
ชาวสกลฯเดือดร้อนหนักหอยเชอรี่ระบาดนาข้าว
ชาวนาสกลนคร วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาหอยเชอรี่ระบาดกัดกินต้นข้าวเสียหายหนัก ขณะที่ยาฆ่าแมลงราคาพุ่ง
ชาวนาสกลนคร วอนรัฐเร่งแก้ปัญหาหอยเชอรี่ระบาดกัดกินต้นข้าวเสียหายหนัก ขณะที่ยาฆ่าแมลงราคาพุ่ง
นายไมลา ลีโคตรอัน ชาวนาบ้านป่าแพง ต.ดงชน อ.เมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า ฝนตกชุกชาวนาปักดำนาข้าวไปแล้วกว่า 80% แต่ฤดูกาลทำนาปีนี้ชาวนากำลังเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากต้นข้าวที่ได้ปักดำลงในแปลงนาได้ถูกหอยเชอรี่กัดกินเสียหายเป็นไปกว่า 30% จึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่แก้ปัญหาหอยเชอรี่ระบาดนาข้าวจนปัญญาที่จะแก้ไขได้เนื่องจากยาฆ่าแมลงก็มีราคาสูงมากกว่ากระป๋องละ 200 บาทซึ่งจากเดิมเพียง 70 - 80 บาท
"ชาวนาในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก พอเริ่มลงมือทำนาก็มาเจอปัญหาในเรื่องของหอยเชอรี่ ที่มีจำนวนมากลงมาทำการกัดกินจนต้นข้าวตาย และก็ไม่สามารถที่จะทำการซ่อมแซมได้ เพราะข้าวจะโตไม่ทันกัน ทุกเช้าและเย็นต้องออกมาเก็บหอยเชอรรี่ทิ้งและเผาทำลาย เพราะระยะนี้พบเป็นจำนวนมาก อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแล เช่น การจัดงบประมาณรับซื้อหอยเชอรี่ และที่สำคัญอยากให้ลดราคายาฆ่าแมลงด้วย เพื่อนในหมู่บ้านหลายราย ต้องลงมือไถคราดใหม่ และนำพันธุ์ข้าวมาเพาะปลูกถึง 2 ครั้ง ทำให้สิ้นเปลืองต้นทุนการทำนามากขึ้น ทั้ง ค่าน้ำมัน ปุ๋ยเคมี ที่มีการปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาพันธุ์ข้าวเปลือก ที่ต้องซื้อในราคาสูงด้วย"เกษตรกรชาวบ้านป่าแพง กล่าว
นายไมลา กล่าวอีกว่า ปัญหาหอยเชอรี่ระบาด เคยกำจัดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ปล่อยฝูงเป็ดเลี้ยงในแปลงนา แต่ก็เป็นเรื่องยากในการเฝ้าระวัง ทั้งเหยียบย่ำต้นข้าว และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหวัดนก ส่วนการใช้สารกำจัดอื่นๆ ก็กลัวอันตรายจากสารพิษตกค้างในน้ำและทำให้ปลาตาย เนื่องจากหอยชนิดนี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ขณะที่การป้องกันไม่ได้ผล จึงเกิดการระบาดและกัดกินต้นข้าวได้รับความเสียหาย







