
ถ้าเราดีแต่พูดอวสานแน่
ถ้าเราทำไม่ได้ เขาก็ด่าซิ ต่อไปพูดแล้วใครจะเชื่อ อย่าลืมว่าจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย คือ คิดเก่ง และทำเป็น
ถ้าเราทำไม่ได้ เขาก็ด่าซิ ต่อไปพูดแล้วใครจะเชื่อ อย่าลืมว่าจุดแข็งของพรรคเพื่อไทย คือ คิดเก่ง และทำเป็น
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
"เราระวังอยู่แล้ว ถ้าเมื่อไรเราโดนด่าคำนี้(ดีแต่พูด) เราคงจะเสียใจที่สุด แล้วนั่นคืออวสานแน่ เพราะเมื่อไร เราดีแต่พูด เราจะแพ้ประชาธิปัตย์ทันที เพราะประชาธิปัตย์เขาพูดเก่งกว่าเราอยู่แล้ว"
คำยืนยันของ "ปลอดประสพ สุรัสวดี" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า นโยบายต่างๆ ที่พรรคหาเสียงโดนใจคนชั้นล่างมากมาย จะต้องทำแน่นอน และคอนเฟิร์มอีกครั้ง ต้องทำสำเร็จในรัฐบาลเพื่อไทย
ในช่วงหาเสียง พรรคเพื่อไทยชูนโยบาย ระบุเงื่อนเวลาไว้ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง แต่สำหรับการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ ได้เกทับประชาธิปัตย์ว่า "เพื่อไทยให้ 300 บาทนะพี่น้อง และทำได้ทันที" ผูกมัดตัวเองจนเป็นระเบิด 300 บาท ขณะเดียวกันนโยบายเพิ่มรายได้และเมกะโปรเจกต์อีกหลายตัวนักวิชาการ ภาคเอกชนก็เป็นห่วง ถ้าทำจริงจะกระทบต่อการคลัง... และจะทำให้ประเทศถังแตก!
หลังชนะเลือกตั้ง แกนนำเพื่อไทยดูจะมึนตั้งหลักไม่ถูก กับเสียงต้านจากภาคธุรกิจที่ห่วงผลกระทบจากนโยบายเหล่านี้ที่อาจเกิดภาวะเงินเฟ้อ ของแพงขึ้น ทว่าคำพูดของ ปลอดประสพ กลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อออกมาบอกตรงๆ ว่า "ทำทันทีเป็นแค่กลยุทธ์หาเสียง ทั้งทำได้และทำไม่ได้ แต่เราจะพยายามทำให้ได้ตามที่พูด" จนเป็นประเด็นการเมืองให้ พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการเลือกตั้งเอาผิดพรรคเพื่อไทยข้อหาหาเสียงหลอกลวง
ยิงคำถามให้ยืนยันอีกครั้งว่า จะเอาอย่างไรแน่นโยบายที่พูดมาทั้งหมดโม้หรือไม่ หรือทำได้และ"สำเร็จ-ทันที-แน่นอน"?...ปลอดประสพ ย้ำดังๆ "ที่จริงคำว่า โม้ มันพูดได้กับเพื่อนฝูง แต่ถ้าพูดภาษาไพเราะคือ มันเป็นความฝันที่เป็นไปได้และเป็นเหตุผลเพื่อนำประเทศไปสู่ความยิ่งใหญ่ ถ้าเป็นไปไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปฝัน เพราะเสียเวลาเปล่าๆ แต่ถ้าเราทำไม่ได้ เขาก็ด่าซิ ต่อไปพูดแล้วใครจะเชื่อ อย่าลืมว่า จุดแข็งของพรรคเพื่อไทย คือ คิดเก่ง และทำเป็น ตอนนี้เราคิดให้ดูแล้ว ส่วนทำเป็น ตอนนี้ก็กำลังพิสูจน์และเราไม่ใช่ดีแต่พูด แต่เราทำเป็นและทำเก่งด้วยเพียงแต่เรามีความยืดหยุ่น คือ ช้า เร็ว มากน้อย แต่เราทำแน่ โรดแมปเราชัดเจน เราไม่วอกแวก"
