posttoday
แนะพรรคการเมืองสลายภูมิภาคนิยม

แนะพรรคการเมืองสลายภูมิภาคนิยม

20 กรกฎาคม 2554

วงเสวนานักวิชาการรัฐศาสตร์แนะพท.-ปชป.มุ่งหาฐานเสียงให้หลากหลายลดภูมิภาคนิยม สร้างเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต

วงเสวนานักวิชาการรัฐศาสตร์แนะพท.-ปชป.มุ่งหาฐานเสียงให้หลากหลายลดภูมิภาคนิยม สร้างเสถียรภาพรัฐบาลในอนาคต

เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี ศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเสวนาเรื่อง "วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง และแนวโน้มรัฐบาลใหม่" โดยมีนักวิชาการเข้าร่วมเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาระบบการเมืองไทยซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

"ประจักษ์​ ก้องกีรติ" อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา สะท้อนผ่านแนวโน้มการเมืองไทยที่สำคัญ ได้แก่ 1.ระบบการเมืองไทยมุ่งสู่ระบบสองพรรคใหญ่ แต่กลับกลายเป็นว่า คะแนนของสองพรรคใหญ่ไม่สูสีกัน ซึ่งจะส่งผลให้การเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ เพราะการเมืองไทยยังมีชนชั้นที่หากพรรคที่เขาสนับสนุนไม่เป็นที่หนึ่ง ก็จะแทรกแซงการเมืองเพื่อให้พรรคที่เขาสนับสนุนได้อำนาจ ซึ่งหากจะให้พรรคการเมืองที่สนับสนุนได้เป็นรัฐบาล ก็ควรจะแสดงตัวสนับสนุนให้ชัด และลงมาสู่สนามเลือกตั้ง มากกว่าจะใช้อำนาจนอกระบบ เหมือนที่ผ่านมา เพราะผลการเลือกตั้งพิสูจน์แล้วว่า การใช้กลไกอย่างการรัฐประหาร หรือการยุบพรรคนั้น ไม่ได้ทำให้ฐานเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีลดลงเลย

แนะพรรคการเมืองสลายภูมิภาคนิยม

2.ผลการเลือกตั้งสะท้อนเรื่องของภูมิภาคนิยม เพราะจะเห็นได้ชัดว่า ภาคเหนือและอีสานก็เลือกพรรคเพื่อไทยจนกวาดยกจังหวัดหลายจังหวัด ขณะที่ภาคใต้นั้น ประชาธิปัตย์ก็ได้รับเสียงส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปในลักษณะนี้ อาจทำให้พรรครัฐบาลดำเนินนโยบายได้ยากขึ้น เช่น หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็อาจทำนโยบายเรื่อง 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ เพราะไม่ได้มีสส.ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 พรรคการเมือง ควรจะมุ่งเจาะฐานเสียงในพื้นที่ใหม่ๆให้ได้มากขึ้น เพื่อไม่ให้กระจุกตัวในฐานะภูมิภาคนิยมมากเกินไป

3.ความตื่นตัวในการใช้สิทธิทางการเมืองของคนไทยมีมากขึ้น เพราะครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์มากถึง 75% และ 4.มีการลดอิทธิพลของตระกูลการเมืองเก่า กลายเป็นกลุ่มเหล่านั้นต้องไปพึ่งกระแสพรรค ตระกูลการเมืองที่เหลือมีไม่มาก เช่น ตระกูลเทียนทอง

ขณะที่ "เวียงรัฐ ​เนติโพธิ์" อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า  กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ก็มีส่วนที่ส่งผลต่อคะแนนเลือกตั้ง เพราะกลุ่มนี้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสร้างสิ่งใหม่ในสังคมไทย และมีกลุ่มที่มีแนวคิดเดียวกันนี้ กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค โดยคนกลุ่มนี้ มองว่า มีการต่อสู้มาด้วยกันกับพรรคเพื่อไทย เมื่อมีข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) จะแขวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดงจึงรู้สึกเหมือนถูกแกล้ง

อย่างไรก็ตาม ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การวิพากษ์นโยบายพรรคเพื่อไทยทุกวันนี้ อย่างเรื่อง “ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท” หรือเรื่อง “แจกแท็บเล็ต” นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย แต่กลับเกิดจากคนที่คัดค้านพรรคเพื่อไทย หลังจากนี้ กลุ่มนปช.จะกลายเป็นพลังกดดันพรรคเพื่อไทยเรื่องการปฏิรูปสถาบันทางการเมือง ท่ามกลางกระแสความปรองดอง ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาหนักอกของพรรคเพื่อไทยในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อมีกรณีที่องค์กรอิสระกดดันพรรคได้ เรื่องการแขวน ส.ส.เท่ากับนักการเมืองไร้อำนาจ ต้องไปขึ้นต่อองค์กรอิสระ เรื่องการตัดสินแขวน ส.ส.ด้วยเรื่องผัดหมี่ หรือเรื่องแคะขนมครก กลายเป็นเรื่องที่ไม่มีน้ำหนัก แต่ทำให้สังคมถึงขั้นเปลี่ยนแปลงได้ คนเลือกพรรคเพื่อไทยจะต้องกดดันให้ปฏิรูปอำนาจเหล่านี้

นอกจากนี้อีกปัจจัยสำคัญก็คือ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะถูกกดดัน คือการหาความจริงเรื่องเหตุการณ์ความรุนแรงช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม 2553 ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และเป็นประเด็นที่พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงถูกโจมตีมาโดยตลอด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท