
เก็บ"ตะวัน"ไว้ในใจตลอดไป
"เราดีใจที่ได้มาเรียน วปอ. ได้รู้จักเพื่อนชื่อพี่ติ่ง "พล.อ. ตะวัน เรืองศรี" วีรบุรุษของ วปอ.2553"
"เราดีใจที่ได้มาเรียน วปอ. ได้รู้จักเพื่อนชื่อพี่ติ่ง "พล.อ. ตะวัน เรืองศรี" วีรบุรุษของ วปอ.2553"
เราได้ร่วมเรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่น 2553 ซึ่งขณะนี้เป็นปลายหลักสูตรเข้าไปทุกที ความมหัศจรรย์ของหลักสูตรนี้คือการพิสูจน์ได้ว่า “มิตรภาพนั้นไม่ต้องการเวลา” เพราะแค่เรามาเรียนเพียง 10 เดือน ก็มีความรักความผูกพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ด้วยกิจกรรม ด้วยหลักสูตรที่กำหนด การที่บอกว่า วปอ.เป็นเพื่อนรุ่นชุดสุดท้ายของชีวิต คงไม่เกินจริงในที่นี้ เราได้มีโอกาสพบกับเพื่อนคนหนึ่งที่ชื่อ “ตะวัน” หรือพี่ติ่ง ซึ่งในช่วงแรกๆ อาจจะไม่ได้สนิทกันนัก เพราะมีถึง 229 คน ต้องค่อยๆ ทำความรู้จัก
เรามาเริ่มรู้จักพี่ติ่งมากขึ้นก็เมื่อได้เดินทางไปญี่ปุ่นด้วยกันตามหลักสูตร และพี่ติ่งได้เป็นหัวหน้าทีมที่จะต้องไปแลกเปลี่ยนความรู้กับนักศึกษาวปอ.ญี่ปุ่น ที่พี่ติ่งทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในการให้ความรู้เรื่องการรักษาความมั่นคงของประเทศ ทำให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของทหารของไทย
นอกจากนั้น เราก็ได้สังสรรค์ได้ทัศนศึกษาซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขกันมาก โดยส่วนใหญ่ยังบอกกันว่าเป็นการเดินทางที่ดีที่สุด ครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งเรายังบอกกันว่าหลังจบการศึกษาแล้ว เราจะจัดทัวร์มาญี่ปุ่นกันอีก ชื่อทัวร์ “ดัชสาระแผก” คือทัวร์ไปหาของอร่อยๆ ทานกัน ไม่เคยคิดว่า จะไม่มีวันนั้นที่พี่ติ่งจะไม่ได้มาร่วมด้วย
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ทหารราบ คณะ วปอ.2553 ได้ไปทัศนศึกษาที่กองบัญชาการกองพลที่ 9 จังหวัดกาญจนบุรีที่พี่ติ่งดูแลอยู่ ซึ่งเราเองไม่ค่อยได้รู้จักระบบทหารดีนัก พอมาที่กองพลทหารราบที่ 9 ยังแซวพี่ติ่งว่า เพิ่งรู้ว่าเพื่อนใหญ่มากคุมกำลังคนเป็นหมื่น
พี่ติ่งตั้งใจจะจัดการแสดงแสนยานุภาพให้เราได้ชมกัน แต่ไม่รู้เป็นลางหรือเปล่า (คงคิดมากไปเอง) เกิดพายุแรงมากจนไม่สามารถแสดงอะไรได้ และสุดท้ายเราก็ต้องขึ้นรถกลับไป ซึ่งยังบ่นกันว่าเสียดาย เพราะพี่ติ่งตั้งใจมาก ที่จะให้พวกเราได้มีประสบการณ์กับกองทัพให้มากที่สุด ตอนเย็นพี่ติ่งได้จัดให้พวกเราลงแพ มีอาหารอร่อยและมีดนตรี ซึ่งพี่ติ่งได้เปิดงานโดยบอกว่า “ผมมีความสุขที่ได้เรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร และวันนี้ผมของร้องเพลง “เก็บตะวัน” และก็ได้ร้องเพลงนี้ให้พวกเราฟัง...... เป็นครั้งสุดท้าย
คืนนั้น จับอาการได้ว่าพี่ติ่งมีความสุขมาก ความสุขของพี่ติ่งคือ การที่เห็นพวกเรามีความสุข และการที่ได้ทำอะไรให้พวกเรา ให้อาจารย์ จากสถาบันที่พี่ติ่งรักความผูกพันธ์ของพี่ติ่งต่อ วปอ.นั้น พี่ติ่งจะถือกระเป๋าของ วปอ.ตลอด แม้กระทั่งวาระสุดท้าย ที่ขึ้นเครื่อง Black Hawk กระเป๋าวปอ. ก็อยู่ข้างกายพี่ติ่งคงเป็นสัญญาว่าพี่ติ่งจะอยู่กับพวกเรา วปอ. 2553 และสถาบันตลอดไป
ในช่วง 4 วันหลังก่อนพี่ติ่งออกปฏิบัติภาระกิจสุดท้ายนั้น เราได้คุยกับพี่ติ่ง 3 วันติดๆ กัน เพราะได้พาครอบครัวไปเมืองกาญจน์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่เป็นวันหยุดยาวอีก เพราะชอบ และโทรหาพี่ติ่ง พี่ติ่งบอกว่ากำลังเข้ากรุงเทพ เพื่อไปส่งเพื่อนๆ หมู่เหยี่ยว (วปอ.มีการแบ่งเป็นหมู่แบบลูกเสือ) ไปฮ่องกงทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้ไป
นี่คือพี่ติ่ง ที่แสดงถึงความรักเพื่อน แม้ตัวเองไม่ได้ไปก็จะไปส่งเพื่อน ....แต่ก็เป็นการส่งเพื่อจากนิรันดร์ พี่ติ่งได้ทำเสียงเกรงใจและขอโทษขอโพยเรามากที่ไม่ได้มาดูแล และถามว่าต้องการอะไรหรือไม่ เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะมีครอบครัวน้องๆ มากันพอวันเสาร์ที่ 16 เราก็โทรหาพี่ติ่งอีกเพื่อตามหาร้านอาหารอร่อยๆ คราวนี้เสียงพี่ติ่งเปลี่ยนไป เป็นเสียงเข้มๆ เรียบๆ บอกว่ามีปัญหาเรื่องลูกน้องหลงป่าเลยต้องกลับมาดู จึงไม่กวนพี่ติ่งอีก วันอาทิตย์ได้ข่าวว่าเฮลิคอปเตอร์ของกองกำลังสุรสีห์ตก เราก็ตกใจว่าพี่ติ่งอยู่ในนั้นหรือเปล่าเพราะแว่วๆ ว่าจะนั่งเฮลิคอปเตอร์ก็โทรไปหาอีก พี่ติ่งบอกว่าลูกน้อง ฮ.ตก และกำลังจัดกำลังออกค้นหา เราก็เลยไม่กวนต่อ