ส่วนเรื่องขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ จะให้คำมั่นอย่างไรว่า จะได้ทั่วประเทศแน่นอนในรัฐบาลนี้... "ผมขี้เกียจตอบตอนนี้ เดี๋ยวมันไม่แม่น คือ มันมีชุดที่เขาทำโมเดลออกมาว่า มันจะครบทุกจังหวัดเมื่อไร แต่เป้าหมาย 300 บาทใช่แน่นอน เพราะเราวางไว้ภายใน 9 ปี ค่าแรงจะได้ 1,000 แน่นอนแล้วมาพูดอะไรกับ 300 บาท และเราจะไม่บังคับให้ภาคเอกชนต้องขึ้นค่าแรง 300 บาท เพราะประเทศไทยไม่ใช่เผด็จการ แต่เรื่องนี้ต้องมาจัดเวิร์กช็อปร่วมกันอีกครั้ง"
ปลอดประสพ บอกว่า เมื่อเข้าเป็นรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ประกาศไว้ทั้งหมด นโยบายไหนพูดอย่างไรก็จะทำอย่างนั้น
ภายในปีแรก จะมีนโยบายกี่เรื่องที่จะทำสำเร็จ... ปลอดประสพ ตอบทันควัน "โห...ต้องทำต้องเริ่มหมดแน่นอน แต่เสร็จหรือไม่ เป็นอีกเรื่องนะแต่อย่างนี้คือ ทำทันที ก็ถือว่า ทำแล้วนะ อันไหนง่ายก่อน อาจจะเสร็จก่อนก็ได้ ส่วนเรื่องเร่งด่วน มันก็จะเป็น ม.ค. 2555 ซะเยอะที่โครงการต่างๆ จะเริ่มได้ บางเรื่อง คงมีช่วงเวลา เช่น เฟส 1 เฟส 2 เฟส3 เป็นอย่างไร เช่น เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ อาจจะทำเลยในจังหวัดใหญ่ก่อน ตามด้วยจังหวัดรองลงมา แต่ทุกอย่างต้องเริ่มหมด"
ส่วนเมกะโปรเจกต์ที่หาเสียงไว้ เช่นโครงการถมทะเลป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯสร้างรถไฟฟ้าทั้ง 10 สายใน กทม. ทำรถไฟรางคู่เชื่อมชานเมือง แลนด์บริดจ์ภาคใต้ ปลอดประสพ บอกว่า จะเริ่มได้ในปีหน้า แต่เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ต้องศึกษาวางแผนให้รอบคอบก่อน
"คำว่า เริ่ม หมายความว่า ศึกษา ทำ ดีเทลดีไซน์ อะไรที่เป็นเอนจีเนียริง ยาวแน่เป็นปีแน่ๆให้ผมเดานะ เพราะเราต้องมีคอนเซปต์ดีไซน์ก่อน อย่างเรื่องถมทะเล ก็ศึกษาเช่นกัน ที่จริงไม่อยากให้เรียกคำนี้ เดี๋ยวก็มาทะเลาะกัน เรียกว่าการป้องกันน้ำท่วมจากน้ำทะเลก็ต้องศึกษาหมดบางอันก็ยาวมาก บางอันก็ยาวน้อย"
ในทางการเมืองไม่กลัวหรือ ถ้าบอกว่า แค่เริ่มแต่ยังไม่เสร็จก็อาจเข้าข่ายหลอกลวง?...ปลอดประสพแย้ง "มันจะไปกลัวอะไร ก็มันเป็นความจริงอ่ะ เทวดาหน้าไหน มันจะทำได้
ก็หาเสียงไว้แล้วว่า จะทำทันที?... "ไอ้นั่นก็พูดแบบคนพาล...มันเป็นไปไม่ได้ อะโธ่ โครงการเป็นแสนล้านเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างแล้วคุณจะให้มันเสร็จได้อย่างไรล่ะ มันก็ต้องออกแบบเวลาออกแบบ จะคิดว่า เป็นการหยิบกระดาษแล้วก็วาดรูปการ์ตูนเหรอ มันไม่มีหรอก ใครพูด...คนนั้นก็บ๊องแล้ว เห็นไหมรถไฟฟ้าเนี่ย ทำตั้งแต่สมัยคุณทักษิณนะ นี่ 7-8 ปีแล้ว เพิ่งเริ่มได้1-2 สาย มันก็เหมือนกันนั่นแหละ"
