
ตุรกี-บูรพาภิวัฒน์
บูรพาภิวัฒน์ ไม่ได้หมายถึงแต่ความรุ่งเรืองขึ้นมาของจีนและอินเดียเท่านั้น
บูรพาภิวัฒน์ ไม่ได้หมายถึงแต่ความรุ่งเรืองขึ้นมาของจีนและอินเดียเท่านั้น
โดย..ศ.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
แต่ยังมีประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆ ของโลกหลายประเทศที่กำลังทะยานขึ้นมาในทางเศรษฐกิจ ฉบับที่ผ่านมาได้พูดถึงบราซิลซึ่งอยู่ในอเมริกาใต้ ฉบับนี้จึงอยากพูดถึงตุรกี ที่อยู่ในเอเชียติดกับยุโรป
ตุรกีมีที่ตั้งติดต่อได้ทั้งเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรออตโตมันที่ยิ่งใหญ่ หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ตุรกี โดยการนำของ มุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก ได้พัฒนาประเทศให้ทันสมัยอย่างรวดเร็ว โดยที่ยังรักษาศาสนาอิสลามซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไว้ได้
ตุรกีเป็นตัวอย่างโดดเด่นที่สุดของประเทศมุสลิม ที่แยกศาสนาออกจากการเมืองได้มากเลยทีเดียว พยายามลดและกำกับบทบาทของศาสนาอิสลามในทางการเมืองลง และให้รัฐเข้ามาชี้นำควบคุมเศรษฐกิจ แม้ว่าจะใช้ระบบตลาดหรือระบบทุนนิยมเป็นปัจจัยหลักในการสร้างเศรษฐกิจ
ขณะนี้ตุรกีเป็นประเทศสมาชิกของประเทศโออีซีดี หรือองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา และไม่กี่ปีที่ผ่านมาตุรกีเป็นประเทศในโออีซีดีที่เติบโตสูงสุด ในอดีตตุรกีพยายามเข้าไปเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โดยพยายามอาศัยเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปดึงเศรษฐกิจของประเทศตัวเองให้เติบโตตาม มีนโยบายต่างประเทศที่อยู่ฝ่ายอเมริกาในยุคสงครามเย็น และตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของตุรกีอ่อนแอ จนถูกบางคนเรียกตุรกีว่าเปรียบเสมือนคนป่วยของยุโรป (ที่กล่าวเช่นนั้นเนื่องจากตุรกีมีดินแดนอยู่ในทวีปยุโรปด้วย) แต่บัดนี้เศรษฐกิจตุรกีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจนผิดสังเกต หลายท่านเรียกตุรกีใหม่ว่าเป็นบิ๊กของยุโรป หรือเป็นคล้ายจีนของยุโรปเลยก็ว่าได้
ขณะนี้ตุรกีเป็นผู้นำในการผลิตชุดชั้นในสตรี และออกแบบชุดว่ายน้ำสำหรับชาวมุสลิม และยังเป็นประเทศชั้นนำในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ รถยนต์ รองเท้า ทีวี เครื่องเล่นดีวีดีระดับโลก รวมทั้งเป็นประเทศที่ส่งออกซีเมนต์มากที่สุดในโลก และเป็นประเทศชั้นนำในวงการธุรกิจการก่อสร้างของโลกไปแล้ว
ตุรกีในระยะหลังหันหน้าออกจากตะวันตกและหันมาทางตะวันออกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยพยายามทำตนเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างแหล่งทรัพยากร โดยเฉพาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียและเอเชีย รวมถึงอิหร่านและตะวันออกกลางเข้ามาสู่ผู้บริโภคในยุโรป โดยผ่านดินแดนของตน
ความร่วมมือของตุรกีกับรัสเซียเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเวลานี้รัสเซียคือคู่ค้าอันดับสองของตุรกี และรัสเซียกับตุรกีกำลังสร้างท่อส่งก๊าซ Blue Stream ผ่านใต้ทะเลดำ เข้าสู่ท่าเรือแคมซูนของตุรกี บริษัทก่อสร้างของตุรกีกำลังสร้างถนนให้รัสเซียจำนวนมากมาย ในขณะที่รัสเซียส่งก๊าซให้ตุรกีมหาศาล
ในทางต่างประเทศ ตุรกีเริ่มแยกจากสหรัฐ อิสราเอล ตามลำดับ เพราะไม่เห็นด้วยกับการบุกยึดฉนวนกาซาของอิสราเอล และเริ่มมองว่าอิสราเอลคือภัยคุกคามสันติภาพของตะวันออกกลาง มิหนำซ้ำตุรกีไม่ยอมคว่ำบาตรอิหร่านตามอเมริกาอีกด้วย
ตุรกีมีข้อได้เปรียบประเทศอื่นๆ มากมายในทางภูมิศาสตร์ เพราะที่ตั้งของประเทศทำให้เป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการบินที่เชื่อม 3 ทวีปเข้าด้วยกันอย่างน่าพิศวง และกล่าวให้ละเอียด คือ ตุรกีเป็นประเทศที่เชื่อมทะเลดำกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมทั้งเชื่อมเอเชียกลางกับประเทศคอเคซัสเข้ากับยุโรป เชื่อมแอฟริกาตอนเหนือกับเอเชียและยุโรป เชื่อมทะเลแดงเข้ากับทะเลดำและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากตุรกีสามารถสร้างท่อส่งก๊าซรอบทะเลแคสเปียนและรอบอ่าวเปอร์เซียได้ไม่ยากนัก ซึ่งรอบอ่าวเปอร์เซียและอ่าวแคสเปียนคือแหล่งก๊าซและน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด 2 แห่งของโลก
อย่างไรก็ตาม ภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบตรงนี้ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ เนื่องจากไม่มีโอกาส แต่เมื่อโลกเปิดมากขึ้น และเศรษฐกิจในซีกตะวันออกเติบโตอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้ความต้องการที่จะใช้พลังงานของโลกเพิ่มมากขึ้น ทำให้ตุรกีพยายามใช้ภูมิศาสตร์ของตน ซึ่งเป็นเสมือนทางเชื่อมพลังงานเข้ากับผู้บริโภคพลังงาน
ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และพลังงาน เมื่อบวกรวมเข้ากับโครงสร้างประชากร คุณภาพประชากร คุณภาพของผู้ประกอบการ และการลงทุนจากยุโรป โดยเฉพาะจากเยอรมนี ทำให้ตุรกีกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเติบโตอยู่ในระดับ 10% ต่อปี ในขณะที่ยุโรปกำลังป่วยไข้ทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นกรีซ โปรตุเกส อิตาลี หรือสเปนที่กำลังใจจดใจจ่อว่าจะสามารถจัดการบริหารหนี้ต่างประเทศได้หรือไม่ แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาเอง ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้เรื่องที่จะเพิ่มในการเป็นหนี้ต่างประเทศของรัฐบาลได้หรือไม่เช่นกัน แต่ตุรกีกลับดีขึ้น







