
สสว.ขอหมื่นล.ทำ5โครงการ
ช่วยเอสเอ็มอีรับมือผลกระทบย้ำขึ้นค่าจ้าง300ฉุดจีดีพี0.5%
ช่วยเอสเอ็มอีรับมือผลกระทบย้ำขึ้นค่าจ้าง300ฉุดจีดีพี0.5%
สสว.ชงรัฐบาลใหม่ ของบหมื่นล้าน อุ้มเอสเอ็มอี ย้ำขึ้นค่าจ้าง 300 บาท กระทบจีดีพีเอสเอ็มอีหด 0.5%
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวหลังรายงานสถานการณ์เอสเอ็มอีเรื่อง “มุมมองและข้อคิดเอสเอ็มอีถึงรัฐบาลใหม่” ว่า สสว.เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่จัดสรรงบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ตามแผนที่ได้กำหนดไว้ รวมทั้งรองรับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาลเรื่องขึ้นค่าจ้าง 300 บาทซึ่งประเมินว่าจะกระทบเอสเอ็มอี 15% ของที่มีอยู่ 2.9 ล้านราย
นอกจากนี้ ในภาพรวมจะทำให้อัตราการขยายตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีลดลง 0.5% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้จะขยายตัวในระดับ 4.2% ดังนั้นการปรับขึ้นค่าจ้างควรจะทยอยการดำเนินการและต้องมีมาตรการลดผลกระทบควบคู่กันด้วย
สำหรับโครงการและกิจกรรมของ สสว.จะเสนอรัฐบาลใหม่5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน2.โครงการกองทุนตั้งตัว เพื่อสร้างผู้ประกอบการใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนิสิต นักศึกษา รวมถึงอาจารย์ ที่ต้องการกู้เงินเพื่อใช้ในการเริ่มต้นประกอบสัมมาชีพ จะขออนุมัติงบเริ่มต้น 1,000 ล้านบาท 3.โครงการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า4.โครงการ OTOP Plus เพื่อเป็นการพัฒนาสินค้าในกลุ่ม OTOP รวมทั้งการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่า นอกจากนี้จะร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาแหล่งจำหน่ายสินค้าในรูปแบบ 1 จังหวัด 1 ย่านการค้า และ 5.โครงการ AEC Ready เป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยการเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวกับ AEC ให้เอสเอ็มอีได้รับทราบ
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงครึ่งปีหลังยังมีการปรับตัวที่ดี จากปัจจัยทางการเมืองที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนตลาดส่งออกมีการเติบโตที่ดี ในขณะที่ช่วง 5 เดือนแรก(ม.ค.พ.ค.) สถานการณ์เอสเอ็มอียังคงมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง จากการส่งออกเอสเอ็มอีมีมูลค่า 8.45 แสนล้านบาท ขยายตัว 17.33% เป็นผลจากการส่งออกในสินค้ากลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับในตลาดยุโรปที่มีการขยายตัวดี
ทางด้านการจัดตั้งกิจการใหม่มีจำนวน 2.6 หมื่นราย ธุรกิจที่ตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ธุรกิจบริการนันทนาการ (กิจการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ธุรกิจจัดหานายแบบนางแบบ ฯลฯ) การก่อสร้างทั่วไป และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ใน ขณะที่กิจการยกเลิก 3,743 ราย ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยธุรกิจที่มีการยกเลิกสูงสุด ได้แก่ การก่อสร้างทั่วไป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบริการธุรกิจด้านอื่นๆ
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรีรองผู้อำนวยการ วิเคราะห์ความเสี่ยงมหภาคและวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่าการปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นทุก 100 บาท จะกระทบแรงงานมีฝีมือขึ้น 30 บาท