เขาขยายความว่า แผนลงทุนในเมกะโปรเจกต์หลายเรื่อง จะมีคนทำให้ เช่น เอกชน บางเรื่องก็บราเธอร์เทรดมีผลตอบแทนกัน เช่นรถไฟ บางโครงการก็อาจกู้มาลงทุน มีผลตอบแทนสูง ซึ่งคิดว่า ไม่น่าจะเสียหาย ไม่ใช่การสร้างภาระหรือสร้างหนี้ แต่ถ้ากู้มาแจกเหมือนพรรคประชาธิปัตย์เสียหายแน่
"เราต้องการให้ประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่อยากให้เป็นเต่าคลาน เราจะเน้นสร้างเมืองหลวงในภูมิภาค เรามองว่าการลงทุนในระดับภาคหรือกลุ่มจังหวัด พื้นที่ก็ใหญ่ขึ้นประชาชนก็มากขึ้นก็ชักจูงการลงทุนได้ เหมือนกับจีนที่พัฒนาเป็นมณฑล นี่เป็นโมเดลที่พรรควางไว้
นโยบายประชานิยมของเพื่อไทยจะทำให้ประเทศถังแตกอย่างที่สื่อต่างชาติวิจารณ์ไหม...เจ้าตัวสวนกลับ "โอ้ย... ไม่จริง ไม่แตก แต่ถ้าปล่อยให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลต่อไป ถังแตกแน่เพราะไม่มีแผนหารายได้ ส่วนเรามีวิธี ถ้าให้ตอบได้บ้าง เช่น การสร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเลและมีเกาะประกอบด้วย เราก็จะเปิดให้คนไทยซื้อ ส่วนฝรั่งให้เช่า เป็นรายได้เข้าไทย หรือปรับปรุงสนามบินอู่ตะเภา ให้เป็นศูนย์อะไรสักอย่างซึ่งเราพูดบ้างแล้วและคงจะต้องเอาจริง ไม่รู้จะทิ้งไว้ให้นก กา อยู่หรือไง"
ถ้าเราทำไม่ได้ เขาก็ด่าซิ ต่อไปพูดแล้วใครจะเชื่อ อย่าลืมว่า จุดแข็งของพรรคเพื่อไทย คือ คิดเก่ง และทำเป็น ตอนนี้เราคิดให้ดูแล้วส่วนทำเป็น ตอนนี้ก็กำลังพิสูจน์และเราไม่ใช่ดีแต่พูด แต่เราทำเป็นและทำเก่งด้วย เพียงแต่เรามีความยืดหยุ่น คือ ช้า เร็ว มากน้อย แต่เราทำแน่ โรดแมปเราชัดเจน เราไม่วอกแวก
อำมาตย์ในเพื่อไทย
ความจริงแล้ว ปลอดประสพ เริ่มเป็นทีมงานทักษิณในปี 2547 โดยได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ ก่อนจะมาเป็นผู้ช่วยรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงที่ ยงยุทธ ติยะไพรัชเป็นรัฐมนตรีว่าการในปี 2548
ชีวิต ปลอดประสพ ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร ประมง สิ่งแวดล้อม คว้าปริญญาตรี-โท-เอก ในสาขาเหล่านี้ ก่อนจะเติบโตในอาชีพราชการอย่างรวดเร็วจนได้ตำแหน่งสำคัญมากมาย ไม่ว่า อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมป่าไม้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้ช่วย รมต. เหลือตำแหน่งเดียว คือ รมว.ทรัพยากรฯ ก็จะสมบูรณ์เป็นเกียรติประวัติคนหนึ่งของคนในสาขานี้ ซึ่งก็ไม่น่ามีปัญหา เพราะเขาเต็งจ๋าถูกวางตัวจากพรรคให้เป็นเสนาบดีกระทรวงนี้
