
กษิตย้ำอีกไม่วางเงินประกันแลกโบอิ้ง
“กษิต”ชี้หากไทยวางเงินประกัน 845 ล้าน ต่อศาลเยอรมันเท่าไม่แนใจเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ ย้ำแจงชัดแล้วไม่ใช่ของรัฐบาล มั่นใจสู้ได้
“กษิต”ชี้หากไทยวางเงินประกัน 845 ล้าน ต่อศาลเยอรมันเท่าไม่แนใจเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ ย้ำแจงชัดแล้วไม่ใช่ของรัฐบาล มั่นใจสู้ได้
ที่รัฐสภา นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีทางการไทยยืนยันจะไม่จ่ายเงินวางประกัน 845 ล้านบาทเพื่อถอนอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ว่า ไม่ใช่เรายืนกรานทั้งหมด ต้องอย่าลืมว่าเป็นเครื่องบินของสมเด็จพระบรมฯของพระองค์ท่าน จะทำไม่ทำอะไรเป็นเรื่องที่ต้องกราบบังคมทูลฯ ก็ได้กราบบังคมทูลเป็นระยะๆ และท่าทีเบื้องต้นที่ได้ปรึกษาหารือกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าในเมื่อเครื่องบินเป็นของพระองค์ท่าน เราก็ต้องยืนยันข้อมูลนี้ต่อศาลเยอรมัน เพราะการไปวางเงินประกันเท่ากับเราไม่ค่อยแน่ใจ เพราะเราได้ชี้แจงต่อศาลเยอรมัน และรัฐบาลเยอรมัน ผ่านหนังสือที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทำถึงนายกรัฐมนตรีเยอรมัน และตนก็มีหนังสือไปถึงรมต.ต่างประเทศเยอรมัน โดยได้พบกับรมช.ต่างประเทศเยอรมัน ก็ได้บอกไปหมดแล้ว ยืนยันในส่วนฝ่ายบริหารว่าเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไม่ใช่ของรัฐบาลไทย ได้ยื่นหลักฐานทั้งหมดให้ศาลเยอรมันที่นครมิวนิคแล้ว จนมีการตั้งเงื่อนไขที่จะให้วางเงินประกัน
“ท่าทีของเราคือไม่วางมัดจำ จะไปสู้ความกันในศาล และศาลจะตัดสินครั้งสุดท้ายคาดว่าเป็นช่วงสัปดาห์ที่สอง ของเดือนส.ค. โดยช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. เมื่อนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เดินทางกลับจากนครมิวนิค จะได้หารือกันทันทีในรายละเอียด เพื่อจัดเตรียมข้อมูลและพยานที่จะไปให้การต่อศาลเยอรมัน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมการต่างๆ อาจจะมีอธิบดีกรมการบินพาณิชย์ เจ้ากรมขนส่งทหารอากาศ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราต้องหาผู้เชี่ยวชาญกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินต่างๆเหล่านี้ และอาจจะดูระเบียบว่าด้วยเรื่องพัสดุต่างๆ เป็นเรื่องรายละเอียดเพื่อยืนยันท่าทีของฝ่ายไทยว่าคดีนี้เป็นคดีระหว่างรัฐบาลไทยกับ บริษัท วอเตอร์ บาว ไม่ได้เกี่ยวอันใดทั้งสิ้นกับพระองค์ท่านเลย” นายกษิต กล่าว
เมื่อถามว่าดูการวางเงื่อนไขให้ยื่นเงินประกันแล้ว เป็นการบีบให้รัฐบาลไทยต้องยอมรับเงื่อนไขหรือไม่ นายกษิตกล่าวว่า อาจเป็นทางฝ่ายคู่ความของเรา คือ บริษัทวอเตอร์ บาว ผ่านนายเวอร์เนอร์ ชไนเดอร์ เขาก็คิดว่าเราจะไม่จ่าย และเขาก็ไปบอกกล่าวในวงการของเยอรมันว่าเราจะไม่จ่าย ซึ่งไม่จริง เรายังสู้ความอยู่ ถึงแม้ว่าคณะอนุญาโตตุลาการเจนีวา จะตัดสินให้เราแพ้ แต่เราไปอุทธรณ์ที่ศาลนิวยอร์ก อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ และเขาก็มาฟ้องศาลที่เยอรมัน เพราะเยอรมันเป็นสมาชิกของอนุสัญญาของนิวยอร์กว่าด้วยคดีอนุญาโตตุลาการ เราก็จะสู้ในศาลนิวยอร์ก และสู้ในศาลเยอรมันด้วย โดยเฉพาะในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นรายละเอียด ขึ้นอยู่กับสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งเป็นองค์กรหลักของประเทศไทย ในการว่าความคดีกับบริษัท วอเตอร์ บาว







