเงินส่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด ก็เป็นเรื่องดี หากราคาน้ำมันเป็นขาลง แต่หากราคาน้ำมันเป็นขาขึ้นคงต้องกลับนโยบายกันอุตลุด เพราะเสียงของประชาชนเป็นเสียงที่รัฐบาลต้องฟัง โดยเฉพาะรัฐบาลที่มีฐานเสียงมาจากกลุ่มรากหญ้า

วุ่นต่อไปคือนโยบายการแจกคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถมทั่วประเทศ อันนี้ไม่วุ่นวายในเรื่องตัวคอมพิวเตอร์ เพราะมีการพูดเบื้องต้นว่าได้มีการติดต่อกับโรงงานผลิตคอมพิวเตอร์ในจีนแล้วว่าสามารถผลิตขายให้ในราคาถูกได้

แต่ที่จะวุ่นก็คือบุคลากรในแวดวงการศึกษา โดยเฉพาะครูที่จะสอนเด็กนั้น มีความรู้และความเข้าใจในการใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตหรือไม่ หากจะทำจริงก็จะต้องเร่งอบรมบุคลากรทางการศึกษาเสียก่อนที่จะซื้อเครื่องมาใช้ จะใช้งานกันอย่างไรเชื่อว่าครูบางคนยังเปิดคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตไม่เป็นเลย

ฉะนั้น ป่านนี้ครูทั้งหลายคงปวดหัวกับการที่จะต้องปรับตัวนำเอาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตมาใช้ในการเรียนการสอนให้ได้

ตรงนี้มีประสบการณ์มาแล้วจากคอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยได้เคยทำมาก่อน โดยซื้อมาแจกตามโรงเรียนแล้วปรากฏว่าใช้ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะใช้โปรแกรมลีนุกซ์ ในขณะที่ครูที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์สอนนักเรียนใช้เป็นแต่โปรแกรมวินโดวส์

แถมบางโรงเรียนตามต่างจังหวัดยังไม่มีไฟฟ้าไปถึงก็ไม่สามารถที่จะใช้คอมพิวเตอร์ได้

อย่างไรก็ดี แม้ตลาดจะปั่นป่วนอย่างไรก็ตาม แต่ในที่สุดภาคเอกชนจะปรับตัวได้ และหลายคนมีความเชื่อลึกๆ ว่า รัฐบาลจะทำไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ หรือถ้าทำก็จะทำในขนาดที่เล็ก เพราะงบประมาณมีจำกัด และข้อจำกัดทางด้านบุคลากร

หลังจากมีรัฐบาลแล้ว กว่าทุกอย่างจะเข้าที่และปั่นป่วนในแวดวงเศรษฐกิจและการศึกษา ก็คงจะต้องใช้เวลานานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนถึงจะรู้ผลว่าอะไรเป็นอะไร

และสุดท้ายนโยบายขายฝัน ก็คือความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท