
สุเทพแย้ม"หล่อเล็ก"เหมาะนั่งเลขาฯปชป.
"สุเทพ" ชี้ "อภิรักษ์" เหมาะนั่งเลขาฯปชป.ยันสส.ใต้ไม่คิดยึดพรรคเป็นเจ้าของ ยอมรับทำงานกับสส.แดงลำบาก
"สุเทพ" ชี้ "อภิรักษ์" เหมาะนั่งเลขาฯปชป.ยันสส.ใต้ไม่คิดยึดพรรคเป็นเจ้าของ ยอมรับทำงานกับสส.แดงลำบาก
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี และ รักษาการณ์เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถึงกรณีที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์มีชื่อเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่จะเป็นเลขาธิการพรรคคนใหมีว่า ถ้านายอภิรักษ์จะเสนอตัวเป็นเลขาธิการพรรคก็มีความเหมาะสมและมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมาก่อน รวมทั้งมีประวัติการทำงานที่ดีมีไมตรีต่อทุกฝ่าย
นายสุเทพกล่าวว่า ที่สำคัญนายอภิรักษ์ สามารถทำงานเข้ากับคนอื่นได้ง่ายและทำงานกับคนนอกได้ดี ส่วนเรื่องคดีรถและเรือดับเพลิงของนายอภิรักษ์นั้นคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะมองว่ากระบวนการจัดซื้อได้เสร็จสิ้นก่อนที่นายอภิรักษ์จะมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
"ยอมรับว่าตัวเองก็เคยมีคนในใจแล้วแต่ถ้าจะให้พูดออกไปก็คงไม่ดีเพราะต้องวางตัวเป็นกลางและต้องให้โอกาสกับคนอื่นด้วยในเมื่อผมเองได้ปฎิเสธที่จะเข้ามารับตำแหน่งนี้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์จะออกเสียงลงคะแนนว่าจะให้ใครเป็นเลขาธิการพรรค"นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าถ้าสส.ภาคใต้ไม่ได้รับตำแหน่งในพรรคก็ไม่มีปัญหาน้อยใจอะไรเป็นความพยายามของคนที่จะปล่อยข่าวออกมา ยืนยันว่าสส.ภาคใต้ไม่เคยคิดผูกขาดตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์หรือจะยึดพรรคเป็นเจ้าของ ทั้งนี้เชื่อว่าทุกคนจะเห็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดที่จะทุ่มเททำงานให้พรรคเหมือนเดิม เพราะถืงเวลาที่ต้องให้โอกาสคนอื่นทำงานบ้างไม่ว่าจะมาจากภาคไหนก็ไม่เกี่ยง
เชื่อทำงานกับส.ส.เสื้อแดงลำบาก
ส่วนเรื่องของแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ที่กำลังได้รับการรับรองให้เป็นสส.นั้นถ้ามองในฐานะพรรคการเมืองถือว่าเป็นเรื่องของผู้ชนะที่ทำได้ แต่ถ้ามองในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งก็รู้สึกผิดหวังเพราะเขาทำอะไรกับบ้านเมืองมาเยอะเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย เข้ามาเป็นสส.เพื่ออาศัยเอกสิทธิ์สส.คุ้มครองเพื่อไม่ให้มีการดำเนินคดีตัวเองคิดว่าคงเป็นประโยชน์ของเขามากกว่าบ้านเมือง
"ไม่เข้าใจกกต.เหมือนกัน ซึ่งการทำงานในสภาร่วมกันคงจะยุ่งเพราะนปช.คงพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่เราได้เห็นได้ยินได้ฟังแบบนี้คงทำงานในสภาด้วยกันลำบาก แต่ยังไงก็คงดีกว่าที่ต้องมาเจอเขาบนท้องถนน และไม่เอานิสัยที่ใช้ข้างนอกมาใช้ในสภา อย่างไรก็ตาม หวังการทำงานคงตอบโต้กันด้วยเหตุด้วยผลมากกว่า"นายสุเทพ กล่าว