วันอังคารที่ 19 ขณะที่นั่งฟังบรรยายในห้อง เราจะโทรหาเพื่อนอีกคนหนึ่ง กลับไปกดโทรหาพี่ติ่ง พอได้ยินเสียงก็ตกใจบอกขอโทษที่โทรผิด เพราะรู้ว่าพี่ติ่งกำลังยุ่งกับการค้นหาลูกน้องถ้ารู้ว่าวันนั้นจะเป็นได้ยินเสียงพี่ติ่งครั้งสุดท้ายเราคงจะคุยโดยไม่ยอมวางสายเป็นแนพอวางสายจากพี่ติ่งก็พบว่าโทรศัพท์แฮงก์ ไม่สามารถรับ BB และ twitter ได้ ก็รอจนช่วงไปทานอาหารกลางวันจึงได้ข่าวว่าพี่ติ่งขึ้น Black Hawk ไป เพื่อนำลูกน้องทั้ง 5 คนกลับบ้าน โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองก็จะไม่ได้กลับมาเหมือนเก่าที่เล่ามาทั้งหมดเพื่อให้เห็นว่า มิตรภาพและความรักนั้นไม่ต้องการเวลา หากเราเปิดใจที่จะคบกัน
พี่ติ่งเป็น ชายชาติทหาร ที่ทหารทุกคนยอมรับ
พี่ติ่งเป็น นายที่รักลูกน้อง และที่ต้องจบชีวิตลงเพราะทนที่จะเห็นครอบครัวลูกน้องมีความทุกข์ทรมานจากการรอคอยไม่ได้ จึงออกไปนำกลับมาด้วยตัวเอง พี่ติ่งเป็นเพื่อนที่ดีเท่าที่คนคนหนึ่งจะเป็นได้ มีใจโอบอ้อมอารีย์ มีความรักที่ให้เพื่อน มีจิตใจที่เป็นสาธารณะและมีสปิริต พี่ติ่งเป็นคนที่รักสถาบัน ขนาด วปอ.ที่มาอยู่ไม่ถึงปีพี่ติ่งยังมีความรักให้มากมาย แล้วสถาบันทหาร นี่คือชีวิตพี่ติ่งแน่นอน แม้ชีวิตก็ยอมให้ได้
พี่ติ่ง เคารพในความเป็นครูบาอาจารย์ ของคณาจารย์ใน วปอ. โดยไม่ได้เอายศศักดิ์มาเกี่ยวว่าอาจารย์จะเด็กกว่าหรือยศเท่ากัน จะให้ความเคารพในฐานะอาจารย์ พี่ติ่งเป็นพ่อบ้านที่ดี มีครอบครัวมีความสุข แต่ชีวิตพี่ติ่งนั้น คงมอบให้กองทัพและประเทศชาติเป็นหลัก ครอบครัวจึงต้องคอยเป็นห่วงอยู่ลึกๆ
เมื่อเกิดเหตุโดยยังไม่รู้ว่าพี่ติ่งจะเป็นอย่างไร เราและเพื่อนคนอื่นๆ ก็ได้ให้กำลังใจ คุณกล้วย ภรรยาพี่ติ่ง และมาได้รับการยืนยันว่าพี่ติ่งจากพวกเราไปแล้ว เราก็ได้โทรแสดงความเสียใจกับคุณกล้วย และจะไปอยู่ข้างเธอในวันต่อมา ถึงแม้เธอจะมีคุณแม่และลูกอยู่ แต่ในเวลานี้การที่มีเพื่อนของพี่ติ่งอยู่ด้วย ก็น่าที่จะเป็นกำลังใจให้เธอผ่านเวลานี้ไปได้เพื่อน วปอ. คนอื่นก็จะออกไปเยี่ยมเธอเช่นกันสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เพื่อน จะทำให้เพื่อนและคนที่เพื่อนรัก เราดีใจที่ได้มาเรียน วปอ. ได้รู้จักเพื่อนชื่อพี่ติ่ง “ พล.อ. ตะวัน เรืองศรี ” วีรบุรุษของ วปอ.2553 พวกเราจะ “เก็บตะวันที่เคยส่องฟ้า เก็บเอามาเก็บไว้ในใจ เก็บพลังเก็บแรงแห่งแสงยิ่งใหญ่ รวมกันไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว....”
ตะวันดวงนี้จะยังคงแผดแสงแรงกล้า ส่องให้ฟ้างดงาม ในใจของพวกเรา วปอ. 2553 และคณาจารย์ตลอดไป
ขอพี่ติ่งพักให้สบาย พวกเราจะช่วยเป็นกำลังใจและดูแลครอบครัวที่พี่รักต่อไป
ชาลอต โทณวณิก และ วปอ. 2553







