posttoday
นโยบายที่ขัดแย้ง

นโยบายที่ขัดแย้ง

21 กรกฎาคม 2554

แม้รัฐบาลใหม่จะยังตั้งไม่เสร็จและยังไม่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

แม้รัฐบาลใหม่จะยังตั้งไม่เสร็จและยังไม่มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

แต่ประชาชนก็คอยตามทวง ตามกระทุ้งพรรคเพื่อไทย ว่าที่แกนนำรัฐบาลใหม่ ไม่ให้ลืมสัญญาที่ได้ให้กับประชาชนไว้เมื่อครั้งที่หาเสียง

หลายนโยบายนั้นทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยแพลมออกมาแล้วว่าทำไม่ได้ แต่นโยบายที่ทำได้จะทำทันที ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกให้กับคนที่ยังไม่เคยได้มีรถยนต์ใช้ ให้มีโอกาสได้ใช้รถยนต์บ้างยนต์ได้ เพราะถือเป็นสิ่งจำเป็นชีวิตเช่นกัน

ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยมีความคิดบรรเจิดว่า จะสามารถป้องกันการสวมสิทธิเอาชื่อไปซื้อรถมาหักภาษีได้ เช่น ให้เอาทะเบียนรถและหลักฐานการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีมาแสดง และจะคืนภาษีให้ปีละ 2 หมื่นบาท เป็นต้น

แนวคิดให้คนมีรถยนต์เป็นเรื่องดี แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ควรจะคิดให้รอบคอบก่อนว่า นโยบายนี้จะไปขัดกับนโยบายด้านอื่นของรัฐบาลหรือไม่ เช่น การสร้างรถไฟฟ้า ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายของว่าที่นายกฯ คนใหม่ บอกว่าจะทำก่อนใน 3 เส้นทาง

การเร่งสร้างรถไฟฟ้านี้ นอกจากจะช่วยกระตุ้นการลงทุนให้เกิดการจ้างงานแล้ว ยังที่มีวัตถุประสงค์ปรับปรุงระบบการขนส่งในประเทศ เพื่อลดการใช้รถยนต์ลง และเป็นการลดการนำเข้าน้ำมันซึ่งเป็นสินค้านำเข้าติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศลงได้ อันเป็นการช่วยลดการเสียดุลการค้า

การส่งเสริมให้ประชาชนซื้อรถยนต์ให้มากขึ้นนี้ ก็ยังเป็นนโยบายที่ส่งเสริมให้รถติดมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันในชั่วโมงเร่งด่วนรถก็ติดจนแทบจะไม่ขยับอยู่แล้ว เผาผลาญน้ำมันให้สูญเปล่าเดือนละเป็นร้อยล้านบาท ซึ่งเสริมกันกับนโยบายลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ก็ไปช่วยกระตุ้นให้คนใช้น้ำมันมากขึ้น ไม่ได้ประหยัดพลังงานแต่อย่างใด

ก่อนจะส่งเสริมให้คนซื้อรถยนต์มาใช้มากขึ้น ก็ควรจะจัดการทำโครงสร้างราคาน้ำมันที่เหมาะสม รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักในการประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการทำแผนการสร้างระบบขนส่งสาธารณะให้เหมาะสม ถ้าส่งเสริมให้คนใช้รถแล้ว ก็ควรทบทวนแผนการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าว่ามีความจำเป็นหรือไม่

การลดภาษีให้กับผู้ที่จะซื้อรถยนต์คันแรกนั้น เป็นการช่วยเหลือคนชั้นกลางขึ้นไป เกณฑ์ก็ไม่ชัดเจนว่าหากซื้อรถยนต์ราคาแพงเป็นสิบล้าน จะลดภาษีสรรพสามิตในอัตราเดียวกับรถยนต์อีโคคาร์หรือไม่ และคนรากหญ้าที่เป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ก็ใช้รถจักรยานยนต์มากกว่ารถยนต์ หากกลุ่มคนใช้จักรยานยนต์เรียกร้องจะทำอย่างไร

นโยบายนี้พรรคเพื่อไทยก็ควรจะต้องทบทวนก่อนที่จะประกาศออกมาว่าทำแน่ ว่าผลเสียจะมากกว่าผลดีหรือไม่ ถ้าผลเสียมากกว่า การเลิกนโยบายตั้งแต่ต้นจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศน้อยกว่าดันทุรังทำไปแล้วเสียหายภายหลัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท