
ค่าแรงมาตรฐาน VS ค่าจ้างขั้นต่ำ
ผมเคยแถลงรายงานการค้าและการพัฒนา 2010 (Trade & Development Report 2010)
ผมเคยแถลงรายงานการค้าและการพัฒนา 2010 (Trade & Development Report 2010)
โดย..วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ในฐานะที่เป็นรายงานเชิงพยากรณ์ฉบับสำคัญอีกชิ้นของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด (UNCTAD) องค์กรที่ ศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นเลขาธิการ อยู่ที่นครเจนีวานั่นล่ะ...
สาระสำคัญของรายงานฉบับนี้ จะเป็นมูลเหตุจูงใจให้ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ผลิตนโยบายค่าจ้างวันละ 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน หรือไม่...ไม่แน่ใจ?
แต่รายงานนี้มีสรุปได้หลายประการ ดังนี้ครับ
1.การฟื้นตัวของวิกฤตเศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง เพราะยุโรปตะวันตกจะหยุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลัง เนื่องจากรายได้ของรัฐจากการเก็บภาษีลดลง และวงจรนี้ก็หมุนต่อไปอีก จนอาจนำไปสู่ภาวะถดถอยซ้ำ หลังฟื้นตัวช่วงสั้นๆ...
2.สาเหตุแห่งวิกฤตการเงินโลกยังไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากขาดความร่วมมือระหว่างชาติหลักๆ
3.ประเทศกำลังพัฒนาที่พึ่งพาการส่งออกมากเกินไป ควรหันกลับมาสร้างความแข็งแกร่งของการบริโภคในประเทศ เพื่อรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างการมีงานทำ
4.นโยบายการคลังที่ผ่อนคลายและอัตราดอกเบี้ยต่ำ จะเอื้ออำนวยให้เกิดการลงทุนในประเทศ นโยบายนี้จะเพิ่มการจ้างงานในประเทศ แต่ควรทำคู่ไปกับนโยบายรายได้ ซึ่งหมายถึงมาตรการที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า รายได้ของคนหมู่มากจะเพิ่มขึ้น โดยสัมพันธ์กับความสามารถในการผลิตและเป้าหมายเงินเฟ้อของประเทศ
5.นโยบายรายได้ที่มีเป้าหมายเพิ่มรายได้ของแรงงานให้สอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตของความสามารถในการผลิต จะส่งผลดีต่อเสถียรภาพในหลายด้าน คือ สัดส่วนค่าจ้างต่อ GNP หรือรายได้ประชาชาติจะไม่ลดลง (มิฉะนั้นจะยิ่งรวยกระจุกจนกระจาย) ประการที่สองคือ ช่วยเพิ่มอัตราการบริโภคในอัตราเดียวกับความสามารถในการผลิตที่เพิ่ม
6.การเพิ่มค่าจ้างแรงงานในรูปแบบนี้ อาจตกลงร่วมระหว่างสมาคมลูกจ้างกับสมาคมนายจ้าง (ในเมืองไทยก็คือไตรภาคี) หรือการปรับค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมาย หรือในประเทศกำลังพัฒนาก็อาจมีโครงการจ้างงานโดยรัฐบาลเอง ในอัตราค่าจ้างที่ยกระดับขึ้น
เพียงแต่อังค์ถัดแนะอีกว่า การเพิ่มรายได้แก่แรงงานนั้น ต้องสอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตของความสามารถในการผลิต...ซึ่งอันที่จริงกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก็พยายามทำเรื่องนี้ให้ครอบคลุมทุกอาชีพมากขึ้นอยู่
แปลว่าควรเร่งสรุปข้อมูลจากกระบวนการที่เชื่อถือได้ว่า ความสามารถของแรงงานไทยโดยเฉลี่ยขั้นต่ำแล้ว ควรได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่... รวมทั้งค่าครองชีพที่แท้จริงที่มนุษย์ผู้หาเลี้ยงครอบครัวในแต่ละเขตพื้นที่นั้น ควรมีราคาอย่างน้อยเท่าไหร่...ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั่วประเทศก็ได้
และอาจตกใจยิ่งกว่าถ้าตัวเลขข้อมูลเหล่านี้จะชี้ว่า ในหลายพื้นที่ในหลายเวลา สังคมเราได้ให้ค่าตอบแทนการทำงานของคนทั้งประเภทกึ่งฝีมือและประเภทไร้ฝีมือต่ำเกินมาตรฐานการอยู่ได้มานานแล้ว
ถ้าเป็นอย่างนั้น จะได้ชดเชยกันเสียให้สมกับที่เขาเสียโอกาสมา... เพราะความเหลื่อมล้ำต่ำสูงในสังคมไทยในแทบทุกมิติ ทั้งต่างและทั้งห่างจากกันมากจนน่าวิตก
อย่างไรก็ดี พึงเข้าใจด้วยว่าผู้ประกอบการไทย 90% เป็น SME ซึ่งบางทีมีกำไร บางทีขาดทุน หรือไม่ก็มีกำไรบางมาก จนขึ้นค่าตอบแทนลูกจ้างแล้วจะขาดทุน
เปิดแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ ต่อรัฐสภาคราวนี้ ประชาชนควรเฝ้าฟังอย่างตั้งใจเลยล่ะครับ! m