"การร่างนโยบายรัฐบาลใหม่ ผมรับมาเขียน 3 หมวด ที่ดิน ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมอีกหมวดคือ หมวดเกษตร ผมก็คิดเองใช้ความรู้ของตัวเอง เมื่อร่างเสร็จก็เชิญผู้ใหญ่ของกระทรวงมาคอมเมนต์ ถ้าเป็นทรัพยากรสิ่งแวดล้อมก็ต้องถามเอ็นจีโอด้วยซึ่งจบแล้วเร็วกว่าของคนอื่นด้วยตอนนี้เขาให้ไปร่างภาคท่องเที่ยวอีก"
บทบาท ภารกิจที่ดูแลพรรคเพื่อไทยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่า เป็น "แม่บ้านพรรค" ก็ไม่ผิดนัก เพราะต้องจัดองค์กร วางกลยุทธ์ คุมทิศทางพรรค ออกแถลงการณ์จนถูกแซวเป็น "ท่านปลอด 10 ประการ"วันนี้เขาเป็นรองหัวหน้าพรรค และเป็นทีมยุทธศาสตร์คนสำคัญ
ในการต่อสู้ของคนเสื้อแดงที่ชูวาทกรรม"ไพร่-อำมาตย์" เมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวเคยแอบบอกนักข่าวครั้งหนึ่งว่า เขาเองไม่ใช่ไพร่แต่เป็นอำมาตย์ เพราะสาแหรก "สุรัสวดี"ที่ทำงานใกล้ชิดกับคนในรั้วในวังมาก่อน
แซวไปว่า จะได้เป็นรัฐมนตรีแล้วครอบครัวจะดีใจไหม... ปลอดประสพ ยิ้มหัวเราะในลำคอ "บ้านนี้เคยเป็นเสนาบดีมาแล้วหลายคน... ไม่ใช่ของใหม่"
ก่อนจะเล่าว่า ในช่วงที่เสื้อแดงร้อนแรงจนเกิดกระแสล้มเจ้า ครอบครัวเขาขอร้องให้ลาออกจากพรรคเพื่อไทย แต่ปลอดประสพไม่สนจนต้องทะเลาะในหมู่ญาติมิตร
"....เป็นประจำแหละ ทั้งผู้ใหญ่ ญาติ โยมให้เหตุผลว่าไม่ชอบพรรค ไม่ชอบคุณทักษิณหาว่าผมหาเรื่อง ทำให้สกุลมัวหมอง ผมก็เลยบอกว่า อย่าพูดมาแบบนี้ ผมทำอะไรเสียหายเลยทะเลาะกับที่บ้าน ไม่ทานอาหารร่วมกันเป็นปี อย่างตอนหาเสียง ผมยังไม่โทร.ไปบอกให้เลือกผมเลย"
"ครอบครัวผมใหญ่ ไม่มีเล็ก รวมทุกสกุลทั้งสายพ่อ สายแม่ และผมก็ตกเป็นเป้า แต่เดี๋ยวนี้หมดแล้ว ทุกคนเกรงใจ เพราะผมเป็นพี่ใหญ่ในรุ่น แต่รุ่นโตกว่าผม น้า อา ใครพูดมาก ผมก็ไม่พูดด้วย ส่วนไอ้ตู้ (จรัสพงษ์สุรัสวดี) มันรุ่นหลาน ถ้าพูดเดี๋ยวเตะให้ ไปบ่นนอกบ้านได้ (หัวเราะ) ...ที่นี่(เพื่อไทย)มันไม่อะไรที่มันไม่ดี เพราะผมไม่เห็น สงสัยกันไปเอง แต่เดี๋ยวนี้เงียบลง เพราะพิสูจน์ว่าผมถูก พรรคเพื่อไทยชนะ เออ...แล้วไง"
ชนะแต่ไม่สบายใจ
ผลการเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทยชนะเด็ดขาดโดยเฉพาะในภาคอีสาน และภาคเหนือที่เลือกถล่มทลาย ปลอดประสพ สุรัสวดี อารมณ์ดีก่อนกระเซ้าว่า พรรคเพื่อไทยน่าเปลี่ยนชื่อ เป็น"พรรคชั้นล่าง" ก็คงไม่เลว แต่พรรคจำเป็นต้องพึ่งชนชั้นกลางในเมือง เพราะการพัฒนาประเทศจะทำเพื่อคนชั้นล่างอย่างเดียวไม่ได้มันจะเหมือนคอมมิวนิสต์ต้องทำให้คนชั้นสูงชั้นกลางและชั้นล่างเจริญเท่ากัน
"เราก็ไม่ได้อยู่อย่างสบายใจหรอก เพราะกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวง และถ้ามีคนกลุ่มหนึ่งไม่เข้าใจเรา"
ปลอดประสพ วิเคราะห์ว่า จุดที่คนกรุงไม่เข้าใจจนทำให้พรรคเพื่อไทยแพ้เลือกตั้งในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่อยู่ในเขต "บ้านรั้ว" มี 3 เหตุผล 1.กลุ่มนี้ดูเหมือนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมในกรุงเทพฯ 2.คงดูสื่อมาก 3.เป็นคนทำมาหากิน ไม่ใช่ข้าราชการ นักธุรกิจ และอยู่ได้ด้วยตัวเอง กลุ่มนี้จึงปฏิเสธเรา เพราะไม่เห็นว่าจะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปบวก แต่อาจเปลี่ยนในทางร้าย
คนกรุงกลัวเสื้อแดง แต่คนต่างจังหวัดชอบเสื้อแดงแล้วพรรคเพื่อไทยจะจัดสมดุลอย่างไร? ปลอดประสพ ตอบว่า พรรคจำเป็นต้องมีจุดยืน เหมือนอย่างพรรคแรงงานของอังกฤษ ที่บอกชัดว่าเป็นพรรคของใครแต่พรรคแรงงานก็ทำให้คนทั้งประเทศ ได้ประโยชน์เท่ากันหมด ส่วนเรื่องเสื้อแดงอยากเดาว่า การเมืองจากนี้จะราบรื่น และกลับมาสู้กันในสภา เสื้อแดงก็คงลดความฮึกเหิมลง และกลุ่มเขาก็มี สส. เข้ามา 10 กว่าคน และสมาชิกเหล่านี้ก็กลับมาเป็นสมาชิกพรรคตามปกติ มีข้อมูลอะไรก็สื่อผ่านกลุ่มของเขา ไม่จำเป็นต้องจัดชุมนุมหรือมีเวทีที่ไหน นอกจากมีคนไปกวนเขา
สำหรับปลอดประสพเชื่อว่า ปลายทางของการคลี่คลายความขัดแย้ง คือ "การให้อภัยกัน"แต่ต้องมีการสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงผ่านฟ้า-ราชประสงค์ ให้รู้ก่อนว่า ใครทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต
ปัญหาในอนาคตคือ เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะป้องกันไม่ให้เกิดการหมิ่นสถาบันอย่างไร เพราะแกนนำแดงบางกลุ่มก็เคลื่อนไหวสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ปลอดประสพทำหน้าเซ็ง "รอให้ถึงเวลาก่อน พูดเรื่องน่ากลัวไม่อยากพูด ตอนนี้คิดไม่ออก เราคิดแต่จะทำงานอย่างเดียว"
"เสื้อแดงมีหลายเฉด แดงเข้มแดงอ่อนแต่สำหรับพรรค คือแดงสีธงชาติ คือแดงที่เป็นประเทศไทย มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แต่ถ้ามีใครคิดต่างจากนี้ ก็ไม่ใช่เรา...แน่นอน อาจมีบางคนคิดแหวกแนวก็ไม่รู้จะทำยังไงมนุษย์ และไม่รู้จะไปห้ามได้อย่างไรเพราะไม่รู้ว่าใคร บางคนก็ไม่รู้อยู่เมืองไทยหรือไม่ เราก็ควบคุมเขาไม่ได้" ผู้ประกาศตัวเป็นอำมาตย์ในเพื่อไทย ทิ้งท้าย







