
มาร์คย้ำจุดยืนต้องเจรจาก่อนถอนทหาร
“มาร์ค”ย้ำจุดยืนการเจรจา 2 ฝ่ายต้องเกิดก่อนถอนทหาร เมินกัมพูชาเร่งอินโดฯส่งผู้สังเกตการณ์ เหน็บ ”ฮุนเซน” หาทางออกให้กับตัวเอง หลังศาลโลกไม่ให้ตามที่ต้องการ ไม่สนหากจะรอคุยกับรัฐบาลชุดใหม่
“มาร์ค”ย้ำจุดยืนการเจรจา 2 ฝ่ายต้องเกิดก่อนถอนทหาร เมินกัมพูชาเร่งอินโดฯส่งผู้สังเกตการณ์ เหน็บ ”ฮุนเซน” หาทางออกให้กับตัวเอง หลังศาลโลกไม่ให้ตามที่ต้องการ ไม่สนหากจะรอคุยกับรัฐบาลชุดใหม่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีล่าสุดที่นายฮอนำฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ระบุว่า ให้มีการส่งผู้สังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซียมาโดยเร็วที่สุดว่า ตนเห็นในข่าวเดียวกันว่า ทางอินโดนีเซียบอกว่า ต้องมีการพูดคุยกันทั้ง 3 ฝ่ายก่อน มันก็เหมือนย้อนกลับไปที่จุดเดิม เพราะความจริงเดิมเราก็คุยกันไว้อยู่แล้วว่า ทุกอย่างมีขั้นมีตอนของมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เราเคยบอกไว้ว่า เรื่องของผู้สังเกตการณ์แนวคิดไม่ใช่เรื่องการสังเกตการณ์ในการถอนทหาร แนวคิดคือการมาสังเกตการณ์เข้ามาดูแลไม่ให้เกิดการกระทบกระทั้งกัน ซึ่งเราก็บอกว่าดีที่สุดคือเกิดขึ้นหลังจากที่มีการถอนทหารแล้ว เรื่องนี้มีการพูดก่อนที่จะมีเรื่องของศาลโลก ยังยืนยันเหมือนเดิมแนวทางที่หน่วยงานใช้สมมุติฐานในการทำงานยังเป็นอย่างนั้นอยู่
เมื่อถามว่า ไทยต้องมีการแจ้งไปยังอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงต่างประเทศคงจะได้พูดคุยกับทางอินโดนีเซียด้วย เพราะอย่าลืมว่า เพราะแม้ดูจากคำสั่งของศาลโลกเองก็ไม่ได้เอา 2 เรื่องนี้มาปนกัน เรื่องของการถอนทหาร เรื่องของผู้สังเกตการณ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเห็นกันชัดเจน ส่วนที่กัมพูชาเร่งเรื่องของการถอนทหารและหยิบเรื่องของผู้สังเกตการณ์ขึ้นมาด้วยนั้น อย่างเรื่องที่ตนบอกว่า เขาเป็นฝ่ายที่ไปหาศาล บังเอิญศาลไม่ได้ให้อย่างที่เขาต้องการ และไปกระทบกับเขาด้วย เขาก็เลยหาทางออก เมื่อถามอีกว่า คาดว่าการคุยกัน 3 ฝ่ายคาดว่า จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ามี เพราะอย่างน้อยตนยังยืนยันว่า 2 ฝ่ายก็ต้องคุยกัน และทางอินโดนีเซียเองก็อยากจะติดตามในแนวคิดต่างๆ ที่จะแก้ไขปัญหา
ส่วนที่คำสั่งของศาลโลกกับมาตรการชั่วคราวสั่งให้ 2 ประเทศ รายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการ เป็นระยะๆ นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในช่วงของการหารือกันอยู่ในหน่วยงานของเราเอง อย่างที่ตนบอกว่า ต้องดูกฎหมายภายในประเทศด้วย และต้องเริ่มพูดคุยกับทางกัมพูชา ถ้ากัมพูชาบอกว่า อยากจะรอคุยกับรัฐบาลใหม่ ก็ต้องรอไป ถ้ามีความจำเป็นจะต้องรายงานก็รายงานได้ เรามีการเตรียมการอย่างไร พูดคุยกับทางกัมพูชาอย่างไร เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งในรัฐบาลนี้คงเป็นเรื่องของการเตรียมการมากกว่า เพราะในแง่ของข้อกฎหมายอะไรต่างๆ รวมไปจนถึงอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ มันก็ควรจะรอรัฐบาลใหม่ เมื่อถามว่า อยากให้รัฐบาลใหม่ทำอะไรบ้าง เมื่อมีการส่งไม้ต่อให้แล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องการให้ดูแลรักษาผลประโยชน์ของเราให้ดีที่สุด และเชื่อว่า เมื่อเข้ามาทางหน่วยงานทุกหน่วยงานพร้อมนำเสนอข้อมูลให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าอยู่บนหลักคิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นฝ่ายรุกรานจะมีผลเสียต่อไทยก่อนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ไปคิดอย่างนั้นไม่ได้อยู่แล้วครับ มันชัดเจนอยู่ว่าที่มาที่ไปของปัญหาคืออะไร และแผนที่ซึ่งวันก่อนได้มีการเผยแพร่ให้เห็น รวมทั้งการวางกำลังต่างๆ มันชัดเจนของมันอยู่แล้ว มันคิดไปอย่างอื่นไม่ได้ เมื่อถามว่า อาจจะมีความหวาดระแวงของประชาชนบางส่วนที่กลัวว่า รัฐบาลชุดใหม่จะปัญหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยเอาผลประโยชน์ส่วนรวมไปแลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องรีบทำให้เกิดความชัดเจนทิศทางในการรักษาผลประโยชน์ตรงนี้







