
กษิตรายงานตัวกองปราบคดีปิดสนามบิน
กษิต รายงานตัวต่อกองปราบคดีปิดสนามบิน ตำรวจแจ้ง 8 ข้อกล่าวหา โอดถูกฟ้องรุนแรงเกินกว่าเหตุ
กษิต รายงานตัวต่อกองปราบคดีปิดสนามบิน ตำรวจแจ้ง 8 ข้อกล่าวหา โอดถูกฟ้องรุนแรงเกินกว่าเหตุ
กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันที่ 22 ก.ค. นายกษิต ภิรมย์ รักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเข้ารายงานตัวกับ พ.ต.ท.สุวัฒน์ ทองนุ่ม พงส.(สบ 3) กก.1 บก.ป.หลังจากตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง โดยถูกดำเนินคดีฐาน 1.กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดอันไม่ใช่ความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความเห็นติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล 2.มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 3.กระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น
4.ฝ่าฝืนข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งของผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5.ทำลายหรือทำให้เสียหายต่อสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยาน หรือทำให้การบริการหยุดชะงัก 6.กระทำด้วยประการใดๆ ให้ทางสาธารณะอยู่ในลักษณะอันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตราย 7.กระทำการด้วยประการใดๆ ให้การสื่อสารสาธารณะทางไปรษณีย์ขัดข้อง และ 8.ทำให้เสียหาย เสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย โดยไม่มีข้อหาก่อการร้าย ซึ่งนายกษิต ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดไปแล้วก่อนหน้านี้ พร้อมกับให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ภายหลังพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้นแล้วจึงนำนายกษิต ไปส่งฟ้องต่ออัยการฝ่ายคดีอาญา โดยนายกษิต กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เดินทางมารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อส่งฟ้องคดี และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามจะยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการ เนื่องจากข้อกล่าวหาที่ถูกแจ้งดำเนินคดีเป็นข้อหาที่รุนแรงเกินกว่าความเป็นจริง จากนั้นนายกษิต ได้ขึ้นรถตู้เดินทางออกไปทันที
ทั้งนี้ สำหรับคดีกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมปิดสนามบินทั้งสองแห่งนั้น ทาง พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด 114 ราย โดยบางรายพนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้องในข้อหาก่อการร้าย เช่น นายกษิต ต่อมา พนักงานสอบสวนได้นัดผู้ต้องหาให้เข้ารายงานตัวส่งฟ้องต่ออัยการ พร้อมสำนวนคดีดังกล่าว
ก่อนหน้านี้มีผู้ต้องหาทั้งกลุ่มแกนนำ และไม่ใช่แกนนำ เข้ารายงานตัวและส่งฟ้องคดีต่ออัยการไปแล้ว คงเหลือผู้ต้องหาเพียงบางส่วน อาทิ นายพินิจ สิทธิโห อดีต สส.เลย กับ นายสุชาติ ศรีสังข์ ที่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่ยังไม่มาเข้ารายงานตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อส่งฟ้องคดี ซึ่งในส่วนนี้ทางอัยการจะแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบถึงขั้นตอนการพิจารณาดำเนินคดีต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาในคดีที่ถูกออกหมายจับไว้อีก 17 ราย ที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ รวมทั้งยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัว โดยเป็นผู้ต้องหาที่มีรายชื่อ 3 ราย ประกอบด้วย นายปราโมทย์ นาครทรรพ ,นายสมชาย วงศ์เวช และนายไชยพร เกิดมงคล หรือจุ๋ม ด่านเกวียน ส่วนที่เหลืออีก 14 ราย เป็นการออกหมายจับบุคคลตาม







